Navigation :  กฎหมาย  กฎหมายและระเบียบ  พระราชบัญญัติวิชาชีพบัญชี พ.ศ. 2547   
  Department Of Business Development

ข้อกำหนดสภาวิชาชีพบัญชี
เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการสอบสวนของคณะอนุกรรมการสอบสวน
พ.ศ. ๒๕๕๐


          เพื่อให้กระบวนการสอบสวน และพิจารณาดำเนินงานของคณะกรรมการจรรยาบรรณได้ดำเนินการไปโดยสะดวก รวดเร็ว และเป็นธรรม
          อาศัยอำนาจตามความในข้อ ๕ แห่งข้อบังคับสภาวิชาชีพบัญชี (ฉบับที่ ๑๒) เรื่อง การพิจารณาเกี่ยวกับจรรยาบรรณ พ.ศ. ๒๕๔๙ นายกสภาวิชาชีพบัญชี โดยอนุมัติคณะกรรมการสภาวิชาชีพบัญชีจึงออกข้อกำหนดเกี่ยวกับหลักเกณฑ์ และวิธีการสอบสวนของคณะอนุกรรมการสอบสวนไว้ดังต่อไปนี้

          ข้อ ๑ ข้อกำหนดนี้เรียกว่า “ข้อกำหนดสภาวิชาชีพบัญชี เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการสอบสวนของคณะอนุกรรมการสอบสวน พ.ศ. ๒๕๕๐”

          ข้อ ๒ ข้อกำหนดนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

          ข้อ ๓ ในข้อบังคับนี้
          “คณะอนุกรรมการ” หมายความว่า คณะอนุกรรมการสอบสวน
          “อนุกรรมการ” หมายความว่า อนุกรรมการสอบสวน

          ข้อ ๔ คณะอนุกรรมการ เมื่อได้รับหนังสือแต่งตั้งคณะอนุกรรมการสอบสวนแล้วให้ประธานคณะอนุกรรมการสอบสวน เรียกประชุมคณะอนุกรรมการภายใน ๓๐ วัน นับตั้งแต่วันแต่งตั้ง เพื่อพิจารณาแนวทางในการสอบสวน
เมื่อคณะอนุกรรมการได้กำหนดวันนัดสอบสวนผู้กล่าวหาหรือผู้ถูกกล่าวหาแล้ว ให้แจ้งให้ผู้กล่าวหาหรือผู้ถูกกล่าวหาทราบ

          ข้อ ๕ ในวันนัดสอบสวน ให้คณะอนุกรรมการสอบถามผู้กล่าวหา หรือผู้ถูกกล่าวหาว่าจะมีพยานบุคคล และพยานหลักฐานเพิ่มเติมอื่นใดอีก รวมทั้งจะสามารถส่งพยานหลักฐานดังกล่าวได้ภายในกี่วัน และให้คณะอนุกรรมการกำหนดวันนัดสอบสวนพยานผู้กล่าวหา หรือพยานผู้ถูกกล่าวหาตามที่ทั้งสองฝ่ายได้แจ้งต่อคณะอนุกรรมการ
ในกรณีที่ผู้กล่าวหา หรือผู้ถูกกล่าวหาไม่มาพบคณะอนุกรรมการในวันนัดสอบสวน โดยไม่แจ้งเหตุขัดข้องให้ทราบ ทั้งที่ได้ทราบวันนัดโดยชอบแล้ว ให้คณะอนุกรรมการกำหนดวันนัดสอบสวนอีกครั้งหนึ่ง แล้วแจ้งให้บุคคลนั้นทราบ

          ข้อ ๖ ในกรณีที่พยานผู้กล่าวหาหรือพยานผู้ถูกกล่าวหาไม่มาให้ทำ การสอบสวนโดยคณะอนุกรรมการได้มีหนังสือแจ้งให้ทราบโดยชอบแล้ว ให้คณะอนุกรรมการกำหนดวันนัดสอบสวนอีกครั้งหนึ่งและแจ้งให้พยานผู้นั้นทราบ

          ข้อ ๗ ในกรณีที่ผู้กล่าวหาและพยานผู้กล่าวหา ไม่มาให้ทำการสอบสวน โดยคณะอนุกรรมการได้ให้โอกาสตามข้อ ๕ และข้อ ๖ แล้ว ให้คณะอนุกรรมการมีคำสั่งว่าผู้กล่าวหาไม่มีพยานมาให้ทำการสอบสวน โดยบันทึกไว้ในรายงานการประชุมของคณะอนุกรรมการ และให้นัดสอบสวน
ผู้ถูกกล่าวหา และพยานผู้ถูกกล่าวหาต่อไป
          ในกรณีที่ผู้ถูกกล่าวหาและพยานผู้ถูกกล่าวหาไม่มาให้ทำการสอบสวน โดยคณะอนุกรรมการได้ให้โอกาสตามข้อ ๕ และข้อ ๖ แล้ว ให้คณะอนุกรรมการมีคำสั่งว่าผู้ถูกกล่าวหาไม่มีพยานมาให้ทำการสอบสวน โดยบันทึกไว้ในรายงานการประชุมของคณะอนุกรรมการ และให้คณะอนุกรรมการ
ทำความเห็นเสนอให้คณะกรรมการจรรยาบรรณพิจารณาต่อไป

          ข้อ ๘ ในกรณีที่ผู้กล่าวหาถึงแก่ความตายก่อนที่จะทำการสอบสวนผู้กล่าวหาแล้วเสร็จหรือผู้กล่าวหาขอถอนเรื่องการกล่าวหา แต่คณะอนุกรรมการเห็นว่า ยังมีหลักฐานเพียงพอที่จะดำเนินการต่อไปได้ ให้คณะอนุกรรมการมีคำสั่งนัดพยานบุคคลที่ปรากฏในสำนวนดังกล่าวมาสอบสวน และสอบสวนผู้ถูกกล่าวหาและพยานผู้ถูกกล่าวหาต่อไป
          ในกรณีผู้ถูกกล่าวหาถึงแก่ความตาย ให้คณะอนุกรรมการรวบรวมหลักฐานใบมรณบัตรของผู้ถูกกล่าวหา และเสนอคณะกรรมการจรรยาบรรณ เพื่อยุติการสอบสวน

          ข้อ ๙ การสอบสวนของคณะอนุกรรมการไม่จำเป็นต้องทำต่อหน้าผู้กล่าวหาและผู้ถูกกล่าวหา

          ข้อ ๑๐ หากคณะอนุกรรมการเห็นว่าพยานหลักฐานที่ได้จากการสอบสวนเพียงพอที่จะวินิจฉัยได้แล้ว คณะอนุกรรมการมีอำนาจสั่งให้งดการสอบสวนและนัดประชุมคณะอนุกรรมการเพื่อทำความเห็นเสนอต่อคณะกรรมการจรรยาบรรณต่อไป

          ข้อ ๑๑ คณะอนุกรรมการอาจตรวจสอบและแสวงหาพยานหลักฐานและข้อเท็จจริงได้ตามความเหมาะสม ในการนี้คณะอนุกรรมการจะรับฟังพยานบุคคล พยานเอกสาร พยานผู้เชี่ยวชาญหรือพยานหลักฐานอื่นนอกเหนือจากพยานหลักฐานของคู่กรณีได้ ตามที่เห็นสมควร

          ข้อ ๑๒ ในการสอบสวนพยานบุคคล ให้คณะอนุกรรมการเรียกพยานเข้ามาในที่สอบสวนคราวละหนึ่งคน ห้ามพยานบุคคลซึ่งยังไม่ได้รับการสอบสวนอยู่ในที่สอบสวน
          การสอบสวนพยานบุคคล ให้คณะอนุกรรมการบันทึกถ้อยคำพยาน แล้วอ่านให้ผู้ให้ถ้อยคำฟังหรือให้พยานอ่านเองก็ได้ เมื่อพยานรับว่าถูกต้องแล้วให้พยานและคณะอนุกรรมการสอบสวนที่มาในวันดังกล่าวลงลายมือชื่อไว้
          การแก้ไขข้อความที่ได้บันทึกไว้แล้ว ให้ใช้วิธีขีดฆ่า หรือตกเติม และให้พยานและอนุกรรมการคนใดคนหนึ่งลงลายมือชื่อกำกับไว้ทุกแห่ง

          ข้อ ๑๓ การนำเอกสารหรือวัตถุมาใช้เป็นพยานหลักฐานในสำ นวนสอบสวน ให้อนุกรรมการสอบสวนบันทึกลำดับเลขหมายของเอกสารหรือวัตถุ และบันทึกแยกเป็นเอกสารหรือวัตถุของผู้กล่าวหา หรือผู้ถูกกล่าวหา หรืออนุกรรมการสอบสวน พร้อมทั้งให้อนุกรรมการสอบสวนลงลายมือชื่อ และวันที่ยื่นเอกสารหรือวัตถุดังกล่าว
          เอกสารที่ใช้เป็นพยานหลักฐานให้ใช้ต้นฉบับ เว้นแต่มีกฎหมายกำหนดให้ก็รับฟังสำเนาได้
          ถ้าต้นฉบับเอกสารสูญหาย หรือถูกทำลาย หรือไม่สามารถนำต้นฉบับมาได้โดยประการอื่นจะใช้สำเนาเอกสารหรือพยานบุคคลในการสอบสวนก็ได้

          ข้อ ๑๔ พยานเอกสารซึ่งเป็นภาษาต่างประเทศ ให้ผู้ยื่นพยานเอกสารดังกล่าวจัดทำคำแปลเป็นภาษาไทยที่มีผู้แปลรับรองความถูกต้อง

          ข้อ ๑๕ ในกรณีที่ ผู้กล่าวหาหรือผู้ถูกกล่าวหาโต้แย้งว่า การสอบสวนไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือข้อบังคับสภาวิชาชีพบัญชี ให้ผู้กล่าวหาหรือผู้ถูกกล่าวหาจัดทำคำโต้แย้งเป็นหนังสือลงลายมือชื่อและยื่นต่อคณะอนุกรรมการ เมื่อได้รับคำโต้แย้งดังกล่าว ให้คณะอนุกรรมการวินิจฉัยคำโต้แย้งดังกล่าว แล้วมี คำสั่งเพิกถอนการสอบสวนที่มีการโต้แย้ง หรือยกคำโต้แย้งดังกล่าวก็ได้ โดยให้แสดงเหตุผลการวินิจฉัย และบันทึกคำโต้แย้งไว้ในรายงานการสอบสวน พร้อมทั้งแนบคำโต้แย้งดังกล่าวไว้ด้วย

          ข้อ ๑๖ เมื่อคณะอนุกรรมการ ได้ทำการสอบสวนเสร็จแล้วให้นัดประชุม เพื่อทำความเห็นเสนอคณะกรรมการจรรยาบรรณโดยเร็ว
ความเห็นของคณะอนุกรรมการต้องประกอบด้วย สรุปคำกล่าวหา คำแก้ข้อกล่าวหาข้อเท็จจริงจากการสอบสวน โดยแสดงเหตุผลและข้อเสนอในการลงโทษ หรือยกคำกล่าวหา โดยให้คณะอนุกรรมการที่ร่วมทำความเห็นลงลายมือชื่อไว้

          ข้อ ๑๗ ในการสอบสวนหรือดำเนินการประชุมต้องมีอนุกรรมการเกินกึ่งหนึ่ง จึงเป็นองค์ประชุมในการทำความเห็น ให้ถือตามเสียงข้างมากของคณะอนุกรรมการที่มาร่วมประชุม ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานคณะอนุกรรมการออกเสียงอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด อนุกรรมการฝ่ายเสียงข้างน้อยจะทำความเห็นแย้งก็ได้

          ข้อ ๑๘ ในวันประชุมคณะอนุกรรมการวันนัดสอบสวนหรือวันนัดพิจารณาใด ๆ ให้คณะอนุกรรมการจดบันทึกไว้ในรายงานการสอบสวน และให้อนุกรรมการ ผู้กล่าวหา ผู้ถูกกล่าวหาพยานที่มาร่วมในการประชุม หรือการสอบสวนดังกล่าวแล้วแต่กรณี ลงลายมือชื่อไว้ทุกครั้ง
          รายงานการสอบสวนต้องมีรายการ ดังต่อไปนี้
          (๑) เลขที่สำนวน
          (๒) ชื่อผู้กล่าวหา ผู้ถูกกล่าวหา
          (๓) วันเวลา และสถานที่ที่คณะอนุกรรมการทำการสอบสวน
          (๔) ข้อความโดยย่อเกี่ยวด้วยเรื่องที่สอบสวน และข้อมูลสำคัญอื่น ๆ เช่น คำชี้แจงของผู้กล่าวหา คำชี้แจงของผู้ถูกกล่าวหา คำวินิจฉัยของคณะอนุกรรมการ เป็นต้น

          ข้อ ๑๙ เอกสารที่ใช้ประกอบการสอบสวนปรากฏตามแบบที่แนบไว้ท้ายข้อกำหนดนี้

แบบ สส.1


ประกาศ ณ วันที่ ๒๓ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๐
เกษรี ณรงค์เดช
นายกสภาวิชาชีพบัญชี