Navigation :  กฎหมาย  กฎหมายและระเบียบ  พระราชบัญญัติวิชาชีพบัญชี พ.ศ. 2547   
  Department Of Business Development

ข้อบังคับสภาวิชาชีพบัญชี
(ฉบับที่ ๑๗)
เรื่อง การออกใบอนุญาต และค่าธรรมเนียมใบอนุญาตเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาต
(แก้ไขเพิ่มเติมครั้งที่ ๑)
พ.ศ. ๒๕๕๑


          โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้สอบบัญชีรับอนุญาต และค่าธรรมเนียมใบอนุญาต เพื่อให้เหมาะสมยิ่งขึ้น
          อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๗ (๑๑) มาตรา ๓๐ มาตรา ๓๘ วรรคสอง มาตรา ๓๙ (๕) และมาตรา ๔๑ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติวิชาชีพบัญชี พ.ศ. ๒๕๔๗ สภาวิชาชีพบัญชีโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการกำกับดูแลการประกอบวิชาชีพบัญชี จึงออกข้อบังคับไว้ ดังต่อไปนี้

          ข้อ ๑ ข้อบังคับนี้เรียกว่า “ข้อบังคับสภาวิชาชีพบัญชี (ฉบับที่ ๑๗) เรื่อง การออกใบอนุญาต และค่าธรรมเนียมใบอนุญาตเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (แก้ไขเพิ่มเติมครั้งที่ ๑) พ.ศ. ๒๕๕๑”

          ข้อ ๒ ข้อบังคับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

          ข้อ ๓ ให้เพิ่มความต่อไปนี้ ในข้อ ๓ แห่งข้อบังคับสภาวิชาชีพบัญชี (ฉบับที่ ๗) เรื่องการออกใบอนุญาตและค่าธรรมเนียมใบอนุญาตเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาต พ.ศ. ๒๕๔๗
          “ปี” หมายถึง ปีปฏิทิน

          ข้อ ๔ ให้เพิ่ม (๔) และ (๕) ในข้อ ๘ แห่งข้อบังคับสภาวิชาชีพบัญชี (ฉบับที่ ๗) เรื่อง การออกใบอนุญาต และค่าธรรมเนียมใบอนุญาตเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาต พ.ศ. ๒๕๔๗
          “(๔) ไม่เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตเนื่องจากได้กระทำการอันก่อให้เกิดความเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์แห่งวิชาชีพอย่างร้ายแรง เพราะได้กระทำการอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้
                 (ก) ลงลายมือชื่อแสดงความเห็นในการสอบบัญชีโดยมิได้ปฏิบัติงานตรวจสอบใด ๆ
                 (ข) ลงลายมือชื่อแสดงความเห็นในการสอบบัญชีเป็นจำนวนมากราย ซึ่งไม่สามารถที่จะปฏิบัติงานได้ตามมาตรฐานการสอบบัญชี และมีลักษณะเป็นการรับจ้างลงลายมือชื่อแสดงความเห็นในการสอบบัญชี
                 (ค) แสดงข้อความหรือพยานหลักฐานอันเป็นเท็จในการชี้แจงการปฏิบัติงานเกี่ยวกับการสอบบัญชี
                 (ง) มีการกระทำหรือพฤติกรรมอย่างใดอย่างหนึ่งที่เป็นการกระทำอันเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์แห่งวิชาชีพอย่างร้ายแรง
          (๕) ไม่เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตในการประกอบอาชีพจากหน่วยงานราชการหรือสถาบันวิชาชีพอื่นที่ควบคุมและหรือกำกับดูแล เนื่องจากการประพฤติผิดจรรยาบรรณของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีในสาระสำคัญ”

          ข้อ ๕ ให้ยกเลิกความในข้อ ๙ แห่งข้อบังคับสภาวิชาชีพบัญชี (ฉบับที่ ๗) เรื่อง การออกใบอนุญาต และค่าธรรมเนียมใบอนุญาตเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาต พ.ศ. ๒๕๔๗ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
          “ข้อ ๙ ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตต้องชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตปีละหนึ่งพันบาท และจะต้องแสดงตัวต่อนายทะเบียนสภาวิชาชีพบัญชี ทั้งนี้ หลักเกณฑ์ และวิธีการในการชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาต การแสดงตัวต่อนายทะเบียนสภาวิชาชีพบัญชี ให้เป็นไปตามที่สภาวิชาชีพบัญชีกำหนด
          ในกรณีที่วันได้รับใบอนุญาตไม่ได้เริ่มต้นตั้งแต่เดือนแรกของปี ให้ลดค่าธรรมเนียมของปีแรกหรือผู้สอบบัญชีที่ได้รับใบอนุญาตอยู่แล้ว และชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตตามข้อบังคับนี้เป็นปีแรก หากวันที่ได้รับใบอนุญาตอยู่ในช่วงหกเดือนหลังของปี ให้ชำระค่าธรรมเนียมครึ่งหนึ่ง
          การชำระค่าธรรมเนียมของปีต่อ ๆ ไป ให้ชำระเต็มจำนวนภายในสามเดือนก่อนวันสิ้นสุดของปี
          ในกรณีที่ใบอนุญาตเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาตได้สิ้นผลลงไม่ว่าด้วยเหตุใด สภาวิชาชีพบัญชีจะไม่คืนค่าธรรมเนียม”



ประกาศ ณ วันที่ ๑๓ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๑
เกษรี ณรงค์เดช
นายกสภาวิชาชีพบัญชี

หมายเหตุ :- เหตุผลในการออกข้อบังคับฉบับนี้ คือ
                    (๑) ข้อบังคับสภาวิชาชีพบัญชี (ฉบับที่ ๗) ได้อ้างอิงอำนาจตามความในมาตรา ๓๙ (๕) แห่งพระราชบัญญัติวิชาชีพบัญชี พ.ศ. ๒๕๔๗ ซึ่งเกี่ยวพันถึง มาตรา ๔๒ แห่งพระราชบัญญัติฉบับเดียวกัน กรณีที่ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตที่ใบอนุญาตเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาตสิ้นผล และได้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตตามข้อบังคับฉบับนี้ สภาวิชาชีพบัญชีจะต้องพิจารณาออกใบอนุญาตให้ผู้ยื่นคำขอโดยเร็วหากผู้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตไม่มีลักษณะต้องห้ามตามข้อบังคับสภาวิชาชีพบัญชี (ฉบับที่ ๗) ข้อ ๘ แต่ความเดิมของประกาศ ก.บช. ฉบับที่ ๔๔ (พ.ศ. ๒๕๔๔) เรื่อง หลักเกณฑ์การพิจารณาการปฏิบัติงานของผู้สอบบัญชีรับอนุญาต และการพิจารณาคำขอขึ้นทะเบียนของผู้ที่เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาต มีข้อความที่ครอบคลุมกว้างขวางกว่าข้อ ๘ ของข้อบังคับสภาวิชาชีพบัญชี (ฉบับที่ ๗)
                    (๒) วิธีการจัดเก็บค่าธรรมเนียมใบอนุญาตที่กำหนดไว้ในข้อ ๙ ของข้อบังคับสภาวิชาชีพบัญชี (ฉบับที่ ๗) มีขั้นตอนการปฏิบัติงานที่ขาดความยืดหยุ่น ไม่สอดคล้องกับวิธีการปฏิบัติที่เคยกำหนดแต่เดิม ซึ่งทำให้เกิดปัญหาในทางปฏิบัติ
                     ดังนั้น จึงมีเหตุผลความจำเป็นที่ต้องแก้ไขปรับปรุงข้อบังคับสภาวิชาชีพบัญชี (ฉบับที่ ๗) ให้มีความครอบคลุมครบถ้วน มีความยืดหยุ่น และเหมาะสมสอดคล้องกับเจตนารมณ์ของกฎหมาย และอำนวยประโยชน์ให้กับผู้สอบบัญชีรับอนุญาต