| |
 |
|
| กรมพัฒนาธุรกิจการค้า คว้ารางวัล “บัญชีภาครัฐดีเด่นประจำปีงบประมาณ 2554” จากกรมบัญชีกลาง นับเป็นหน่วยงานเดียวในกระทรวงพาณิชย์ที่ได้รับการพิจารณาคัดเลือกให้ได้รับรางวัล โดยเข้ารับมอบประกาศเกียรติคุณ ณ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น เมื่อวันพุธที่ 8 สิงหาคม ที่ผ่านมา |
 |
| |
นายบรรยงค์ ลิ้มประยูรวงศ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า จากการที่กรมบัญชีกลาง ได้จัดทำโครงการประเมินผลการปฏิบัติงานด้านบัญชีของส่วนราชการระดับกรม ประจำปีงบประมาณ 2554 โดยมีวัตถุประสงค์ให้มีการกำกับ ดูแล และจัดทำบัญชีได้อย่างถูกต้อง ครบถ้วน อันจะส่งผลให้งบการเงินระดับกรม และระดับกระทรวง มีความถูกต้อง เชื่อถือได้ ก่อนพิจารณาจัดอันดับส่วนราชการที่มีผลการประเมินการปฏิบัติงานด้านบัญชีสูงสุดเข้ารับประกาศเกียรติคุณ เพื่อเป็นขวัญกำลังใจ และเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับหน่วยงานอื่น ๆ โดยเกณฑ์การประเมินผลวัดจากจำนวนเรื่องของข้อมูลทางบัญชีที่ส่วนราชการสามารถดำเนินการได้ตามเกณฑ์ 6 เรื่อง ประกอบด้วย
(1) งบทดลองในภาพรวมถูกต้อง ตามดุลบัญชีปกติทุกบัญชี (2) ไม่มีบัญชีพักเงินนำส่งหรือพักเงินสดรับคงค้างในระบบ GFMIS (3) ไม่มีบัญชีพักสินทรัพย์คงค้างในระบบฯ
(4) มียอดคงเหลือของบัญชีเงินสดในมือ ถูกต้อง ตรงกับรายงานเงินคงเหลือประจำวันที่จัดทำนอกระบบฯ
(5) มีการจัดทำกระทบยอดบัญชีเงินฝากธนาคาร ณ วันสิ้นเดือน ทุกบัญชี
(6) มีการบันทึกปรับปรุงบัญชีตามเกณฑ์คงค้าง ณ วันสิ้นปีงบประมาณ แล้วเสร็จภายใน 30 วัน นับจากวันสิ้นปีงบประมาณ
|
“ในปีงบประมาณ 2554 กรมบัญชีกลาง ได้พิจารณาและคัดเลือกให้ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า และหน่วยงานอื่น ๆ อีก 8 แห่ง เข้ารับรางวัล “บัญชีภาครัฐดีเด่น” โดยคัดเลือกจากหน่วยงานระดับกรม จังหวัด และกลุ่มจังหวัดทั่วประเทศ กว่า 300 แห่ง ซึ่งเป็นอีกหนึ่งรางวัลที่กรมฯ ภาคภูมิใจ จากความมุ่งมั่นในการปฏิบัติงานบนพื้นฐานความเป็นมืออาชีพ ความโปร่งใส สุจริต และตรวจสอบได้อย่างแท้จริง” |
|
| |
|
 |
|
นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานมอบรางวัลคุณภาพการให้บริการประชาชนและรางวัลศูนย์บริการร่วม/เคาน์เตอร์บริการประชาชน ประจำปี พ.ศ. 2554 ณ หอประชุมกองทัพเรือ ถ.อรุณอัมรินทร์ กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2554 โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ได้รับ จำนวน 1 รางวัล ได้แก่ รางวัลชมเชย : ประเภทภาพรวมกระบวนงาน ชื่อกระบวนงาน การให้บริการรับงบการเงินแก่ภาคธุรกิจ

|
 |
|
|
| |
|
| |
|
| |
|
 |
|

|
|
| |
ผลของการปรับปรุงระบบราชการในครั้งนั้น นอกจากทำให้"กรมทะเบียนการค้า"
เปลี่ยนชื่อใหม่เป็น "กรมพัฒนาธุรกิจการค้า" แล้วยังได้มีการปรับปรุงบทบาทภารกิจและโครงสร้างใหม่
เริ่มตั้งแต่โอนงานด้านชั่งตวงวัดไปขึ้นกับกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ พร้อมกับการโอนงานด้านน้ำมันเชื้อเพลิงให้กับกรมธุรกิจพลังงานกระทรวงพลังงาน
ในเวลาเดียวกันนั้นก็รับโอนภารกิจด้านการส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจ รวมทั้งงานจดทะเบียนและ
งานส่งเสริมสมาคมการค้าและหอการค้ามาจากกรมการค้าภายในกับงานตามภารกิจใหม่
คือ งานด้านส่งเสริมธุรกิจบริการและพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์มาปฏิบัติพร้อมกับภารกิจเดิมคือ
งานด้านจดทะเบียนธุรกิจ การกำกับดูแลธุรกิจ และการให้บริการธุรกิจ อีกด้วย |
สำนักงาน ก.พ.ร. ที่รัฐตั้งขึ้นเพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาระบบราชการ จึงได้กำหนดให้ทุกส่วนราชการดำเนินการลดขั้นตอนและระยะเวลาการปฏิบัติราชการลงร้อยละ 30-50 จากที่กำหนดไว้เดิม ตั้งแต่ ปี 2546 โดยในระยะแรกคัดเลือกดำเนินการในกระบวนงานหลัก 3-5 กระบวนงาน และขยายผลครบ ทุกกระบวนงานในปี 2550 พร้อมไปกับการส่งเสริมให้ส่วนราชการเห็นความสำคัญของการพัฒนาคุณภาพการให้บริการสู่ความเป็นเลิศ โดยได้จัดตั้ง คณะอนุกรรมการพัฒนาระบบราชการเฉพาะกิจเกี่ยวกับการยกระดับคุณภาพมาตรฐานและลดขั้นตอนระยะเวลาการปฏิบัติราชการเพื่ออำนวยความสะดวกและตอบสนองความต้องการของประชาชน (อ.ก.พ.ร เฉพาะกิจ) เพื่อดำเนินงานการมอบ “รางวัลคุณภาพการให้บริการประชาชน” แก่ส่วนราชการที่สามารถพัฒนาคุณภาพการให้บริการประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพตามเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนด ตั้งแต่ปี 2546 จาก 1 ประเภท ขยายเป็น 4 ประเภทรางวัล ในปี 2548 จนถึงปัจจุบัน โดยพิจารณาแนวคิดสร้างสรรค์ในการพัฒนา การลดระยะเวลา ลดขั้นตอน การอำนวยความสะดวก และความพึงพอใจของผู้รับบริการ เป็นหลักใหญ่ |
| |
| กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งได้กำหนดวิสัยทัศน์ “องค์กรแห่งการเป็นเลิศในการให้บริการและเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจ” ได้พัฒนากระบวนงานให้บริการประชาชนมาโดยตลอด พร้อมทั้งได้เข้าร่วมการประกวดรางวัลคุณภาพการบริการประชาชนมาอย่างต่อเนื่องและได้รับรางวัลดีเด่นหรือชมเชยไม่น้อยกว่า 1 กระบวนงานทุกครั้ง สำหรับปี 2553 ถือเป็นปีที่มีการปรับปรุงภาพลักษณ์และพัฒนาการให้บริการทุกด้าน เพื่อสร้างความทันสมัยทัดเทียมเอกชนและอำนวยประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน จึงได้เข้าร่วมการประกวดและได้รับรางวัลทั้ง 4 ประเภท โดยจะมีพิธีมอบรางวัลโดย นายกรัฐมนตรี ในวันที่ 16 ธันวาคม 2553 ณ หอประชุมกองทัพเรือ ถือเป็นรางวัลแห่งการทำงานที่มุ่งมั่นพัฒนาและยังคงต้องดำเนินการอย่างไม่หยุดยั้ง รางวัล 4 ประเภท ได้แก่
|
|
| |
|
| |
 |
| |
| 1. รางวัลกระบวนงานที่มีความเชื่อมโยงหลายส่วนราชการ “กระบวนงานการพัฒนาระบบเชื่อมโยงข้อมูลการเริ่มต้นธุรกิจสู่หน่วยงานพันธมิตร (e – Starting Business)” |
| เชื่อมโยงการบริการเริ่มต้นจดทะเบียน ณ จุดเดียว ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมสรรพากรและ สำนักงานประกันสังคม ทำให้เวลาในการให้บริการลดลงจาก 4 วัน เป็น 90 นาที เป็นการลดค่าใช้จ่าย ลดเวลาของผู้รับบริการ และใช้ทรัพยากรของภาครัฐอย่างคุ้มค่า |
|
| 2. รางวัลภาพรวมกระบวนงาน “กระบวนงานการให้บริการหนังสือรับรอง สำเนาเอกสารและ ถ่ายเอกสารผ่านระบบ e-Service “ |
| เป็นการให้บริการ e-Service ขอหนังสือรับรองฯ ผ่านทางอินเตอร์เน็ต ชำระเงินผ่านธนาคาร ATM Internet Banking และจัดส่งทาง EMS ภายใน 1 วัน หรือ พนักงาน Delivery ภายใน 3 ชั่วโมงซึ่งปี 2553 ได้ขยายการบริการไปยังปริมณฑล และ สำนักงานพัฒนาธุรกิจการค้าภูมิภาคศูนย์กลาง 19 จังหวัด เพื่อให้บริการครอบคลุมการจัดส่งหนังสือรับรองฯ ทางไปรษณีย์ EMS ในทุกจังหวัด |
|
| 3. รางวัลนวัตกรรมการให้บริการ “กระบวนงานการให้บริการข้อมูลธุรกิจระหว่างหน่วยงานราชการ" |
| เชื่อมโยง IT บริการข้อมูลนิติบุคคลให้หน่วยงานราชการและหน่วยงานในสังกัดของรัฐ ด้วยระบบ VPN และ Webservice จำนวน หน่วยงาน อาทิ DSI, ป.ป.ช., สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม,กรมสรรพาสามิต,BOI |
| |
4. รางวัลรายกระบวนงาน “กระบวนงานการพัฒนากระบวนงานการรับจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนบริษัท”
|
| โดยมีการแก้ไขกฎหมายให้ผู้ประกอบธุรกิจสามารถยื่นขอจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทได้ภายใน 1 วัน จากเดิมที่ต้องใช้เวลาไม่น้อยกว่า 9-10 วัน และลดจำนวนผู้เริ่มก่อการจากเดิม 7 คน เหลือ 3 คนแก้ไขกฎหมายให้ห้างหุ้นส่วนเป็นบริษัทจำกัด สามารถแปรสภาพเป็นบริษัทจำกัดได้ โดยความยินยอมของผู้เป็นหุ้นส่วนทุกคน |
| |
| |
| |
| |
| |
| |
| |
| |
| |
| |
| |
| |
| |