Navigation :  ข่าวประชาสัมพันธ์   
 
อลงกรณ์ “สั่ง” กรมพัฒนาธุรกิจการค้าต้องเป็นหนึ่ง ทันสมัยที่สุด และสำคัญที่สุด 24-09-2553 13:10 Age: 3 yrs

                                  อลงกรณ์ “สั่ง” กรมพัฒนาธุรกิจการค้าต้องเป็นหนึ่ง ทันสมัยที่สุด และสำคัญที่สุด

 

 

                        “อลงกรณ์”  สั่งเดินหน้าพัฒนาการบริการของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า “ย้ำ” ต้องเป็นหนึ่ง ทันสมัยที่สุด และสำคัญที่สุด ภายใต้แนวคิด “ล้ำหน้าหนึ่งก้าวเสมอ”

 

                        นายอลงกรณ์   พลบุตร  รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์  มอบนโยบายการดำเนินงานให้ผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า  สำหรับปีงบประมาณ  2554  ให้เป็นปีแห่งการพัฒนา   การให้บริการอย่างสร้างสรรค์  และก้าวสู่  e-Department อย่างเต็มรูปแบบ  มุ่งปรับภาพลักษณ์การให้บริการของกรมฯ  ตลอดจนสนับสนุน และพัฒนาบุคลากรทุกระดับให้มีโอกาสในการศึกษา และดูงานทั้งใน  และต่างประเทศ  เพื่อให้มีความรู้ความสามารถด้านการติดต่อ สื่อสาร โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ในส่วนภูมิภาคที่มีพื้นที่ติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน จำเป็นต้องเรียนรู้ภาษา และวัฒนธรรมท้องถิ่น เพื่อให้สามารถสื่อสารและเข้าใจขนบธรรมเนียมของประเทศนั้น ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นการเตรียมรองรับการเปิดเสรีการค้าภายใต้ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community : AEC)  ในปี 2558  เน้นการสร้างกรมฯ ให้เป็น DBD Academy ร่วมกับเครือข่ายของมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ  เพื่อพัฒนาองค์ความรู้ เป็นศูนย์อบรมบ่มเพาะ และสร้างมาตรฐานความโปร่งใสในการทำงาน

 

                        นอกจากนั้น ยังได้มอบให้กรมฯ ไปพิจารณาปรับโครงสร้างองค์กร ควรต้องมีสำนักที่เกี่ยวข้องกับการวางแผนเชิงยุทธศาสตร์ เพื่อรองรับต่อพันธสัญญา เพิ่มศักยภาพของกรมฯ ด้าน Capacity Building   ในส่วนที่เป็นบริการ (Service Unit)  ส่วนที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ (Business Unit) ส่วนที่เป็นฐานข้อมูลที่สามารถแปลงเป็นเงินทองได้ ให้ดูว่าอะไรที่ยังไม่มี และต้องมีเพื่อให้งานสามารถขับเคลื่อนได้ด้วยดี รวมถึงการปรับวัฒนธรรมองค์กรให้มีความทันสมัย สร้างทัศนคติที่ดีแก่เจ้าหน้าที่ทุกคน  “สิ่งที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้าจะต้องดำเนินการต่อไปคือ จะต้องเป็นผู้นำภาคเอกชนในการเริ่มต้นธุรกิจ และสร้างความเข้มแข็งให้กับธุรกิจ ทำให้เกิด Business Club เพื่อความสามารถทางการแข่งขันและรองรับการเปิดการค้าเสรีกับต่างประเทศ โดยส่งเสริมและพัฒนาให้เกิดรูปแบบธุรกิจใหม่ ๆ  อาทิ  ธุรกิจสหกรณ์ เป็นต้น”

 

                        นอกจากนี้  การจดทะเบียนจะต้องเป็นลักษณะ 4s คือ Single Point  Single Form  Single Document และ Single Number โดยวันที่ 1 ตุลาคม 2553 จะเปิดให้บริการทั่วประเทศ โดยมีการพัฒนาระบบเชื่อมโยงข้อมูลการเริ่มต้นธุรกิจ ร่วมกัน 3 หน่วยงาน คือ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมสรรพากร และสำนักงานประกันสังคม  ซึ่งก้าวต่อไปจะสร้างให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเป็น Single Window  ของประเทศ และภายในปี 2554 จะก้าวสู่การเป็น E-Department อย่างเต็มรูปแบบ โดยมีการออกหนังสือรับรองอิเล็กทรอนิกส์ การจัดทำระบบ E-Filling  และมีแผนธุรกิจแห่งชาติเกิดขึ้น โดยจะมีกลไกของเศรษฐกิจสร้างสรรค์ พัฒนาและส่งเสริมCreative Business เพื่อพัฒนาสู่ต่างประเทศ และไปสู่วิสาหกิจของประเทศ   ซึ่งมี Micro Business ที่เป็นธุรกิจขนาด SMEs กว่า 2.9 ล้านราย

 

                        ในปีงบประมาณ  2553  ที่ผ่านมา กรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้ดำเนินงานตามพันธสัญญาที่รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ให้ไว้ในปี 2553  จนแล้วเสร็จทุกประการ ทั้งการปรับภาพลักษณ์องค์กร  การปรับปรุงการให้บริการเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจทั้งใน และต่างประเทศ  ตามนโยบายของรัฐบาลที่จะให้ประเทศไทย เป็นประเทศที่ง่ายต่อการทำธุรกิจ (Ease of Doing Business) โดยมีระบบเชื่อมโยงข้อมูลการเริ่มต้นธุรกิจ (e-Starting Business) เพื่อสามารถให้บริการ ณ จุดเดียวกันได้ (Single Point) และในปี 2554 จะสามารถใช้ระบบเลขทะเบียนเดียวกันได้ (Single Number) ภายใต้แนวคิด One Start One Stop Service (OSOS)

 

                                                                   ********************************

 

ที่มา : กรมพัฒนาธุรกิจการค้า                                                                               ฉบับที่ 79/24 กันยายน 2553