|
การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว ในรอบปี 2553
การเข้ามาประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวในประเทศไทย นอกจากจะทำให้มีการนำเงินตราต่างประเทศเข้ามาลงทุนแล้ว ยังเป็นผลดีต่อการถ่ายทอดเทคโนโลยีใหม่ๆ ให้กับคนไทยและมีการจ้างงาเพิ่มขึ้น ซึ่งจะส่งผลถึงภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศด้วย ดังนั้น เพื่อเป็นการสร้างบรรยากาศที่ดีในการลงทุนและอำนวยความสะดวกให้กับนักลงทุนจากต่างชาติ กรมพัฒนาธุรกิจการค้าในฐานะเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบดูแลการปฏิบัติตาม พ.ร.บ. การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2552 ได้มีการปรับปรุงขั้นตอนและพัฒนาวิธีการปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้คณะกรรมการการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวที่ทำหน้าที่พิจารณาอนุญาตให้คนต่างด้าวประกอบธุรกิจยังมีการจัดทำแนวทางการพิจารณาอนุญาตตามประเภทธุรกิจเพื่อให้การพิจารณาคำขออนุญาตเป็นไปด้วยความรวดเร็วยิ่งขึ้น รวมทั้งมีการพิจารณาทบทวนประเภทธุรกิจที่ควบคุมเป็นประจำทุกปี เพื่อให้มีการแก้ไขปรับปรุงประเภทธุรกิจได้อย่างเหมาะสมสอดคล้องกับภาวะการณ์หรือเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงรวมถึงพันธกรณีระหว่างประเทศด้วย
ในรอบปี 2553 ที่ผ่านมามีคนต่างด้าวเข้ามาประกอบธุรกิจตาม พ.ร.บ. การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2552 จำนวน 590 ราย เพิ่มขึ้นจากปี 2552 จำนวน 106 ราย คิดเป็นร้อยละ 18 มีการนำเงินทุนเข้ามาทั้งสิ้น 25,255 ล้านบาท และมีการจ้างงานคนไทย 5,814 คน นักลงทุนส่วนใหญ่มาจากประเทศญี่ปุ่น สิงคโปร์ และเนเธอร์แลนด์ โดยธุรกิจที่คนต่างด้าวให้ความสนใจเป็นธุรกิจบริการต่างๆ เช่น ธุรกิจบริการให้กับบริษัทในเครือและบริษัทในกลุ่มเกี่ยวกับบริการทางบัญชี การให้คำปรึกษาแนะนำทางธุรกิจหรือด้านการผลิต ซึ่งในการอนุญาตให้คนต่างด้าวประกอบธุรกิจคณะกรรมการการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวจะพิจารณาถึงประโยชน์ที่ประเทศไทยจะได้รับทั้งในด้านการถ่ายทอดเทคโนโลยี การจ้างงาน และการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ โดยในปี 2553 มีคนต่างด้าวได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจที่เป็นประโยชน์ต่อระบบขนส่ง อุตสาหกรรมพลังงาน และระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน รวมทั้งมีการถ่ายทอดเทคโนโลยีให้แก่คนไทยในธุรกิจที่ต้องอาศัยความรู้ความชำนาญเฉพาะด้าน เช่น การก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วงของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย โครงการระบบรถไฟชานเมืองสายสีแดง (Airport Link) ของการรถไฟแห่งประเทศไทย การก่อสร้างและติดตั้งสถานีเพิ่มแรงดันก๊าซในทะเลของบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) การบริการสำรวจทางธรณีวิทยาและบริการขุดเจาะปิโตรเลียมรวมทั้งติดตั้งแท่นขุดเจาะน้ำมันให้กับผู้รับสัมปทานปิโตรเลียม เป็นต้น
นอกจากนี้ ในการกำกับดูแลการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวพบว่าในปี 2553 มีคนต่างด้าวไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย 66 ราย ซึ่งได้ส่งดำเนินคดีทุกรายในความผิดฐานต่างๆ เช่น การประกอบธุรกิจโดยไม่ได้รับอนุญาต การไม่นำส่งทุนขั้นต่ำเข้ามาในประเทศไทย การไม่แจ้งย้ายสำนักงาน เป็นต้น อย่างไรก็ตามจากการตรวจติดตามการดำเนินการตามแผนงานการถ่ายทอดเทคโนโลยี ปรากฏว่ามีกิจกรรมการถ่ายทอดเทคโนโลยีที่เป็นประโยชน์ต่อคนไทยหลายกิจกรรมด้วยกัน เช่น การฝึกอบรมบุคลากรในบริษัทที่จ้างเหมาและคู่สัญญาเกี่ยวกับการสั่งการและควบคุมหลุมปิโตรเลียม ระบบโทรคมนาคม และการส่งผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศให้ความรู้เกี่ยวกับการอ่านค่าทางธรณีวิทยาและภาพเชิงซ้อน เป็นต้น
สำหรับการปรับลดขั้นตอนและระยะเวลาการให้บริการในรอบปี 2553 ได้มีการปรับปรุงในส่วนของการออกหนังสือรับรองและการออกใบอนุญาตการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว โดยปรับลดระยะเวลาการให้บริการออกหนังสือรับรองจากเดิม 14 วัน เป็นสามารถให้บริการได้ภายใน 1 วัน 1 ชั่วโมง 15 นาที และปรับลดขั้นตอนการออกใบอนุญาตการประกอบธุรกิจจากที่กฎหมายกำหนดให้แล้วเสร็จภายใน 15 วัน สามารถให้บริการได้ภายใน 10 วัน ซึ่งในปี 2554 นี้ กรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้ขยายการให้บริการ ณ จุดเดียว (Single Point) ให้ครอบคลุมถึงนิติบุคคลต่างประเทศที่เข้ามาประกอบธุรกิจในประเทศไทยด้วย โดยผู้ยื่นคำขอสามารถยื่นขอมีเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรและขอขึ้นทะเบียนนายจ้างได้พร้อมกับการขออนุญาตหรือการขอหนังสือรับรองประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว
***********************************************
|