|
สร้างเครือข่ายส่งเสริมการขายและกระจายสินค้าอุปโภคบริโภค
ในวันนี้ (วันพฤหัสบดีที่ 23 เมษายน 2552) รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ (นายอลงกรณ์ พลบุตร) ได้เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกิจกรรมกระจายสินค้า ตามโครงการพัฒนาการบริหารจัดการและเชื่อมโยงเครือข่ายธุรกิจค้าส่ง-ค้าปลีก ระหว่างกรมพัฒนาธุรกิจการค้า สมาคมการค้าส่ง-ปลีกไทย และผู้ผลิต/ผู้แทนจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภค ณ ห้องประชุม30410 ชั้น 4 สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้ส่งเสริมพัฒนาธุรกิจค้าส่ง-ค้าปลีก สินค้าอุปโภคบริโภคประจำวันของคนไทยให้มีความเข้มแข็งสามารถแข่งขันได้อย่างเป็นธรรม โดยมุ่งพัฒนาร้านค้าส่งให้มีศักยภาพในการดูแลร้านค้าปลีกที่มีอยู่กระจัดกระจายเป็นจำนวนมากทั่วประเทศ ในลักษณะการรวมตัวกันเป็นเครือข่าย เพื่อเชื่อมโยงธุรกรรมทางการค้าและกิจกรรมทางธุรกิจที่เกื้อกูลกันอย่างยุติธรรม และเพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนและผู้ประกอบการภายในประเทศ ภายใต้ภาวะเศรษฐกิจโลกชะงักงัน จึงได้เสริมกิจกรรมการส่งเสริมการขายและกระจายสินค้าจากผู้ผลิต ผู้แทนจำหน่าย ร้านค้าส่งสู่ร้านค้าปลีก กระจายสู่ประชาชนผู้บริโภคในพื้นที่ เพื่อกระตุ้นกลไกทางการตลาดสินค้า เร่งให้เกิดการหมุนเวียนของสินค้าเร็วขึ้น โดยความร่วมมือระหว่างกระทรวงพาณิชย์ สมาคมค้าส่ง-ปลีกไทย ผู้ผลิต/ผู้แทนจำหน่าย และร้านค้าส่ง
การลงนามในบันทึกข้อตกลงครั้งนี้ นับว่าเป็นความร่วมมือที่ดีระหว่างหน่วยงานภาครัฐและเอกชน มาช่วยดูแลซึ่งกันและกันตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ทำให้ร้านค้าส่งเป็นเสมือนพี่เลี้ยงดูแลแนะนำให้ร้านค้าปลีกปรับปรุงภาพลักษณ์ และการบริหารจัดการสินค้าในขณะเดียวกัน ผู้ผลิต/ผู้จำหน่ายสินค้าเป็นผู้คอยให้การสนับสนุนสินค้าในราคาที่เหมาะสมผ่านร้านค้าส่ง ซึ่งในเบื้องต้นหน่วยงานภาครัฐ จะช่วยเป็นคนกลางกำหนดทิศทางและประสานงาน ต่อไปในอนาคต ร้านค้าส่งซึ่งอาจเป็นสมาคมฯ จะเข้ามาทำหน้าที่แทน สำหรับการดำเนินงาน แบ่งเป็น 3 กิจกรรมหลัก ประกอบด้วย
1 กิจกรรมพัฒนาค้าส่งดูแลค้าปลีก ซึ่งจะมีร้านค้าปลีกเข้าร่วมเครือข่าย 700 ราย
2 กิจกรรมพัฒนาร้านค้าปลีกเครือข่ายตัวอย่าง ให้มีภาพลักษณ์เหมาะสมเป็น outlet
ของร้านค้าส่งแม่ข่าย โดยมีร้านค้าปลีกเข้าร่วม 30 ราย
3 กิจกรรมส่งเสริมการขาย โดยผู้ผลิต ผู้แทนจำหน่าย และร้านค้าส่ง จำนวน 24
ราย ช่วยกระจายสินค้าสู่ร้านค้าปลีก 750 ราย ครอบคลุม 26 จังหวัดทั่วประเทศ
ทั้งนี้ ร้านค้าส่งและค้าปลีกที่เข้าร่วมโครงการจะติดเครื่องหมาย “Rainbow Shop”
ผลของการดำเนินกิจกรรมดังกล่าวคาดว่าจะทำให้ทุกฝ่ายได้รับประโยชน์อย่างคาดไม่ถึง ทั้งลดต้นทุน การเพิ่มยอดจำหน่าย และ กระตุ้นการบริโภคของประชาชน นำไปสู่ความแข็งแกร่งของกลไกตลาดสินค้าอุปโภคบริโภคประจำวันของไทย รวมไปถึง สังคมและเศรษฐกิจของประเทศต่อไป
************************************************
ที่มา : สำนักส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจ ฉบับที่ 37/ 23 เมษายน 2552
|