|
พาณิชย์รุกพัฒนาธุรกิจสหกรณ์ไทยสร้างสรรค์สู่สากล
นายอลงกรณ์ พลบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้มีการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ว่าด้วยการพัฒนารูปแบบธุรกิจ เพื่อสร้างภาพลักษณ์ ตราสินค้าสหกรณ์ไทย ตามโครงการพัฒนาธุรกิจสหกรณ์ไทยสร้างสรรค์ (Creative CO-OP) ระหว่าง กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กรมทรัพย์สินทางปัญญา กรมส่งเสริมสหกรณ์ และสันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย ซึ่งที่ผ่านมา หน่วยงานทั้งหมดได้ดำเนินการวางแผนขับเคลื่อนธุรกิจสหกรณ์ไทยสร้างสรรค์ เพื่อช่วยกันต่อยอดคู่แฝดธุรกิจเชิงสร้างสรรค์ของสหกรณ์ ซึ่งปัจจุบันมีจำนวน 6,868 สหกรณ์ มีสมาชิกรวมกว่า 10 ล้านคน
สำหรับแนวทางของโครงการนี้เป็นการสานต่อนโยบายเศรษฐกิจสร้างสรรค์ โดยเป็นการขับเคลื่อนในรูปของการจัดเวิร์คช็อป ซึ่งจะเชิญ สหกรณ์จำนวน 500 สหกรณ์ที่ได้รับคัดเลือกจากทุกภาคทั่วประเทศ เข้าร่วมในโครงการพัฒนาธุรกิจสหกรณ์สร้างสรรค์ กำหนดจัดขึ้นในเดือนกันยายนนี้ และจะดำเนินการต่อในขั้นตอนที่ 2 คือ การพัฒนาธุรกิจสหกรณ์สร้างสรรค์ต้นแบบใน 4 ภาค ซึ่งจะดำเนินการในช่วงเดือนมกราคม ถึงเดือนเมษายน 2554 พร้อมกับการจัดประกวดคัดเลือกธุรกิจสหกรณ์ไทย โดยมีการมอบรางวัลจำนวน 4 รางวัล ได้แก่ รางวัลสหกรณ์สร้างสรรค์ดีเด่นในรูปขององค์กร รางวัลสินค้าสหกรณ์สร้างสรรค์ดีเด่นประจำปี รางวัลผู้บริหารสหกรณ์สร้างสรรค์ดีเด่น และรางวัลสุดยอดของสหกรณ์สร้างสรรค์ ซึ่งเป็นรางวัลสุดยอดของสหกรณ์ไทยสร้างสรรค์
ทั้งนี้ นายอลงกรณ์ ได้มอบนโยบายให้คณะทำงานพิจารณาถึงรูปแบบธุรกิจใหม่ๆ ที่จะนำไปเป็นต้นแบบของการพัฒนาสหกรณ์สร้างสรรค์ เช่น ให้ร้านค้าสหกรณ์ที่มีในปัจจุบันพัฒนารูปแบบโดยการนำธุรกิจ แฟรนไชส์ ซึ่งกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ส่งเสริมอยู่ในขณะนี้เข้าไปต่อยอดการดำเนินการ ซึ่งเป็นการพัฒนาร้านค้าสหกรณ์ให้ทันสมัย หรือแม้กระทั่ง การนำเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาช่วยในการบริหารงาน เพื่อลดต้นทุนของสินค้า โลจิสติกส์ และการบริหารงาน สำหรับภาคการผลิตหรือการเกษตร ให้พัฒนาเป็นธุรกิจที่สามารถสร้างอำนาจการต่อลองที่เข้มแข็งให้กับสหกรณ์การผลิตภาคเกษตรได้ เป็นต้น
หัวใจสำคัญของโครงการพัฒนาธุรกิจสหกรณ์ไทยสร้างสรรค์ คือ การทำงานร่วมกันของทุกภาคส่วน พร้อมทั้งต่อยอดธุรกิจสหกรณ์ไทยให้สามารถแข่งขันในระดับสากลได้ ปรับใช้รูปแบบตลาดการค้า โดยนำสหกรณ์เข้าสู่ตลาดสถาบัน ตลาดสหกรณ์กับสหกรณ์ด้วยกันทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อสร้างเครือข่ายต่อไป รวมทั้งการพัฒนาตัวสินค้า จะเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยเพิ่มช่องทางการตลาด ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เช่น สินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ สินค้าออแกนิกส์ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ บรรจุภัณฑ์ การพัฒนาตราสินค้า โดยให้ กรมทรัพย์สินทางปัญญาเข้ามาช่วยดูแล
การพัฒนาสหกรณ์ไทยสร้างสรรค์นี้ เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมและรับมือกับการเปิดเขตการค้าเสรีที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ซึ่งสหกรณ์จะต้องปรับตัวให้เข้มแข็ง เพื่อ ยืนหยัดต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงในเวทีการค้าโลก และเชื่อว่าอนาคตรูปแบบกระบวนการสหกรณ์จะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ โดย สหกรณ์จะกลายเป็นธุรกิจ แถวหน้าในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ โดยความร่วมมือของทุกฝ่ายอย่างแน่นอน
**************************************
ที่มา: สำนักพัฒนาผู้ประกอบธุรกิจ ฉบับที่ 60 / 3 สิงหาคม 2553
|