|
คณะกรรมการกำกับดูแลการประกอบวิชาชีพบัญชี ให้ความเห็นชอบมาตรฐานการบัญชี 6 ฉบับ
นายอิทธิพล ช้างหลำ รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่าในการประชุมคณะกรรมการกำกับดูแลการประกอบวิชาชีพบัญชี เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2553 ที่ประชุมได้พิจารณาให้ความเห็นชอบมาตรฐานการบัญชี รวมทั้งสิ้น 6 ฉบับ ได้แก่ มาตรฐานการบัญชีเรื่องที่ดินอาคารและอุปกรณ์ รายได้ ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา ผลประโยชน์พนักงาน การบัญชีและการรายงานโครงการผลประโยชน์เมื่อออกจากงาน การจ่ายโดยใช้หุ้นเป็นเกณฑ์ โดยให้มี ผลบังคับใช้กับงบการเงินวันที่ 1 มกราคม 2554 เป็นต้นไป ยกเว้นมาตรฐานการบัญชีเรื่องผลกระทบ จากการเปลี่ยนแปลงอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา ให้มีผลบังคับใช้กับงบการเงินวันที่ 1 มกราคม 2556 เป็นต้นไป
รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กล่าวเพิ่มเติมว่า มาตรฐานการบัญชีข้างต้น จะมีผลทำให้มาตรฐานการบัญชีของไทยมีความสอดคล้องกับมาตรฐานการบัญชีสากล (International Financial Reporting Standards : IFRS) ซึ่งจะส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงวิธีการบัญชีที่สำคัญหลายประการ เช่น กิจการต้องรวมรายจ่ายในการรื้อถอนและการบูรณะ สภาพของสินทรัพย์ซึ่งเป็นภาระผูกพันของกิจการอันเกิดขึ้นจากการติดตั้งหรือการใช้ประโยชน์จากสินทรัพย์ เป็นต้นทุนของที่ดินอาคารและอุปกรณ์ และกิจการต้องแยกคิดค่าเสื่อมราคาสำหรับแต่ละส่วนประกอบของรายการที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ กิจการต้องรับรู้รายการเกี่ยวกับผลประโยชน์ของพนักงานไม่ว่าจะเป็นผลประโยชน์ระยะสั้นหรือผลประโยชน์หลังออกจากงาน อาทิ บำนาญ ผลประโยชน์ตอบแทนอื่น เป็นภาระหนี้สินในงบการเงินของกิจการ ซึ่งจะเกิดผลดีในด้านงบการเงินมีความชัดเจน ฐานะการเงินของบริษัทต่าง ๆ เป็นไปอย่างถูกต้อง ทำให้บริษัทมีโอกาสและสามารถระดมทุนข้ามประเทศ (Cross-border listing and fund raising) ได้ง่ายขึ้น ทั้งนี้ นับตั้งแต่เดือนมกราคม 2553 จนถึงปัจจุบัน คณะกรรมการให้ความเห็นชอบมาตรฐานการบัญชีที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากล Bound volume 2009 ไปแล้ว รวมทั้งสิ้น 31 ฉบับ รายละเอียดของมาตรฐานการบัญชีแต่ละฉบับสามารถติดตามได้ที่ เว็บไซด์ของสภาวิชาชีพบัญชี www.fap.or.th
%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%
ที่มา : สำนักกำกับดูแลธุรกิจ ฉบับที่ 77/ 17 กันยายน 2553
|