Navigation :  กฎหมาย  กฎหมายและระเบียบ  อื่นๆ   
  Department Of Business Development

ข้อบังคับ
ว่าด้วยการใช้เครื่องหมายรับรองความน่าเชื่อถือในการประกอบธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์
ของ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า



                    ข้อบังคับว่าด้วยการใช้เครื่องหมายรับรองความน่าเชื่อถือในการประกอบธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์นี้ จัดทำขึ้นตามบทบัญญัติมาตรา ๘๒ แห่งพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. ๒๕๓๔

หมวด ๑
บททั่วไป

                    ข้อ ๑ ข้อบังคับว่าด้วยการใช้เครื่องหมายรับรองความน่าเชื่อถือในการประกอบธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์นี้ ถือเป็นส่วนหนึ่งของคำขอขดทะเบียนเครื่องหมายรับรองตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. ๒๕๓๔

                    ข้อ ๒ ข้อบังคับนี้ถ้ามิได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่น ให้นำบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. ๒๕๓๔ มาใช้บังคับ

                    ข้อ ๓ในข้อบังคับนี้
                    “เครื่องหมายรับรอง” หมายถึง เครื่องหมายที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนดขึ้นท้ายข้อบังคับนี้ เพื่อรับรองความน่าเชื่อถือในการประกอบธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ของผู้ประกอบธุรกิจ
                    “ผู้ประกอบธุรกิจ” หมายถึง ผู้ประกอบธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์
                    “การประกอบธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์” หมายถึง การประกอบธุรกิจดังต่อไปนี้                         
                    (๑) การซื้อขายสินค้าหรือบริการ โดยวิธีการใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต
                    (๒) การบริการอินเทอร์เน็ต
                    (๓) การให้เช่าพื้นที่ของเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย
                    (๔) การบริการเป็นตลาดกลางในการซื้อขายสินค้าหรือบริการ โดยวิธีใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต
                    (๕)  การทำธุรกรรมโดยวิธีใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์อื่น ตามที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้าประกาศกำหนด
                    “หนังสืออนุญาต” หมายถึง หนังสืออนุญาตให้ใช้เครื่องหมายรับรอง
                    “กรม” หมายถึง กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์
                    “คณะผู้ตรวจสอบ” หมายถึง คณะผู้ตรวจสอบของกรม หรือคณะผู้ตรวจสอบที่กรมมอบหมายให้ทำการตรวจสอบการประกอบธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์เพื่อขอใช้เครื่องหมายรับรอง และตรวจสอบการประกอบธุรกิจในระหว่างที่ได้รับหนังสืออนุญาต


หมวด ๒
หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายรับรอง

                    ข้อ ๔ ผู้ประกอบธุรกิจที่ประสงค์จะขอใช้เครื่องหมายรับรอง ต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามดังต่อไปนี้
                    (๑)  เป็นห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล ห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทจำกัด หรือบริษัทมหาชนจำกัด ที่ไม่เข้าข่ายเป็นคนต่างด้าวตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว
                    (๒)  เป็นเจ้าของชื่อโดเมน
                    (๓)  จดทะเบียนพาณิชย์ประกอบธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ตามกฎหมายว่าด้วยทะเบียนพาณิชย์ มาแล้วไม่น้อยกว่า ๑๘๐ วัน
                    (๔)  ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
                    (๕)  ไม่อยู่ในระหว่างถูกสั่งพักใช้เครื่องหมายรับรอง
                    (๖) ไม่เคยถูกเพิกถอนการใช้เครื่องหมายรับรอง เว้นแต่พ้นจากการเพิกถอนมาแล้วไม่น้อยกว่า ๕ ปี

                    ข้อ ๕ ผู้ประกอบธุรกิจที่ประสงค์จะขอใช้เครื่องหมายรับรอง ให้ยื่นคำขออนุญาตต่อกรมตามวิธีการที่กรมกำหนด

                    ข้อ ๖ ผู้ที่จะได้รับอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายรับรองต้องผ่านการตรวจสอบว่าได้ประกอบธุรกิจเป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้
                    (๑) ต้องเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับชื่อ หรือชื่อทางการค้า (ถ้ามี) ชื่อเว็บไซต์ เลขทะเบียนพาณิชย์ ที่ตั้งของสถานประกอบการ หรือที่ตั้งของตัวแทนหรือบุคคลที่สามารถติดต่อได้ วิธีการติดต่อ หมายเลขโทรศัพท์ โทรสาร หรือจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (E-mail)  และเวลาทำการ
                    (๒) การโฆษณา การเสนอซื้อหรือขายสินค้าหรือบริการ ต้องมีรูปแบบที่เหมาะสมไม่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งกฎหมาย หรือความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนหรือรัฐประศาสโนบาย
                    (๓) การเสนอซื้อหรือขายสินค้าหรือบริการใดๆ จะต้องแสดงรายละเอียดข้อมูลที่ชัดเจน และเพียงพอโดยพิจารณาจากสภาพและลักษณะของสินค้าหรือบริการ ตลอดจนเงื่อนไขวิธีการสั่งซื้อหรือขายและตอบรับ หรือข้อมูลอื่นที่จำเป็น เพื่อผู้สั่งซื้อหรือขายสินค้าหรือบริการจะได้นำไปใช้ประกอบการตัดสินใจตกลงทำธุรกรรมเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการนั้น ดังนี้
                            (๓.๑) ราคาสินค้าหรือบริการที่เสนอซื้อหรือขายต้องระบุให้ชัดเจนว่าเป็นราคาเท่าใด ในกรณีที่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมอื่นใด เช่น ภาษี ค่าระวางบรรทุกสินค้า หรือค่าบริการจัดส่ง ต้องระบุให้ชัดเจน
                            (๓.๒) วิธีการและระยะเวลาในการชำระราคาค่าสินค้าหรือบริการ ต้องกำหนดให้ชัดเจนว่าจะดำเนินการด้วยวิธีการใด อย่างไร ชำระทั้งหมดหรือเป็นงวด ด้วยเงินสกุลใด และต้องชำระภายในระยะเวลาเท่าใดนับแต่วันก่อให้เกิดสัญญา รวมทั้งการดำเนินการในกรณีที่มีการผิดนัดชำระราคา
                            (๓.๓) การส่งมอบสินค้าหรือการให้บริการต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในเวลาอันควร และต้องระบุให้ชัดเจนว่ามีวิธีการและระยะเวลาในการส่งมอบสินค้าหรือบริการอย่างไร
                    (๔) ต้องมีระบบทบทวนและยืนยันการสั่งซื้อ และมีทางเลือกในการยกเลิกหรือยืนยันการตกลงทำธุรกรรม ก่อนที่จะมีการตกลงซื้อขาย ซึ่งอย่างน้อยต้องแสดงรายละเอียดเกี่ยวกับแบบการสั่งซื้อวิธีการกรอกข้อมูล การยืนยันการสั่งซื้อในแบบการสั่งซื้อ เงื่อนไขและข้อตกลงของธุรกรรมที่เกิดขึ้น เพื่อให้ผู้ซื้อหรือผู้ขายสามารถเข้าไปตรวจสอบได้ และมีรายละเอียดที่ผู้ซื้อหรือผู้ขาย สามารถติดต่อได้ หากต้องการตรวจสอบสถานะของสินค้าหรือบริการที่สั่งไว้ และควรมีระบบแจ้งให้ผู้ซื้อหรือผู้ขายทราบถึงความล่าช้าในการจัดส่งสินค้าที่เกิดขึ้น เพื่อเปิดโอกาสให้ยกเลิกสินค้าได้
                    (๕) ต้องจัดให้มีมาตรการในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล โดยกำหนดรายละเอียดในการคุ้มครองข้อมูลดังกล่าว ประกอบด้วย ประเภทของข้อมูลส่วนบุคคลที่จะทำการจัดเก็บ วัตถุประสงค์ในการจัดเก็บ เทคโนโลยีหรือวิธีการที่ใช้ในการจัดเก็บข้อมูล รวมทั้งการนำไปใช้ หรือเปิดเผยต่อบุคคลที่
สาม หากมีการส่งผ่านข้อมูลส่วนบุคคลไปยังบุคคลที่สามจะต้องมีมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เพียงพอ รวมทั้งข้อมูลส่วนบุคคลที่นำมาใช้ต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลแล้ว
                    (๖) ต้องจัดให้มีมาตรการในการรักษาความปลอดภัยในการทำธุรกรรมของผู้ซื้อหรือผู้ขาย โดยมีการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลที่มีมาตรฐานเป็นที่ยอมรับ เหมาะสมกับข้อมูลที่มีการจัดเก็บและส่งผ่าน และมีการป้องกันรักษาความลับของผู้ซื้อหรือผู้ขาย
                    (๗) ต้องจัดให้มีระบบในการแก้ไขปัญหาข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการซื้อขายสินค้า หรือบริการ โดยมีช่องทางที่จะให้ผู้บริโภคสามารถร้องเรียนหรือสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับสินค้า หรือบริการได้ และเมื่อมีการร้องเรียนหรือสอบถามจะต้องแจ้งให้ผู้ร้องเรียนหรือ ผู้สอบถามทราบถึงการได้รับข้อร้องเรียนหรือข้อสอบถามและวิธีการดำเนินการ ภายใน ๗ วัน นับแต่วันที่ได้รับข้อร้องเรียนหรือข้อสอบถาม
                    (๘) กรณีสินค้าหรือบริการอาจมีผลกระทบต่อเด็กหรือเยาวชน จะต้องจัดให้มีข้อความเตือนบนเว็บไซต์ เพื่อให้ความคุ้มครองสิทธิของเด็กและเยาวชน

                    ข้อ ๗ในการขอใช้เครื่องหมายรับรองผู้ขอใช้จะต้องยินยอม อำนวยความสะดวกและให้ข้อมูลแก่คณะผู้ตรวจสอบเข้าทำการตรวจสอบการประกอบธุรกิจจนกว่าการตรวจสอบจะเสร็จสิ้น

                    ข้อ ๘ การอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายรับรอง กรมจะออกหนังสืออนุญาตให้ไว้เป็นหลักฐาน ซึ่งผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับอนุญาตต้องแสดงหนังสืออนุญาตไว้ ณ สถานที่ตั้งสำนักงานแห่งใหญ่ที่เห็นได้ง่าย และแสดงเครื่องหมายรับรองไว้บนหน้าแรกของเว็บไซต์ที่ใช้ในการประกอบธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ตลอดระยะเวลาที่ได้รับอนุญาต
                    ในการอนุญาตตามวรรคหนึ่ง กรมอาจกำหนดเงื่อนไขให้ผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับอนุญาตปฏิบัติเพิ่มเติมก็ได้

                    ข้อ ๙ หนังสืออนุญาตมีกำหนดระยะเวลาหนึ่งปี นับแต่วันที่ออกหนังสืออนุญาต
                    การต่ออายุหนังสืออนุญาต ให้ผู้ประสงค์จะขอต่ออายุหนังสืออนุญาต ยื่นคำขอต่ออายุต่อกรม ก่อนวันที่หนังสืออนุญาตสิ้นอายุ ๓๐ วัน และให้นำความในข้อ ๔  ข้อ ๖ และข้อ ๗ มาใช้บังคับกับการต่ออายุหนังสืออนุญาตโดยอนุโลม

                    ข้อ ๑๐ ในกรณีที่ผู้ได้รับหนังสืออนุญาตเปลี่ยนแปลงรายละเอียดข้อมูลที่แจ้งไว้ในคำขอใช้เครื่องหมายรับรองหรือคำขอต่ออายุหนังสืออนุญาต ให้ผู้รับหนังสืออนุญาตแจ้งข้อมูลที่เปลี่ยนแปลงต่อกรม ภายใน ๗ วัน นับแต่วันที่เปลี่ยนแปลง

                    ข้อ ๑๑  ผู้รับหนังสืออนุญาตต้องประกอบธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ใน ข้อ ๖  ตลอดระยะเวลาของหนังสืออนุญาต
                    ในระหว่างที่ได้รับอนุญาต ผู้รับอนุญาตต้องยินยอม อำนวยความสะดวกและให้ข้อมูลแก่คณะผู้ตรวจสอบเข้าทำการตรวจสอบการประกอบธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ตลอดระยะเวลา

หมวด ๓
การพักใช้หนังสืออนุญาต และการเพิกถอนหนังสืออนุญาต


                    ข้อ ๑๒  กรมมีอำนาจสั่งพักใช้หนังสืออนุญาตในกรณีผู้รับหนังสืออนุญาตไม่ประกอบธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ใน ข้อ ๖ หรือไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดในการอนุญาตตาม ข้อ ๘ วรรคสอง
                    ให้ผู้ถูกสั่งพักใช้หนังสืออนุญาต ปรับปรุงแก้ไขการประกอบธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ใน ข้อ ๖  หรือปฏิบัติตามเงื่อนไข และแจ้งกรมภายใน ๑๕ วัน นับแต่วันที่ถูกสั่งพัก
                     เมื่อกรมได้รับแจ้งตามวรรคสองและได้มีการตรวจสอบแล้วว่าผู้ถูกสั่งพักได้ปรับปรุงแก้ไขการประกอบธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ใน ข้อ ๖ หรือปฏิบัติตามเงื่อนไขแล้ว   ให้ผู้ถูกสั่งพักสามารถใช้หนังสืออนุญาตได้ต่อไป แต่ถ้าผู้ถูกสั่งพักไม่ปรับปรุง แก้ไข หรือตรวจสอบแล้วปรากฏว่าการประกอบธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ใน ข้อ ๖ หรือไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขภายในระยะเวลาที่กำหนด กรมมีอำนาจที่จะเพิกถอนหนังสืออนุญาต

                    ข้อ ๑๓ กรมมีอำนาจเพิกถอนหนังสืออนุญาต ในกรณีดังต่อไปนี้
                    (๑) มีพฤติกรรมในการประกอบธุรกิจที่ขัดต่อกฎหมาย หรือความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือความมั่นคงของประเทศ หรือไม่เป็นธรรมต่อผู้บริโภค หรือ
                    (๒) นำเครื่องหมายรับรองไปใช้ในลักษณะที่ผิดวัตถุประสงค์อันอาจก่อให้เกิดความเสียหายกับกรมซึ่งเป็นเจ้าของเครื่องหมายรับรอง หรือ
                    (๓)  ขาดคุณสมบัติตาม ข้อ ๔ หรือ
                    (๔) ไม่ยินยอม หรือไม่อำนวยความสะดวก หรือไม่ให้ข้อมูลแก่คณะผู้ตรวจสอบตามข้อ ๑๑ หรือ
                    (๕)  เพิกถอนตาม ข้อ ๑๒ วรรคสาม

                    ข้อ ๑๔ ผู้ถูกสั่งพักหรือเพิกถอนการใช้หนังสืออนุญาต ต้องเลิกใช้เครื่องหมายรับรองในการประกอบธุรกิจธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ทันที
                    ในกรณีผู้ถูกสั่งพัก หรือเพิกถอนการใช้หนังสืออนุญาตใดฝ่าฝืนใช้เครื่องหมายรับรอง   ต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายให้กรมในอัตราวันละห้าพันบาทจนกว่าจะเลิกใช้