Navigation :  ข่าวประชาสัมพันธ์   
 
รัฐช่วยเหลือสินเชื่อ 2,000 ล้านให้โลจิสติกส์ แฟรนไชส์ และขายตรง 20-04-2554 15:36 Age: 2 yrs

                                           รัฐช่วยเหลือสินเชื่อ 2,000 ล้านให้โลจิสติกส์  แฟรนไชส์  และขายตรง

 

 

                    กระทรวงพาณิชย์ เรียกประชุมคณะกรรมการบริหารโครงการช่วยเหลือด้านการเงินแก่ผู้ประกอบธุรกิจโลจิสติกส์ไทย เพื่อร่วมกันกำหนดหลักเกณฑ์และวงเงินสินเชื่อให้กับธุรกิจโลจิสติกส์   แฟรนไชส์  ขายตรง  ผู้ที่ต้องการสร้างอาชีพ สร้างรายได้  และผู้ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย  ภายใต้วงเงินสินเชื่อจำนวน  2,000 ล้านบาท ตามที่ครม. อนุมัติเมื่อ 12 เม.ย.54 

 

 

                         นายอลงกรณ์   พลบุตร  รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์  เปิดเผยว่า  ตามมติครม. เมื่อวันที่ 12 เมษายน 2554 ได้อนุมัติวงเงินสินเชื่อจำนวน 2,000 ล้านบาท  เพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนและเสริมสภาพคล่องให้แก่ผู้ประกอบการ  SMEs ในกลุ่มธุรกิจโลจิสติกส์   ธุรกิจแฟรนไชส์  ธุรกิจขายตรง  ผู้ที่ต้องการสร้างอาชีพ  สร้างรายได้ ตลอดจนผู้ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ซึ่งกำหนดให้กู้รายละไม่เกิน 5  ล้านบาท  ระยะเวลาการให้กู้ยืมไม่เกิน 5 ปี  โดยมีระยะเวลาปลอดชำระเงินต้น (Grace Period) 1 ปี  อัตราดอกเบี้ยร้อยละ MLR -3 ต่อปี  เป็นเวลา 2 ปี และตั้งแต่ปีที่ 3 เป็นต้นไป  อัตราดอกเบี้ยเป็นไปตามที่ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) กำหนด โดยสิ้นสุดระยะเวลารับคำขอสินเชื่อ ภายในวันที่ 30 ธันวาคม 2554 แต่เนื่องจากยังไม่ได้กำหนดว่าจะจัดสรรให้แต่ละธุรกิจเป็นจำนวนเงินเท่าใด  ในวันนี้จึงได้เชิญผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องซึ่งเป็นคณะกรรมการฯ เพื่อมาร่วมกันพิจารณากำหนดวงเงินให้แต่ละภาคธุรกิจ เพื่อให้มีความเหมาะสม และสามารถช่วยเหลือแต่ละธุรกิจได้อย่างแท้จริง

 

 

                         “นอกจากจะร่วมกันกำหนดวงเงินให้กับแต่ละกลุ่มธุรกิจแล้ว  วันนี้ผู้แทนจากกลุ่มธุรกิจโลจิสติกส์ได้เดินทางมาเพื่อขอบพระคุณท่านนายกรัฐมนตรีเกี่ยวกับนโยบายตรึงราคาน้ำมันดีเซล ซึ่งจะส่งผลให้ธุรกิจยังไม่ปรับขึ้นราคาค่าขนส่งในขณะนี้  เป็นการป้องกันไม่ให้ส่งผลกระทบต่อต้นทุนของธุรกิจโลจิสติกส์ ถือเป็นของขวัญต้อนรับปีใหม่ไทย ในวันสงกรานต์ปีนี้ด้วย”

 

 

                                                              ************************

 

ที่มา: กรมพัฒนาธุรกิจการค้า                                                               ฉบับที่ 34  / 20  เมษายน 2554