|
อาศัยอำนาจตามความในข้อ ๕ วรรคสอง ของข้อบังคับสภาวิชาชีพบัญชี (ฉบับที่ ๑๓) เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการ
ฝึกหัดงาน การทดสอบเกี่ยวกับวิชาชีพบัญชีของผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาต พ.ศ. ๒๕๔๙
นายกสภาวิชาชีพบัญชี โดยอนุมัติคณะกรรมการสภาวิชาชีพบัญชีออกข้อกำหนดสภาวิชาชีพบัญชี
เรื่อง ขอบเขตของวิชาที่ต้องทดสอบเกี่ยวกับวิชาชีพบัญชีของผู้ขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาตไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ข้อกำหนดนี้ เรียกว่า "ข้อกำหนดสภาวิชาชีพบัญชี เรื่อง ขอบเขตของวิชาที่ต้องทดสอบเกี่ยวกับ
วิชาชีพบัญชีของผู้ขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาต พ.ศ. ๒๕๔๙"
ข้อ ๒ ข้อกำหนดนี้ มีผลบังคับใช้เมื่อพ้นกำหนด ๑ ปี นับจากวันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ข้อ ๓ ขอบเขตของวิชาที่ต้องทดสอบตามหมวดที่ ๓ ข้อ ๘ (๒) ของข้อบังคับสภาวิชาชีพบัญชี (ฉบับที่ ๑๓)
เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการฝึกหัดงาน การทดสอบเกี่ยวกับวิชาชีพบัญชีของผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาต พ.ศ. ๒๕๔๙ เป็นดังนี้
(๑) วิชาการบัญชี ๑ ให้ทดสอบความรู้เกี่ยวกับการจัดทำบัญชีและงบการเงิน ที่เกี่ยวกับแม่บทการบัญชี สินทรัพย์หมุนเวียน
เงินลงทุน ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ สินทรัพย์ไม่มีตัวตน การด้อยค่าของสินทรัพย์ ประมาณการหนี้สิน หนี้สินที่อาจเกิดขึ้น
และสินทรัพย์ที่อาจเกิดขึ้น การปรับโครงสร้างหนี้ที่มีปัญหา ตลอดจนการเปิดเผยข้อมูลให้เป็นไปตามมาตรฐานการบัญชี
และการตีความมาตรฐานการบัญชีของสภาวิชาชีพบัญชีที่ประกาศใช้ในปัจจุบัน
(๒) วิชาการบัญชี ๒ ให้ทดสอบความรู้เกี่ยวกับการจัดทำบัญชีและงบการเงิน ที่เกี่ยวกับรายได้ของธุรกิจประเภทต่างๆ
การนำเสนองบการเงิน งบการเงินระหว่างกาล การเปิดเผยข้อมูลในงบการเงิน ตลอดจนเรื่องอื่นๆ ให้เป็นไป
ตามมาตรฐานการบัญชีและการตีความมาตรฐานการบัญชีของสภาวิชาชีพบัญชีที่ประกาศใช้ในปัจจุบัน
รวมถึงความรู้เกี่ยวกับการบัญชีต้นทุนที่เกี่ยวกับต้นทุนและวัตถุประสงค์ของการบันทึกบัญชีต้นทุน
การคำนวณต้นทุนและการบันทึกบัญชี การปันส่วนค่าใช้จ่ายการผลิต การปันส่วนต้นทุนร่วมและการบัญชี
สำหรับผลิตภัณฑ์ร่วมและผลิตภัณฑ์พลอยได้
(๓) วิชาการสอบบัญชี ๑ ให้ทดสอบความรู้เกี่ยวกับแนวคิดทั่วไปและแม่บทของมาตรฐานการสอบบัญชี การทุจริต
และข้อผิดพลาด การควบคุมภายในและความเสี่ยงจากการควบคุม กระดาษทำการของผู้สอบบัญชี การเลือกตัวอย่าง
ในงานสอบบัญชี หลักฐานการสอบบัญชี วิธีการรวบรวมหลักฐานการสอบบัญชีและวิธีการตรวจสอบเนื้อหาสาระของ
รายการต่างๆ ในงบการเงิน การตรวจสอบรายได้ การตรวจสอบต้นทุนและค่าใช้จ่าย การตรวจสอบเงินสด เงินฝากธนาคาร
ลูกหนี้ และสินค้าคงเหลือ รวมถึงการตรวจสอบเงินลงทุน สินทรัพย์ถาวร เจ้าหนี้การค้า หนี้สินอื่น ส่วนของผู้ถือหุ้น
และกำไรสะสม
(๔) วิชาการสอบบัญชี ๒ ให้ทดสอบความรู้เกี่ยวกับมรรยาท (จรรยาบรรณ) ของผู้สอบบัญชีรับอนุญาต ข้อตกลงใน
การรับงานสอบบัญชี การวางแผนงานสอบบัญชี ความเสี่ยงในการสอบบัญชีและความมีสาระสำคัญ การควบคุมคุณภาพงาน
สอบบัญชี การใช้บริการหรือผลงานของบุคคลอื่น การเขียนรายงานการสอบบัญชี การเขียนรายงานต่องบการเงิน
เปรียบเทียบ การตรวจสอบและการเขียนรายงานสำหรับการให้บริการเกี่ยวเนื่อง
(๕) วิชากฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการประกอบวิชาชีพสอบบัญชี ให้ทดสอบความรู้เกี่ยวกับกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับ
การประกอบวิชาชีพภายใต้ขอบเขตของกฎหมาย ได้แก่กฎหมายว่าด้วยการบัญชี กฎหมายว่าด้วยวิชาชีพบัญชี
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ว่าด้วยหุ้นส่วนและบริษัท) กฎหมายว่าด้วยบริษัทมหาชนจำกัด ประมวลรัษฎากร
และกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ เฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการเปิดเผยข้อมูลในการออกหลักทรัพย์
การเสนอขายหลักทรัพย์ การซื้อขายหลักทรัพย์ และการดำเนินธุรกิจหลักทรัพย์
(๖) วิชาการสอบบัญชีที่ประมวลผลโดยคอมพิวเตอร์ ให้ทดสอบความรู้เกี่ยวกับความรู้ทั่วไปในระบบสารสนเทศ
การตรวจสอบในสภาพแวดล้อมของระบบสารสนเทศ ที่ใช้คอมพิวเตอร์ประมวลผลข้อมูล การประเมินความเสี่ยง
และการประเมินประสิทธิผลของการควบคุมในระบบสารสนเทศ เทคนิคการตรวจสอบโดยใช้คอมพิวเตอร์ช่วยในการสอบบัญชี
ทั้งนี้ รายละเอียดเนื้อหาและเค้าโครงของแต่ละวิชาที่ต้องทดสอบให้เป็นไปตามที่คณะอนุกรรมการทดสอบ
การปฏิบัติงานเกี่ยวกับการสอบบัญชีกำหนด
ประกาศ ณ วันที่ ๒๔ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๙
เกษรี ณรงค์เดช
นายกสภาวิชาชีพบัญชี ในพระบรมราชูปถัมภ์

|