Navigation :  กฎหมาย  กฎหมายและระเบียบ  พระราชบัญญัติวิชาชีพบัญชี พ.ศ. 2547   
  Department Of Business Development

ข้อบังคับสภาวิชาชีพบัญชี
(ฉบับที่ ๕)
เรื่อง คุณสมบัติและลักษณะต้องห้าม การเลือกตั้งหรือ
การแต่งตั้ง การดำรงตำแหน่ง การพ้นจากตำแหน่งของประธาน
คณะกรรมการหรือกรรมการวิชาชีพบัญชีแต่ละด้าน อำนาจหน้าที่
และการดำเนินการอื่นของคณะกรรมการวิชาชีพบัญชีแต่ละด้าน
พ.ศ. ๒๕๔๗


                โดยที่เป็นการสมควรกำหนดคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของประธานคณะกรรมการหรือกรรมการวิชาชีพบัญชีแต่ละ ด้าน การเลือกตั้งหรือการแต่งตั้ง การดำรงตำแหน่ง การพ้นจากตำแหน่ง อำนาจหน้าที่และการดำเนินการอื่นของ คณะกรรมการวิชาชีพบัญชีแต่ละด้าน
                อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๗ (๑๑) มาตรา ๓๐ และมาตรา ๓๒ วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติวิชาชีพบัญชี พ.ศ. ๒๕๔๗ สภาวิชาชีพบัญชีจึงออกข้อบังคับไว้ ดังต่อไปนี้

                ข้อ ๑ ข้อบังคับนี้เรียกว่า "ข้อบังคับสภาวิชาชีพบัญชี (ฉบับที่ ๕) เรื่อง คุณสมบัติ และลักษณะต้องห้าม การเลือกตั้งหรือการแต่งตั้ง การดำรงตำแหน่ง การพ้นจากตำแหน่งของประธานคณะกรรมการหรือ กรรมการวิชาชีพบัญชีแต่ละด้าน อำนาจหน้าที่ และการดำเนินการอื่นของคณะกรรมการวิชาชีพบัญชีแต่ละด้าน พ.ศ. ๒๕๔๗"

                ข้อ ๒ ข้อบังคับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

                ข้อ ๓ ในข้อบังคับนี้
                "คณะกรรมการวิชาชีพบัญชีแต่ละด้าน" หมายความว่า คณะกรรมการตามมาตรา ๓๒ แห่งพระราชบัญญัติวิชาชีพบัญชี พ.ศ. ๒๕๔๗
                "การประชุมใหญ่" หมายความว่า การประชุมใหญ่สามัญหรือการประชุมใหญ่วิสามัญ

                ข้อ ๔ ให้คณะกรรมการวิชาชีพบัญชีแต่ละด้านมีประธานคณะกรรมการวิชาชีพบัญชี และกรรมการวิชาชีพบัญชีรวมกันอย่างน้อยคณะละเก้าคนแต่ไม่เกินสิบห้าคน เว้นแต่ คณะกรรมการสภาวิชาชีพบัญชีจะกำหนดเป็นอย่างอื่น
                ให้ประธานคณะกรรมการวิชาชีพบัญชีแต่ละด้านมาจากการเลือกตั้งของสมาชิกสามัญในที่ประชุมใหญ่ และกรรมการวิชาชีพบัญชีแต่ละด้านให้มาจากการเสนอชื่อของประธานคณะกรรมการวิชาชีพบัญชีในด้านนั้น โดยคณะกรรมการสภาวิชาชีพบัญชีต้องให้ความเห็นชอบด้วย
                การเลือกตั้งประธานคณะกรรมการวิชาชีพบัญชีแต่ละด้าน ให้นำข้อบังคับสภาวิชาชีพเกี่ยวกับ การเลือกตั้งนายกสภาวิชาชีพบัญชีและกรรมการสภาวิชาชีพบัญชีมาใช้บังคับโดยอนุโลม

                ข้อ ๕ ประธานคณะกรรมการวิชาชีพบัญชีแต่ละด้านต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้
                (๑) เป็นสมาชิกสามัญ
                (๒) มีคุณสมบัติและประสบการณ์ที่สอดคล้องกับงานแต่ละด้าน ดังต่อไปนี้
                     (ก) ด้านการทำบัญชีและด้านการบัญชีบริหาร
                          เป็นหรือเคยเป็นผู้อำนวยการฝ่ายการเงินหรือฝ่ายการบัญชี หรือดำรงตำแหน่ง ที่เรียกชื่ออย่างอื่นซึ่งมีหน้าที่เช่นเดียวกับผู้ดำรงตำแหน่งดังกล่าวในบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และหรือบริษัทมหาชนซึ่งมีสินทรัพย์รวมไม่ต่ำกว่า ๑,๐๐๐ ล้านบาท เป็นเวลารวมกันไม่น้อยกว่าสิบห้าปีในวันเลือกตั้ง
                     (ข) ด้านการสอบบัญชี
                          เป็นหรือเคยเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาต เป็นเวลารวมกันไม่น้อยกว่าสิบห้าปีในวันเลือกตั้ง โดยต้องเป็นหรือเคยเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาตในการตรวจสอบ และแสดงความเห็นต่องบการเงินของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยไม่น้อยกว่าสองบริษัท หรือ บริษัทมหาชนที่มีสินทรัพย์รวมไม่ต่ำกว่า ๑,๐๐๐ ล้านบาท ไม่น้อยกว่าสองบริษัท หรือ บริษัทมหาชนที่มีสินทรัพย์รวมไม่ต่ำกว่า ๑,๐๐๐ล้านบาท อย่างน้อยหนึ่งบริษัทและ บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยอย่างน้อยหนึ่งบริษัท
                     (ค) ด้านการวางระบบบัญชี
                          (๑) เป็นหรือเคยเป็นผู้ดำรงตำแหน่งผู้บริหาร ของกิจการที่ให้บริการวางระบบบัญชีแก่องค์กรต่างๆ มาเป็นเวลารวมกันไม่น้อยกว่าสิบห้าปีในวันเลือกตั้ง และหรือ
                          (๒) เป็นหรือเคยเป็นผู้อำนวยการฝ่ายการเงิน หรือฝ่ายการบัญชีหรือดำรงตำแหน่งที่เรียกชื่ออย่างอื่นซึ่งมีหน้าที่เช่นเดียวกับผู้ดำรงตำแหน่งดังกล่าวในบริษัทจดทะเบียน ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และหรือบริษัทมหาชนซึ่งมีสินทรัพย์รวมไม่ต่ำกว่า ๑,๐๐๐ ล้านบาท เป็นเวลารวมกันไม่น้อยกว่าสิบห้าปีในวันเลือกตั้ง และหรือ
                          (๓) เป็นหรือเคยเป็นอาจารย์ในระดับ ไม่ต่ำกว่ารองศาสตราจารย์ผู้สอนวิชาการบัญชีในสถาบันอุดมศึกษาที่ทางราชการให้การรับรอง ซึ่งสอนเป็นเวลารวมกันไม่น้อยกว่าสิบห้าปีในวันเลือกตั้ง
                          ทั้งนี้ กรณีคุณสมบัติและประสบการณ์ ตาม (๑) (๒) และ (๓) อาจนับระยะเวลารวมกันได้ ในระหว่าง (๑) (๒) และ (๓) แต่เมื่อรวมกันแล้ว ต้องไม่น้อยกว่ายี่สิบปีในวันเลือกตั้ง
                     (ง) ด้านการบัญชีภาษีอากร
                          (๑) เป็นหรือเคยเป็นผู้ดำรงตำแหน่งผู้บริหาร ของกิจการที่ให้บริการให้คำปรึกษาด้านภาษีอากรแก่องค์กรต่างๆ มาเป็นเวลารวมกันไม่น้อยกว่าสิบห้าปีในวันเลือกตั้ง
                          (๒) เป็นหรือเคยเป็นข้าราชการ หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐซึ่งดำรงตำแหน่งผู้บริหารสูงสุดหรือระดับรองของส่วนราชการหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับวิชาชีพบัญชี แล้วแต่กรณี และปฏิบัติหน้าที่ในงานที่เกี่ยวข้องกับวิชาชีพบัญชีมาเป็นเวลารวมกันไม่น้อยกว่าห้าปี

                          ทั้งนี้ กรณีคุณสมบัติและประสบการณ์ ตาม (๑) และ (๒) อาจนับระยะเวลารวมกันได้ ในระหว่าง (๑) และ (๒) แต่เมื่อรวมกันแล้วต้องไม่น้อยกว่ายี่สิบปีในวันเลือกตั้ง
                     (จ) ด้านการศึกษาและเทคโนโลยีการบัญชี
                          (๑) เป็นหรือเคยเป็นอาจารย์ในระดับไม่ต่ำกว่า รองศาสตราจารย์ผู้สอนวิชาการบัญชีในสถาบันอุดมศึกษาที่ทางราชการให้การรับรอง ซึ่งสอนเป็นเวลารวมกัน ไม่น้อยกว่าสิบห้าปีในวันเลือกตั้ง และหรือ
                          (๒) เป็นหรือเคยเป็นข้าราชการหรือ เจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่งดำรงตำแหน่งผู้บริหาร ผู้บริหารสูงสุดหรือระดับรองของส่วนราชการหรือหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องกับวิชาชีพบัญชี แล้วแต่กรณี และปฏิบัติหน้าที่ในงานที่เกี่ยวข้องกับวิชาชีพบัญชี มาเป็นเวลารวมกันไม่น้อยกว่าห้าปี
                          ทั้งนี้ กรณีคุณสมบัติและประสบการณ์ตาม (๑) และ (๒) อาจนับระยะเวลารวมกันได้ ในระหว่าง (๑) และ (๒) แต่เมื่อรวมกันแล้วต้องไม่น้อยกว่ายี่สิบปีในวันเลือกตั้ง
                          (๓) ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
                          (๔) ไม่เคยถูกพักใช้หรือเพิกถอน ใบอนุญาตหรือสั่งให้พ้นจากสมาชิกภาพสภาวิชาชีพบัญชีตามพระราชบัญญัตินี้ หรือถูกเพิกถอนใบอนุญาต ตามกฎหมายว่าด้วยผู้สอบบัญชี หรือเพิกถอนการให้ความเห็นชอบเป็นผู้สอบบัญชีตามกฎหมายอื่น
                          (๕) ไม่เคยต้องโทษจำคุกโดยคำพิพากษา ถึงที่สุดให้จำคุกในความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ที่กระทำโดยทุจริต
                          (๖) ไม่เคยถูกไล่ออก ปลดออก หรือให้ออกจากราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานของรัฐ เพราะทุจริตต่อหน้าที่หรือกระทำการทุจริตหรือประพฤติมิชอบในวงราชการ
                          (๗) ไม่เป็นผู้มีความประพฤติเสื่อมเสีย หรือบกพร่องในศีลธรรมอันดี หรือกระทำการใดซึ่งแสดงให้เห็นว่าไม่น่าไว้วางใจในความซื่อสัตย์สุจริต
                          (๘) ไม่เป็นข้าราชการการเมือง ผู้ดำรงตำแหน่ง ทางการเมืองสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น หรือกรรมการหรือที่ปรึกษาหรือเจ้าหน้าที่ของพรรคการเมือง

                ข้อ ๖ กรรมการวิชาชีพบัญชีแต่ละด้านต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามดังต่อไปนี้
                (๑) เป็นสมาชิกสามัญ
                (๒) ปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวข้องกับวิชาชีพบัญชีเป็นเวลารวมกันไม่น้อยกว่าสิบปีในวันเลือกตั้ง
                (๓) ไม่มีลักษณะต้องห้ามตามข้อ ๕ (๓) (๔) (๕) (๖) (๗) และ (๘)

                ข้อ ๗ ให้คณะกรรมการวิชาชีพบัญชีแต่ละด้านมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละสามปีกรรมการที่พ้นจากตำแหน่ง อาจได้รับเลือกตั้งหรือแต่งตั้งอีกได้ แต่จะดำรงตำแหน่งติดต่อกันเกินสองวาระไม่ได้

                ข้อ ๘ นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระ ประธานคณะกรรมการวิชาชีพบัญชีแต่ละด้าน และกรรมการวิชาชีพบัญชีแต่ละด้านพ้นจากตำแหน่งด้วยเหตุดังต่อไปนี้
                (๑) ตาย
                (๒) ลาออก
                (๓) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามข้อ ๕ หรือข้อ ๖
                (๔) สมาชิกสามัญในที่ประชุมใหญ่มีมติด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองร้อยเสียงให้ออกจาก ตำแหน่ง ด้วยเหตุเป็นผู้กระทำการอันเป็นการเสื่อมเสียแห่งเกียรติศักดิ์แห่งวิชาชีพบัญชี

                ข้อ ๙ ให้คณะกรรมการวิชาชีพบัญชีแต่ละด้านมีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้
                (๑) ส่งเสริมความสามัคคีและความเป็นปึกแผ่นในการประกอบวิชาชีพบัญชีในด้านนั้นและการประกอบวิชาชีพบัญชีโดยรวม
                (๒) ผดุงไว้ซึ่งศักดิ์ศรีแห่งการประกอบวิชาชีพบัญชีในด้านนั้น
                (๓) ส่งเสริมและสร้างมาตรฐานการประกอบวิชาชีพบัญชีแต่ละด้าน
                (๔) ส่งเสริมและให้ความรู้ รวมทั้งเสนอแนะการสร้างประสบการณ์แห่งการประกอบวิชาชีพบัญชี เพื่อให้สอดคล้องกับความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจของประเทศ
                (๕) ประสานการทำงานกับวิชาชีพบัญชีด้านอื่น และองค์กรวิชาชีพอื่นและประสานงานกับต่างประเทศหรือองค์กรอื่นใด เพื่อเป็นเครือข่ายแห่งการประกอบวิชาชีพ ภายใต้นโยบายของสภาวิชาชีพบัญชี
                (๖) เป็นตัวแทนของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีในด้านนั้นในการเสนอความเห็นเกี่ยวกับการประกอบวิชาชีพต่อสภาวิชาชีพบัญชี
                (๗) กระทำการอื่นใดตามที่มติที่ประชุมใหญ่หรือคณะกรรมการสภาวิชาชีพบัญชีมอบหมาย

ประกาศ ณ วันที่ ๒๒ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๗
เกษรี ณรงค์เดช
นายกสภาวิชาชีพบัญชี