|
พาณิชย์สร้างความมั่นใจให้นักลงทุนด้วยรายงานทางการเงินฉบับใหม่
นายอลงกรณ์ พลบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ประธานเปิดการสัมมนา“ก้าวทันรายงานทางการเงิน
ฉบับใหม่” กล่าวว่า เนื่องจากประกาศกรมพัฒนาธุรกิจการค้าฉบับใหม่จะมีผลบังคับใช้สำหรับการจัดทำงบการเงินของ
นิติบุคคลทุกประเภทและทั่วประเทศมีจำนวนถึง 550,000 ราย และจะมีผลบังคับใช้สำหรับงบการเงินที่มีรอบปีบัญชีเริ่มต้นหรือ
หลังวันที่ 1 มกราคม 2552 เป็นต้นไป ดังนั้นกรมพัฒนาธุรกิจการค้าจึงได้จัดสัมมนาเพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับแนวทาง
การจัดทำงบการเงินตามแบบที่กำหนดในการประกาศกรมพัฒนาธุรกิจการค้าฉบับใหม่ขึ้น ในวันที่ 13 และ 14 มกราคม 2552
ณ ห้องประชุมชั้น 12 กระทรวงพาณิชย์ และ ณ ห้องแกรนด์บอลรูม ชั้น 4 โรงแรมริชมอนด์ เวลา 13.00 – 16.30 น.
โดยมีประเด็นการสัมมนาและกิจกรรมต่างๆ ประกอบด้วยเนื้อหารูปแบบรายงานทางการเงินที่ธุรกิจต้องจัดทำให้เป็นไปตาม
ร่างประกาศกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เรื่อง กำหนดรายการย่อที่ต้องมีในงบการเงิน พ.ศ. 2551 ออกตามความในพระราชบัญญัติ
การบัญชี พ.ศ. 2543 และบูธนิทรรศการด้านบัญชีและธุรกิจที่ได้รับการส่งเสริมและพัฒนาจากกรม เช่น
บูธสำนักงานบัญชีที่ได้รับรองคุณภาพตามประกาศกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เรื่อง หลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการรับรองคุณภาพ
สำนักงานบัญชี พ.ศ. 2550 Software house สภาวิชาชีพบัญชีและนิทรรศการที่แสดงถึงบทบาทหน้าที่ของกรมพัฒนาธุรกิจการ
ค้าและบูธธุรกิจที่ได้รับการส่งเสริมและพัฒนาจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เช่น ธุรกิจ franchise เป็นต้น
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า งบการเงินเป็นส่วนหนึ่งของรายงานทางการเงินถือว่าเป็น
หัวใจสำคัญในการบริหารจัดการธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากผู้บริหารของกิจการจำเป็นต้องใช้ข้อมูลจากงบการเงินในการ
สะท้อนภาพการดำเนินธุรกิจเพื่อวิเคราะห์และนำไปวางแผนปรับปรุงการดำเนินงานให้ดีขึ้น และสามารถแข่งขันในการเนิน
ธุรกิจได้ และสำหรับบุคคลภายนอกไม่ว่าสถาบันการเงินหรือนักลงทุนยังสามารถนำข้อมูลจากงบการเงินไปตัดสินใจให้กู้ยืมหรือ
ลงทุนได้โดยเฉพาะนักลงทุนในตลาดทุนจะได้รับความคุ้มครองหากมีการจัดทำงบการเงินที่มีการรายงานฐานะการเงิน
และผลการดำเนินงานอย่างครบถ้วนถูกต้อง ดังนั้น ข้อมูลในงบการเงินจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการตัดสินใจลงทุนอย่าง
เหมาะสม ส่งผลให้เศรษฐกิจโดยรวมของประเทศดีขึ้น
...............................................
ที่มา : สำนักกำกับดูแลธุรกิจ ฉบับที่ 4 /14 มกราคม 2552
|