Navigation :  ข่าวประชาสัมพันธ์   
 
กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดช่องทางลัดให้ผู้ประกอบการ 16-08-2554 15:00 Age: 2 yrs

                                                  กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดช่องทางลัดให้ผู้ประกอบการ

                                                                      ลุยธุรกิจโลจิสติกส์ง่ายเพียงแค่...คลิก

 

                              กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เตรียมรับมือการปรับตัวทางเศรษฐกิจสร้างเครือข่ายเชื่อมโยงธุรกิจโลจิสติกส์ เปิดเว็บไซต์ ใหม่www.dbdlogistics.com เป็นตลาดกลางออนไลน์พร้อมแลกเปลี่ยนข้อมูลความต้องการของผู้ให้และผู้ใช้บริการหวังเพิ่มช่องทางขยายตลาด และช่วยลดต้นทุนโลจิสติกส์ของประเทศ

 

                               นางสาวพิกุล  ทักษิณวราจาร  รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยภายหลังการเป็นประธานในพิธีเปิดสัมมนา “New Solution : เชื่อมโยงธุรกิจโลจิสติกส์ไทย” ว่าปัจจุบันโลกเข้าสู่ยุคสังคมดิจิตอล ที่มีเทคโนโลยีและเครื่องมือการสื่อสารที่ทันสมัยประชากรกว่า  2  พันล้านคนหรือคิดเป็นร้อยละ 28 ของประชากรโลก ใช้อินเตอร์เน็ตในการติดต่อสื่อสารและมีอัตราการเติบโตตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2543 - 2553   อยู่ในระดับสูงถึงร้อยละ  450  ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้ การเคลื่อนย้ายข้อมูลข่าวสารไม่จำกัดอยู่เพียงประชากรในท้องถิ่นหรือในประเทศเท่านั้น   แต่ประชากรทั่วโลกสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารและเชื่อมโยง การสื่อสาร ระหว่างกันได้ทุกที่ทุกเวลา   ซึ่งการติดต่อสื่อสารแบบไร้พรมแดนนี้ได้เปลี่ยนรูปแบบทางการค้าอย่างสิ้นเชิง   

 

                                ดังนั้นประเทศไทยและภาคธุรกิจจำเป็นต้องพัฒนาศักยภาพ เพื่อการอยู่รอดและสามารถแข่งขันกับธุรกิจต่างชาติได้  โดยเฉพาะธุรกิจโลจิสติกส์ที่เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ต้นทุนการจัดจำหน่ายและการกระจายสินค้ามีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น  ซึ่งธุรกิจโลจิสติกส์ไทยส่วนใหญ่เป็นกิจการขนาดเล็กและยังไม่มีศักยภาพในการให้บริการได้ครบวงจรเมื่อเปรียบเทียบกับบริษัทข้ามชาติ  ซึ่งได้เปรียบทั้งด้านเงินทุนและเทคโนโลยีสารสนเทศโดยตัวเลขล่าสุด  ปี 2552   มีจำนวนธุรกิจโลจิสติกส์ที่เป็นนิติบุคคล 16,913 ราย   มีทุนจดทะเบียนรวม  7,586  ล้านบาท เป็นผู้ประกอบธุรกิจไทย ร้อยละ 70 มีทุนจดทะเบียนรวมกันประมาณ  3,593  ล้านบาทหรือร้อยละ 47  ในขณะที่ธุรกิจต่างชาติประมาณร้อยละ 30 แต่มีทุนจดทะเบียนรวมกันถึง 3,976 ล้านบาทหรือร้อยละ 53 แสดงให้เห็นว่าธุรกิจต่างชาติมีขนาดของธุรกิจใหญ่กว่าธุรกิจคนไทยอยู่มาก       

             

                                รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า  กล่าวเพิ่มเติมว่า  จากปัญหาดังกล่าว  กรมฯเล็งเห็นความสำคัญจึงหาวิธีการในการช่วยให้ผู้ประกอบการไทยลดต้นทุนการจัดจำหน่ายและการกระจายสินค้าให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยส่งเสริมให้ผู้ประกอบธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับบริการโลจิสติกส์สร้างเครือข่ายเชื่อมโยงธุรกิจเพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันและเป็นช่องทางในการขยายตลาด และเพื่อสนองนโยบายของรัฐบาลในการลดต้นทุนโลจิสติกส์ของประเทศให้เหลือร้อยละ 16  ของ GDP ภายในปี 2555  กรมฯ จึงจัดทำโครงการพัฒนาการตลาดเครือข่ายและจัดทำต้นแบบการเชื่อมโยงธุรกิจโลจิสติกส์โดยใช้ระบบอินเทอร์เน็ตเป็นเครื่องมือ โดยสร้างเว็บไซต์  www.dbdlogistics.com  ขึ้น  เพื่อทำหน้าที่เป็นตลาดกลางออนไลน์ (Online Market) ของธุรกิจบริการโลจิสติกส์ และแลกเปลี่ยนข้อมูลความต้องการของผู้ใช้บริการ (Demand Side) กับข้อมูลของผู้ให้บริการโลจิสติกส์ (Supply Side) ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนโลจิสติกส์ของประเทศได้

 

                                สำหรับบริการของเว็บไซต์ www.dbdlogistics.com นั้น จะมี E-Directory ที่ให้บริการค้นหาข้อมูลผู้ประกอบการธุรกิจโลจิสติกส์ ตามหมวดการบริการสามารถเลือกประเภทการให้บริการพื้นที่การให้บริการ รวมทั้งสามารถเรียงลำดับตามหัวข้อที่ต้องการได้  อาทิ ตัวอักษร และตามความนิยม  E-Quotation บริการแลกเปลี่ยนข้อมูลความต้องการของผู้ใช้บริการ (Demand Side) และข้อมูลด้านราคาของผู้ให้บริการ (Supply Side)  E-Logistics Club บริการแลกเปลี่ยนข้อมูลความคิดเห็นข่าวสารและประเด็นที่มีความน่าสนใจต่างๆผ่านกระดานสนทนา (Web Board) ที่มีการแบ่งห้องสนทนาอย่างเป็นหมวดหมู่สมาชิกสามารถเข้าใช้งานได้ทั้งในส่วนของผู้ใช้บริการและผู้ให้บริการเป็นต้น     

 

                                 ขณะนี้มีธุรกิจโลจิสติกส์ที่เข้ามาเป็นสมาชิกต้นแบบแล้วกว่า 200 ราย  ซึ่งจะได้รับสิทธิเป็นสมาชิกเริ่มต้นของเว็บไซต์ภายใต้โครงการนี้  โดยสามารถใช้เว็บไซต์ www.dbdlogistics.com เป็นช่องทางในการประชาสัมพันธ์ธุรกิจให้ลูกค้าได้ตัดสินใจเลือกใช้บริการ และมีเครือข่ายทางธุรกิจเป็นสังคมออนไลน์ทางด้านธุรกิจโลจิสติกส์ได้เป็นอย่างดี

                                                                    

                                                       ********************************

 

 

 

ที่มา: สำนักส่งเสริมพัฒนาธุรกิจ                                                       ฉบับที่  67 / 16 สิงหาคม  2554