|
เดือน ส.ค. อนุญาตต่างด้าว 21 ราย เม็ดเงินไหลเข้าเกือบสองพันล้าน
จ้างงานกว่าสองร้อยคน
นายบรรยงค์ ลิ้มประยูรวงศ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เลขานุการคณะกรรมการการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวเปิดเผยว่า ในการประชุมของคณะกรรมการฯ เมื่อวันพุธที่ 25 สิงหาคม 2553 ที่ประชุม ได้อนุญาตให้บริษัทต่างด้าวประกอบธุรกิจในประเทศไทย จำนวน 21 ราย ซึ่งจะทำให้มีการนำเงินเข้ามาลงทุนในธุรกิจที่ได้รับอนุญาตเป็นจำนวน 1,944 ล้านบาท มีการจ้างงานคนไทยจำนวน 234 คน โดยจำนวนธุรกิจต่างด้าวที่ได้รับอนุญาตมีจำนวนเท่ากันกับเดือนกรกฎาคม 2553 แต่เงินลงทุนลดลงถึง 13,080 ล้านบาท เนื่องจากในเดือนที่ ผ่านมามีการขออนุญาตประกอบธุรกิจธนาคารพาณิชย์และธุรกิจบริการทางการเงินซึ่งต้องใช้เงินลงทุนสูง และเมื่อเปรียบเทียบกับเดือนสิงหาคม 2552 จำนวนผู้ได้รับอนุญาตเพิ่มขึ้นร้อยละ 24 และเงินลงทุนเพิ่มขึ้น 1,561 ล้านบาท
อย่างไรก็ดี ในเดือนสิงหาคม 2553 มีการอนุญาตธุรกิจที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศไทยในด้านต่างๆ เช่น
- ซีจีจี เวอริทัช เซอร์วิสเซส เอส. เอ. (CGG Veritas Services S. A.) จากประเทศฝรั่งเศส ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจบริการสำรวจทางธรณีวิทยาด้วยวิธีวัดความไหวสะเทือนแบบ 3 มิติ ณ แปลงสำรวจบนบกให้แก่ผู้รับสัมปทานปิโตรเลียมจากกระทรวงพลังงาน ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อผู้ประกอบอุตสาหกรรมปิโตรเลียมและมีผลดีต่อการถ่ายทอดเทคโนโลยีให้แก่คนไทย
- บริษัท วาย เอส ภัณฑ์ จำกัด (Y S Pund Co., Ltd.) ซึ่งมีผู้ถือหุ้นรายใหญ่เป็นนักลงทุนจากประเทศญี่ปุ่น ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจค้าส่งและบริการรับจ้างผลิตชิ้นส่วนโลหะและวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตชิ้นส่วนโลหะ ท่อโลหะ ท่อไอเสีย หม้อเก็บเสียง และชิ้นส่วนโลหะปั๊มขึ้นรูปสำหรับยานพาหนะ ให้แก่บริษัทในกลุ่มและผู้ประกอบการยานยนต์ภายใต้เครื่องหมายการค้า “TOYOTA” “NISSAN” และ “HINO” ซึ่งเป็นประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมยานยนต์
นอกจากนี้ยังได้อนุมัติหลักการให้ บริษัท เวทเธอร์ฟอร์ด เคเอสพี จำกัด (Weatherford KSP Co., Ltd.) ประกอบธุรกิจบริการให้เช่า ให้เช่าแบบลีสซิ่งและให้เช่าซื้อ ติดตั้ง ซ่อมแซมบำรุงรักษา ปรับปรุงเครื่องจักร เครื่องมือและอุปกรณ์ที่ใช้ในการสำรวจและผลิตปิโตรเลียม และซ่อมแซมหลุมปิโตรเลียม ตลอดจนสนับสนุนกระบวนการสำรวจและการขุดเจาะ ให้แก่ ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมปิโตรเลียมต่อไปได้ ภายหลังจากที่มีการโอนหุ้นให้กับ เวทเทอร์ฟอร์ด โฮลดิ้ง (สิงคโปร์) พีทีอี แอลทีดี จากประเทศสิงคโปร์ เป็นผลให้ เวทเทอร์ฟอร์ด โฮลดิ้ง (สิงคโปร์) พีทีอี แอลทีดี จะต้องนำเงินเข้ามาลงทุนจำนวน 198 ล้านบาท และทำให้ยังคงมีการจ้างงานคนไทยต่อไปอีกประมาณ 284 คนด้วย
ทั้งนี้ นับตั้งแต่เดือนมีนาคม 2543 ที่มีการบังคับใช้พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 จนถึงเดือนสิงหาคม 2553 คณะกรรมการฯ ได้อนุญาตให้คนต่างด้าวประกอบธุรกิจไปแล้ว 2,539 ราย และมีการนำเงินเข้ามาในประเทศไทยเพื่อใช้ในการประกอบธุรกิจ 52,906 ล้านบาท
******************************************
ที่มา : สำนักบริหารการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว ฉบับที่ 66 / 27 สิงหาคม 2553
|