|
“บอร์ดต่างด้าว” ไฟเขียวต่างชาติ 27 รายลงทุนไทยรับปีงบประมาณใหม่
มีเม็ดเงินลงทุน 1,236 ล้านบาท
นายบรรยงค์ ลิ้มประยูรวงศ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เลขานุการคณะกรรมการการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวเปิดเผยว่า เมื่อวันพุธที่ 27 ตุลาคม 2553 คณะกรรมการฯ ได้อนุญาตให้คนต่างด้าวประกอบธุรกิจอีก 27 ราย โดยมีเงินทุนที่ใช้ในการประกอบธุรกิจรวมทั้งสิ้น 1,236 ล้านบาท และมีการจ้างแรงงานคนไทย 641 คน ซึ่งเป็นธุรกิจในโครงการที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศในด้านต่างๆ เช่น
- เป็นประโยชน์ต่อระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานที่มีส่วนช่วยพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ ได้แก่ ไชน่า อินเตอร์เนชั่นแนล วอเตอร์ แอนด์ อิเล็กตริก คอร์ปอเรชั่น (China International Water & Electric Corporation) จากประเทศจีน ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจบริการออกแบบ จัดหา ควบคุมการติดตั้ง และทดสอบอุปกรณ์โรงไฟฟ้าพลังน้ำ ภายใต้โครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำแควน้อย บำรุงแดน ให้แก่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการผลิตกระแสไฟฟ้า และออเรียนทอล คอนซัลแตนท์ คอมปะนี ลิมิเต็ด (Oriental Consultants Co., Ltd.) จากประเทศญี่ปุ่น ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจบริการทางวิศวกรรมในการให้คำปรึกษาแนะนำ ควบคุมดูแลการก่อสร้าง เพื่อบริหารจัดการโครงการและควบคุมการก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนในกรุงเทพมหานคร (สายสีม่วง) เส้นทางบางใหญ่-บางซื่อ ของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อระบบขนส่ง
- เป็นประโยชน์ต่อผู้ประกอบการอุตสาหกรรมปิโตรเลียมและมีผลดีต่อการจ้างงานและการถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กับคนไทย ได้แก่ บีจีพี อินท์ ไชน่า เนชั่นแนล ปิโตรเลียม คอร์ปอเรชั่น (BGP Inc., China National Petroleum Corporation) จากประเทศจีน ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจบริการสำรวจทางธรณีวิทยาด้วยวิธีวัดความไหวสะเทือนแบบ 2 มิติ ณ แปลงสำรวจน้ำมันปิโตรเลียมและแก๊สธรรมชาติให้แก่ผู้รับสัมปทานจากกระทรวงพลังงาน และบริษัท เวทเธอร์ฟอร์ด เคเอสพี จำกัด (Weatherford KSP Co., Ltd.) ซึ่งมีผู้ถือหุ้นรายใหญ่เป็นนักลงทุนจากประเทศสิงคโปร์ ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจบริการให้เช่า ให้เช่าแบบลีสซิ่งและให้เช่าซื้อ ติดตั้ง ซ่อมแซมบำรุงรักษา ปรับปรุงเครื่องจักร เครื่องมือและอุปกรณ์ที่ใช้ในการสำรวจและผลิตปิโตรเลียม และซ่อมแซมหลุมปิโตรเลียม ตลอดจนสนับสนุนกระบวนการสำรวจและการขุดเจาะให้แก่ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมปิโตรเลียม
อย่างไรก็ดี ในเดือนตุลาคม 2553 จำนวนธุรกิจต่างด้าวที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจเพิ่มขึ้นจากเดือนกันยายน 2553 ถึงร้อยละ 43 เงินทุนลดลง 183 ล้านบาท ธุรกิจที่เพิ่มขึ้นได้แก่ สำนักงานผู้แทน คู่สัญญาที่ดำเนินงานตามโครงการให้แก่ภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ และธุรกิจบริการให้แก่บริษัทในเครือ/ในกลุ่ม และเมื่อเปรียบเทียบกับเดือนตุลาคม 2552 ปรากฎว่าผู้ที่ได้รับอนุญาตมีจำนวนเพิ่มขึ้นร้อยละ 43 ในขณะที่เงินลงทุนเพิ่มขึ้น 614 ล้านบาท
สำหรับเรื่อง “ทุนขั้นต่ำ” ตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 กรมพัฒนาธุรกิจการค้าขอชี้แจงว่า ทุนขั้นต่ำต้องพิจารณาจากเงินทุนตามความเป็นจริงที่คนต่างด้าวนำหรือส่งเข้ามาเพื่อใช้ในการเริ่มต้นประกอบธุรกิจในประเทศไทย ซึ่งไม่ใช่ทุนจดทะเบียนของบริษัทจำกัดตามที่กำหนดในนิยามคำว่า “ทุน” แต่อย่างใด รายละเอียดเพิ่มเติมสามารถดูได้ที่ www.dbd.go.th
%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%
ที่มา : สำนักบริหารการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว ฉบับที่ 90 / 28 ตุลาคม 2553
|