|
พาณิชย์พลิกโฉมสร้างปรากฎการณ์ใหม่ในราชการไทย ขอแค่ 1 ได้ถึง 3
พาณิชย์ เพิ่มความสะดวกให้ผู้ประกอบการไทย ขอแค่ 1 ได้ถึง 3 ไปที่เดียวทำธุรกิจได้เลย ได้ทั้งเลขทะเบียนนิติบุคคล เลขผู้ประจำตัวผู้เสียภาษี และเลขที่บัญชีนายจ้าง โดยระยะต่อไปเตรียมพัฒนาให้ใช้เลขทะเบียนเดียวทั้ง 3 หน่วยงานภายในปี 2554
นายอลงกรณ์ พลบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า วันนี้ ( 6 ก.ค.2553 ) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้ให้เกียรติเดินทางมาเป็นประธานพิธีเปิดการให้บริการเริ่มต้นธุรกิจ ณ จุดเดียว(Single Point) ณ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งอยู่ภายใต้โครงการพัฒนาระบบเชื่อมโยงข้อมูลการเริ่มต้นธุรกิจสู่หน่วยงานพันธมิตร (e-Starting Business) อันประกอบด้วย กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมสรรพากร และสำนักงานประกันสังคม
การเปิดให้บริการดังกล่าว จะช่วยให้ผู้ประกอบการที่ต้องการจะประกอบธุรกิจมายื่นจดทะเบียนจัดตั้งห้างหุ้นส่วนบริษัทเพียงที่เดียวที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ขอแค่ 1 ได้ถึง 3 ได้แก่ เลขทะเบียนนิติบุคคล เลขประจำตัวผู้เสียภาษี และเลขที่บัญชีนายจ้าง บริการแบบจุดเดียวเบ็ดเสร็จ (Single Point) โดยใช้แบบฟอร์มร่วมกัน (Single Form) ใช้เอกสารประกอบชุดเดียวกัน (Single Document) ซึ่งผู้ประกอบธุรกิจ จะได้หมายเลขทะเบียนทั้ง 3 อย่าง ซึ่งจะเริ่มต้นเปิดให้บริการที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า สนามบินน้ำ ก่อนเป็นแห่งแรก และขยายการให้บริการไปยังสำนักงานพัฒนาธุรกิจการค้า ในกรุงเทพมหานคร อีก 5 เขต ในวันที่ 22 กรกฎาคม 2553 และพร้อมกันทั่วประเทศ 75 จังหวัด ในวันที่ 1 ตุลาคม 2553
การพัฒนาความร่วมมือดังกล่าว จะพัฒนาต่อไปเป็นการให้เป็นเลขทะเบียนเดียวกัน (Single Number) ซึ่งสามารถใช้เลขทะเบียนนิติบุคคลของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เป็นเลขทะเบียนเดียวกันกับ เลขประจำตัวผู้เสียภาษี และเลขที่บัญชีนายจ้าง เพื่อใช้ในการติดต่อกับกรมสรรพากรและสำนักงานประกันสังคม ซึ่งคาดว่าจะสามารถดำเนินการได้ภายในปี 2554
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวต่อไปว่า การปรับปรุงการให้บริการในครั้งนี้ ถือเป็นการพลิกโฉมการให้บริการแบบใหม่ ณ จุดเดียว(One Stop Service) ของราชการไทย ที่มีการบูรณาการให้บริการร่วมกันหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะช่วยให้ผู้ประกอบการไทยทำธุรกิจได้ง่าย รวดเร็ว และคล่องตัวขึ้น รวมทั้งประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทาง มีการใช้ทรัพยากรภาคราชการอย่างคุ้มค่า เป็นการลดขั้นตอนการปฎิบัติงานอย่างแท้จริง จะส่งผลประเทศไทยได้เลื่อนอันดับให้เป็นประเทศที่ง่ายต่อการทำธุรกิจ(Ease of Doing Business) ตามเป้าที่จะผลักดันให้อันดับความยากง่าย ในการประกอบธุรกิจของประเทศไทยที่จัดขึ้นโดยธนาคารโลก สูงขึ้นจากลำดับที่ 12 เป็นลำดับที่ 9 ให้ได้
*********************************
ที่มา : สำนักทะเบียนธุรกิจ ฉบับที่ 45 / 6 กรกฎาคม 2553
|