Navigation :  ข่าวประชาสัมพันธ์   
 
ดำเนินคดี “จีจีเอฟ” ฐานไม่จดทะเบียนย้ายสำนักงาน 08-02-2553 14:31 Age: 3 yrs

                                       ดำเนินคดี “จีจีเอฟ” ฐานไม่จดทะเบียนย้ายสำนักงาน

 

 

                   นายบรรยงค์  ลิ้มประยูรวงศ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่าตามที่ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้แจ้งว่าตรวจสอบพบ “จีจีเอฟ” เป็น “นอมินี”  ของต่างชาติ        ซึ่งฝ่าฝืนกฎหมายการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวนั้น  นายอลงกรณื  พลบุตร  รัฐมนตรีช่วบว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้สั่งการให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้า    เข้าไปตรวจสอบบริษัทดังกล่าวแล้วโดยกำชับให้ดำเนินการตรวจสอบอย่างละเอียด ทั้งในเชิงพฤติกรรมและเอกสารหลักฐานต่าง ๆ  

 

                   “ขณะนี้กรมฯ ใช้อำนาจในฐานะหัวหน้าสำนักงานบัญชีประจำท้องที่กรุงเทพมหานครและพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายต่างด้าว ได้เชิญผู้บริหารและผู้รับผิดชอบ  มาให้ถ้อยคำ รวมทั้งสั่งให้ส่งเอกสารต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องแล้ว แต่บริษัทยังไม่สามารถส่งเอกสารหลักฐานตามที่ขอได้อย่างครบถ้วนโดยอ้างว่าผู้รับผิดชอบเดินทางไปต่างประเทศ  กรมพัฒนาธุรกิจการค้า จึงได้ขีดเส้นตายให้บริษัทต้องส่งเอกสารครบถ้วนภายในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2553   จากนั้นจะเร่งรัดสรุปผลการตรวจสอบเพื่อให้ได้ข้อยุติว่าบริษัทมีการกระทำในลักษณะ “นอมินี”   เพื่อให้คนต่างด้าวประกอบธุรกิจโดยหลีกเลี่ยงหรือฝ่าฝืนกฎหมายหรือไม่”

 

                   ขณะเดียวกันได้มีหนังสือถึง “ดีเอสไอ”  เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2553 ขอให้เร่งส่งพยานหลักฐานต่าง ๆ ที่ “ดีเอสไอ” นำมาใช้เป็นข้อกล่าวหาต่อ “จีจีเอฟ” ว่าเป็น “นอมินี”  ให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้าโดยเร็วเพื่อนำมาประกอบการพิจารณา หากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ข้อสรุปว่า “จีจีเอฟ” เป็น “นอมินี” จริง จะส่งเรื่องดำเนินคดีทันที ซึ่งความผิดดังกล่าวมีโทษจำคุก        สามปีหรือปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงหนึ่งล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

 

             นอกจากนั้น  กรมฯ  ได้ส่งเจ้าหน้าที่ออกตรวจสอบสถานที่ตั้งของ “จีจีเอฟ” แล้วพบว่า “จีจีเอฟ” ได้ย้ายสำนักงานไปอยู่ที่อื่น  โดยไม่ได้จดทะเบียนตามกฎหมายหุ้นส่วนบริษัท     ซึ่งถือเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.กำหนดความผิดเกี่ยวกับห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน ห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทจำกัด สมาคม และมูลนิธิ พ.ศ.2499 ซึ่งมีโทษปรับไม่เกินสองหมื่นบาท ดังนั้น เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2553  กรมพัฒนาธุรกิจการค้า จึงได้ส่งเรื่องให้กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ ดำเนินคดีตามกฎหมายแล้ว

 

 

 

 

ที่มา: สำนักตรวจสอบธุรกิจ                                                   ฉบับที่ 8/ 26  มกราคม  2553