กรมพัฒนาธุรกิจการค้า
เพจผู้บกพร้องทางสายตา image เว็บภาษาอังกฤษ image เว็บภาษาไทย image ขนาดตัวอักษร ขนาดเล็ก ขนาดมาตรฐาน ขนาดใหญ่
บริการออนไลน์
บริการข้อมูล
คลังความรู้
อบรมสัมมนา
ขอเชิญผู้ประกอบธุรกิจ SME เข้าร่วมการสัมมนา "กฎหมายหลักประกันทางธุรกิจ ทางเลือก SME ไทย" ในวันอังคารที่ 12 กันยายน 2560 เวลา 8.30-16.30 น. ณ ห้องริชมอนด์ บอลรูม 1 ชั้น 4 โรงแรมริชมอนด์ จังหวัดนนทบุรี
x
ประกาศรายชื่อผู้เข้าสัมมนา "อบรมเชิงปฏิบัติการการจดทะเบียนสัญญาหลักประกันทางธุรกิจ" รุ่นที่ 1 และรุ่นที่ 2
x
ประกาศรายชื่อผู้สอบผ่านโครงการบูรณาการจัดฝึกอบรม หลักสูตร "นายทะเบียนระดับต้น" รุ่นที่ 3/2560
x
ประกาศรายชื่อผู้เข้าร่วมงานสัมมนา"วิสาหกิจเพื่อสังคมกับบทบาทที่เหนือกว่าการเป็นผู้ให้” (A Social Enterprise beyond Social Giver)" ในวันพุธที่ 23 สิงหาคม 2560 เวลา 08.00-16.30 น. ณ ห้องบุรฉัตรไชยากร ชั้น 4 กระทรวงพาณิชย์ คลิกดูรายละเอียด!!!
x
อ่านทั้งหมด     
ข่าว >> ข่าวกรม (Press release) >> ข่าวกรม (Press release) 2560 >> เดือน กรกฎาคม 2560
พาณิชย์...ปลุกเอกชนไทยดีดตัวรับ ‘One Belt One Road’

วันที่ 27 ก.ค. 2560
 
                                                  พาณิชย์...ปลุกเอกชนไทยดีดตัวรับ ‘One Belt One Road’
                                               เปิดยุทธศาสตร์ชี้ธุรกิจเห็นโอกาส ชิงความได้เปรียบช่องทางการค้าและโลจิสติกส์
 
                   กระทรวงพาณิชย์ จัดงานสัมมนาปลุกไทยคิดไกลขับเคลื่อน One Belt One Road นำไทยสู่ศูนย์ โลจิสติกส์โลก จุดประกายให้ธุรกิจไทยเห็นทิศทางเติบโตด้วยโครงการคมนาคมยักษ์ใหญ่ระดับโลกของจีน ‘OBOR หรือ เส้นทางสายไหม’ พร้อมเชิญกูรูด้านโลจิสติกส์ของไทยมาให้ความรู้อย่างคับคั่ง กระทรวงฯ มั่นใจหากเอกชนไทยพร้อมรับปรับตัว OBOR จะช่วยเปลี่ยนยุทธศาสตร์ของประเทศไทยไปสู่ ‘ผู้นำด้านบริการด้านโลจิสติกส์’ ลำดับต้นของภูมิภาคได้ไม่ยาก
                  นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ในวันนี้ (27 กรกฎาคม 2560) กระทรวงพาณิชย์ได้จัดงานสัมมนา "ปลุกไทยคิดไกลขับเคลื่อน One Belt One Road นำไทยสู่ศูนย์ โลจิสติกส์โลก” ณ ห้องบุรฉัตรไชยากร ชั้น 4 กระทรวงพาณิชย์ ขึ้นเพื่อสร้างความตระหนักและกระตุ้นธุรกิจไทยโดยเฉพาะด้านบริการโลจิสติกส์ให้ปรับตัวและสามารถสร้างโอกาสทางการตลาดจากนโยบาย "One Belt One Road : OBOR” ของจีนซึ่งจะเชื่อมโยงระบบการขนส่งทั้งทางบก ทางอากาศ และทางน้ำเข้าด้วยกันทำให้การกระจายสินค้าของแต่ละประเทศภายใต้โครงการนี้สามารถขยายไปสู่ตลาดใหม่ๆ ได้มากขึ้น
                  "ไฮไลท์ของกิจกรรมในงานนี้ประกอบไปด้วย 2 ด้านคือ 1) การปาฐกถาพิเศษเรื่อง "OBOR กับการพัฒนาเศรษฐกิจไทย” จะเป็นการบรรยายถึงนโยบาย OBOR กับยุทธศาสตร์ของรัฐบาลไทยเชื่อมโยงถึง แนวทางการปรับตัวของภาคธุรกิจไทย ทำให้ผู้เข้าร่วมสัมมนาเห็นทิศทางในการพัฒนาที่ชัดเจนขึ้น และ 2) การบรรยาย เรื่อง รู้ลึก รู้จริง One Belt One Road และการเสวนาเรื่อง SME ไทยได้ประโยชน์อย่างไรจากการพัฒนา โลจิสติกส์ไทยภายใต้ OBOR โดยได้รับเกียรติจากนักธุรกิจที่เชี่ยวชาญด้านธุรกิจโลจิสติกส์ของประเทศ มาร่วมให้ความรู้ และแบ่งปันประสบการณ์ในการทำธุรกิจ”
                  "สำหรับ ‘One Belt One Road’ หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า ‘เส้นทางสายไหม’ เป็นโครงการที่มีความพิเศษไม่เพียงเฉพาะการลงทุนของประเทศจีนด้วยมูลค่ามหาศาลถึง 1.4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่ยังเป็นการสร้างเส้นทางโลจิสติกส์ขนาดใหญ่ของโลกด้วย โดยเชื่อมโยงการคมนาคมขนส่งทั้งทางบก ทางทะเลระหว่าง 1 ภูมิภาค และ 3 ทวีป คือ อาเซียน เอเชีย แอฟริกา และยุโรป เกี่ยวข้องกับ 64 ประเทศทั่วโลก ครอบคลุมประชากรโลกถึง 4,500 ล้านคน และมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงถึง 1 ใน 3 ของเศรษฐกิจโลก นอกจากนี้ยังจะเกิดความร่วมมือด้านนโยบายการอำนวยความสะดวกทางการค้าการลงทุน และความร่วมมือด้านการเงิน เป็นอันปฏิเสธไม่ได้ว่า OBOR จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงและสร้างประโยชน์โดยตรงกับธุรกิจบริการโลจิสติกส์ไทยอย่างแน่นอนเพราะไทยมีที่ตั้งอยู่ศูนย์กลางของอาเซียนอันเป็นยุทธศาสตร์ทางการค้าที่สำคัญทำให้ไทยได้เปรียบใน ด้านการคมนาคมและกระจายสินค้าไปสู่ประเทศต่างๆ ทั้งในภูมิภาคอาเซียนและทวีปอื่นๆ ได้อย่างรวดเร็ว ประกอบกับความพร้อมด้านโลจิสติกส์และโครงสร้างพื้นฐานที่มีศักยภาพสูงกว่าประเทศเพื่อนบ้านจึงทำให้ไทยกลายเป็นประตูสู่อาเซียนของจีนได้ไม่ยาก หากแต่ผู้ประกอบธุรกิจจำเป็นจะต้องปรับตัวพัฒนาประสิทธิภาพการให้บริการ การบริหารจัดการธุรกิจและมาตรฐานสากล บุคลากรที่มีคุณภาพ การศึกษากฎหมายของแต่ละประเทศ การลดต้นทุนสินค้า/บริการเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นให้ทัน” รมช. กล่าว
                  สาธารณรัฐประชาชนจีนเป็นคู่ค้าสำคัญกับประเทศไทยมาอย่างยาวนาน โดยสถิติการค้าจากศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ (ระหว่างเดือน ม.ค.-พ.ค.60) พบว่ามูลค่าการค้าระหว่างไทยกับจีนอยู่ในลำดับที่ 1 มีมูลค่าการค้าระหว่างกันเป็นสูงถึง 28,884 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และมีอัตราการขยายตัวถึง 13.55% อย่างไรก็ดีประเทศไทยมีธุรกิจบริการโลจิสติกส์ที่จดทะเบียนนิติบุคคลอยู่ถึง 21,763 ราย (ข้อมูล ณ วันที่ 31 ม.ค.60) กรมฯ ได้ดำเนินการพัฒนาองค์ความรู้ให้แก่ภาคธุรกิจมาอย่างต่อเนื่อง และยกระดับธุรกิจให้ได้รับการรับรองมาตรฐานสากล ISO 9001 นอกจากนี้กรมฯ ยังได้นำธุรกิจไปเชื่อมโยงเครือข่ายพันธมิตรกับประเทศใน ASEAN+6 พร้อมสำรวจเส้นทางการค้า เพื่อมองเห็นโอกาสในการประกอบธุรกิจ หากธุรกิจจำนวนนี้สามารถปรับตัวให้มีบริการสอดรับกับมาตรฐานสากล เชื่อว่าธุรกิจนี้จะเป็นกำลังสำคัญที่จะนำพาประเทศไทยไปสู่ ‘ผู้นำด้านบริการโลจิสติกส์' ลำดับต้นของภูมิภาคได้อย่างไม่ยากและจะไม่ใช่เรื่องที่ไกลตัวอีกต่อไป
 
                                                           ****************************************
ที่มา : กองส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจ                                                                                        ฉบับที่ 98 / วันที่ 27 กรกฎาคม 2560
ดูทั้งหมด ดูทั้งหมด
เกี่ยวกับกรม กฎหมาย ถาม - ตอบ ติดต่อกรม อื่น ๆ
ประวัติกรม
วิสัยทัศน์/พันธกิจ/กลยุทธ์
ค่านิยมและวัฒนธรรมกรมฯ
จริยธรรม / จรรยาข้าราชการ
โครงสร้างและหน่วยงาน
ภารกิจและยุทธศาสตร์
รายงานประจำปี
รายงานต้นทุนผลผลิต
Webboard
แบบสำรวจ
คำถามที่ถามบ่อย
sitemap
เชื่อมโยงหน่วยงาน
รับสมัครงาน
สำหรับเจ้าหน้าที่
e-mail
สงวนลิขสิทธิ์ โดย กรมพัฒนาธุรกิจการค้า 563 ถนน นนทบุรี ตำบลบางกระสอ อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี 11000
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์
WebAdmin : computer@dbd.go.th