กรมพัฒนาธุรกิจการค้า
เพจผู้บกพร้องทางสายตา image เว็บภาษาอังกฤษ image เว็บภาษาไทย image ขนาดตัวอักษร ขนาดเล็ก ขนาดมาตรฐาน ขนาดใหญ่
บริการออนไลน์
บริการข้อมูล
คลังความรู้
อบรมสัมมนา
ประกาศรายชื่อผู้บังคับหลักประกันที่มีสิทธิ์เข้าร่วมอบรมเรื่อง "มิติใหม่ทรัพย์สินทางปัญญา กับการพัฒนาผู้บังคับหลักประกัน" ในวันศุกร์ที่ 21 กันยายน 2561 เวลา 08.30 - 16.30 น. ณ ห้องม่วงมงคล ชั้น 6 กรมพัฒนาธุรกิจการค้า
x
ประกาศรายชื่อร้านอาหารที่ผ่านการคัดเลือกให้ได้รับตราสัญลักษณ์ Thai SELECT ประจาปี 2561
x
ขอเชิญร่วมสมัครประกวดสมาคมดีเด่น ประจำปี 2561
x
ขอเชิญเข้าร่วมการอบรมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) "การใช้งานโปรแกรม e-Accounting for SMEs และบัญชีเพื่อการบริหารจัดการธุรกิจ" ในวันที่ี่ 28 มิถุนายน 2561 เวลา 08.30-17.00 น. ณ มหาวิทยาลัยศรีปทุม(วิทยาเขตชลบุรี) จ.ชลบุรี *ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย*
x
อ่านทั้งหมด     
ข่าว >> ข่าวกรม (Press release) >> ข่าวกรม (Press release) 2561 >> เดือน เมษายน 2561
ธุรกิจร้านขายยา เวชภัณฑ์และเครื่องมือแพทย์ เด้ง!! สนองนโยบายรัฐสู่การเป็น Medical Hub

วันที่ 10 เม.ย. 2561
 
ธุรกิจร้านขายยา เวชภัณฑ์และเครื่องมือแพทย์ เด้ง!! สนองนโยบายรัฐสู่การเป็น Medical Hub
จัดตั้งไปแล้ว 8,690 ราย ทุนจดทะเบียนกว่า 5 หมื่นล้าน เติบโตไม่หยุด...
ติดกระแสเทรนด์สุขภาพ รองรับสังคมผู้สูงวัย และดึงคุณภาพชีวิตคนให้ดีขึ้น
 
                 กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดผลวิเคราะห์ข้อมูลธุรกิจในรอบ 3 ปีที่ผ่านมาพบ...ธุรกิจร้านขายยา เวชภัณฑ์และเครื่องมือแพทย์เติบโตอย่างก้าวกระโดด กลายเป็นธุรกิจติดดาว จากปี 59 มาถึงปี 60 มีจำนวนเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 53.88 ประมาณการรายได้รวมปี 2560 กว่า 590,000 ล้านบาท ทำให้ปัจจุบันมีธุรกิจกลุ่มนี้ จำนวน 8,690 ราย มูลค่าทุนจดทะเบียนสูงถึง 56,632 ล้านบาท เป็นผลมาจากนโยบาย Medical Hub และตอบสนองเทรนด์ดูแลสุขภาพ การเข้าสู่สังคมผู้สูงวัย รวมไปถึงนโยบายสวัสดิการภาครัฐที่ขยายไปยังกลุ่มร้านขายยา ซึ่งจะเป็นตัวเร่งการขยายตัวของธุรกิจนี้เพิ่มขึ้น
                นางกุลณี อิศดิศัย อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า กรมพัฒนาธุรกิจการค้ามีภารกิจหลักในการให้บริการจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจ รวมถึงการบริการข้อมูลธุรกิจแก่ภาคธุรกิจและประชาชน จากการวิเคราะห์ข้อมูลในช่วงที่ผ่านมาพบว่า ระหว่างปี 2558-2560 มีจำนวนนิติบุคคลเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยธุรกิจที่น่าสนใจและจับตามองมากที่สุดคือ ‘ธุรกิจร้านขายยา เวชภัณฑ์และเครื่องมือแพทย์’ ที่ปัจจุบันมีนิติบุคคลคงอยู่จำนวน 8,690 ราย แม้จำนวนนิติบุคคลอาจจะดูไม่สูงมากนักเมื่อเทียบกับธุรกิจอื่นๆ แต่ถ้ามองย้อนกลับไปในรอบ 3 ปีที่ผ่านมาจะเห็นได้ชัดเจนว่าอัตราการจัดตั้งธุรกิจในกลุ่มร้านขายยา เวชภัณฑ์และเครื่องมือแพทย์มีการเติบโตแบบก้าวกระโดด อธิบดี กล่าวเพิ่มเติม "มีการจัดตั้งธุรกิจนี้ในปี 2558 จำนวน 702 ราย ปี 2559 จำนวน 761 ราย (เพิ่มขึ้นร้อยละ 8.40) ปี 2560 จำนวน 1,171 ราย (เพิ่มขึ้นร้อยละ 53.88) และปี 2561 มีนิติบุคคลที่จัดตั้งธุรกิจระหว่างเดือน ม.ค-ก.พ. จำนวน 175 ราย (เพิ่มขึ้นร้อยละ 23.24 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2560) นอกจากนี้หากพิจารณาถึงทุนจดทะเบียนของธุรกิจกลุ่มนี้พบว่า มีจำนวนรวมทั้งหมดสูงถึง 56,632 ล้านบาท โดยเกือบร้อยละ 80 เป็นธุรกิจที่จัดตั้งในรูปแบบบริษัทจำกัด และกว่าร้อยละ 90 มีทุนจดทะเบียนไม่เกิน 5 ล้านบาท ส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในกรุงเทพมหานครและเขตเมืองที่มีความสอดคล้องกับแหล่งชุมชน โรงพยาบาล และคลินิกรักษาโรค”
              การเติบโตของธุรกิจร้านขายยา เวชภัณฑ์และเครื่องมือแพทย์ คาดว่าเป็นผลสืบเนื่องมาจากนโยบายของรัฐบาลที่มียุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ (Medical Hub) ซึ่งไทยมีความโดดเด่นด้านธุรกิจบริการสุขภาพและมีชื่อเสียงในระดับโลกอยู่แล้ว ประกอบกับพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติได้เปลี่ยนแปลงรูปแบบไปสู่การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Medical Tourism) มากขึ้น ทั้งด้านการเข้ามารักษาโรค และการผ่อนคลายร่างกายและจิตใจ รวมไปถึงรัฐบาลได้สนับสนุนให้บุคคลธรรมดา ปรับรูปแบบการดำเนินธุรกิจให้เข้าสู่ระบบนิติบุคคลก็นับเป็นปัจจัยที่เป็นแรงกระตุ้นให้ผู้ประกอบธุรกิจดังกล่าวเข้าสู่ระบบการจดทะเบียนมากขึ้น มากไปกว่านั้นปัจจุบันเทรนด์การดูแลสุขภาพและความงามยังคงเป็นกระแสที่นิยมและยังมีหลายประเทศที่กำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ (Aging Society) รวมทั้งประเทศไทยที่ปัจจุบันมีมากกว่า 10 ล้านคน ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ล้วนเป็นส่วนสำคัญที่ผลักดันให้ธุรกิจร้านขายยา เวชภัณฑ์และเครื่องมือแพทย์เติบโตพร้อมสร้างให้ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องได้มีโอกาสเติบโตไปพร้อมกัน ทั้งนี้ในอนาคตนอกจากธุรกิจร้านขายยา เวชภัณฑ์และเครื่องมือทางการแพทย์ที่เป็นดาวรุ่งแล้ว ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพประเภทอื่น เช่น สปา กิจการดูแลผู้สูงอายุ บริการเสริมความงาม และเครื่องสำอางจะได้รับประโยชน์จากการเป็น Medical Hub ของไทยอีกเช่นกัน
               "การเติบโตของธุรกิจกลุ่มนี้ไม่เพียงแต่จะช่วยพัฒนาให้ประเทศไทยมีธุรกิจบริการด้านสุขภาพดียิ่งขึ้น มุ่งไปสู่การเป็น Medical Hub ตามมาด้วยเศรษฐกิจภายในประเทศที่เติบโตควบคู่กันไป แต่ยังมีผลดีเกี่ยวโยงไปถึงการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้มีรายได้น้อยด้วย จากการที่รัฐบาลได้เพิ่มสิทธิประโยชน์ในการใช้วงเงินจากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเพื่อซื้อสินค้าในร้านขายยาที่เข้าร่วมเป็นร้านธงฟ้าประชารัฐได้ ดังนั้นการที่จำนวนร้านขายยามีปริมาณเพิ่มขึ้นก็จะช่วยอำนวยความสะดวกและสร้างทางเลือกให้กับผู้มีรายได้น้อยในการดูแลสุขภาพด้วย (ปัจจุบันมีร้านขายยาที่สมัครเข้าร่วมโครงการธงฟ้าประชารัฐแล้วจำนวน 726 แห่งทั่วประเทศ)” อธิบดี กล่าวในท้ายที่สุด
 
********************************
ที่มา : กองข้อมูลธุรกิจ                                                                                         ฉบับที่ 78 / วันที่ 10 เมษายน 2561
ดูทั้งหมด ดูทั้งหมด
เกี่ยวกับกรม กฎหมาย ถาม - ตอบ ติดต่อกรม อื่น ๆ
ประวัติกรม
วิสัยทัศน์/พันธกิจ/กลยุทธ์
ค่านิยมและวัฒนธรรมกรมฯ
จริยธรรม / จรรยาข้าราชการ
โครงสร้างและหน่วยงาน
ภารกิจและยุทธศาสตร์
รายงานประจำปี
รายงานต้นทุนผลผลิต
Webboard
แบบสำรวจ
คำถามที่ถามบ่อย
sitemap
เชื่อมโยงหน่วยงาน
รับสมัครงาน
สำหรับเจ้าหน้าที่
e-mail
สงวนลิขสิทธิ์ โดย กรมพัฒนาธุรกิจการค้า 563 ถนน นนทบุรี ตำบลบางกระสอ อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี 11000
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์
WebAdmin : computer@dbd.go.th