|
อนุญาตให้ต่างด้าวประกอบธุรกิจในไทยอีก 17 ราย เม็ดเงินไหลเข้า 1,807 ล้านบาท จ้างงานคนไทยอีก 372 คน
นายอิทธิพล ช้างหลำ รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้าในฐานะผู้ช่วยเลขานุการคณะกรรมการการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวเปิดเผยว่า ในการประชุมของคณะกรรมการฯ เมื่อวันอังคารที่ 29 พฤศจิกายน 2554 คณะกรรมการฯ ได้อนุญาตให้คนต่างด้าวประกอบธุรกิจในประเทศไทยจำนวน 17 ราย มีเงินทุนที่ใช้ในการประกอบธุรกิจ 1,807 ล้านบาท และมีการจ้างงานคนไทยจำนวน 372 คน โดยประเทศที่เข้ามาลงทุนส่วนใหญ่คือประเทศญี่ปุ่น (ร้อยละ 47) รองลงมาคือประเทศสิงคโปร์ (ร้อยละ 12) โดยธุรกิจที่อนุญาตเป็นธุรกิจที่ต้องใช้ความรู้ความชำนาญเฉพาะด้าน ซึ่งมีผลดีต่อการถ่ายทอดเทคโนโลยีให้แก่คนไทย และเป็นประโยชน์ต่อระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานที่มีส่วนช่วยพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ ตลอดจนเป็นประโยชน์ต่อผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น อุตสาหกรรมยานยนต์ อุตสาหกรรมก่อสร้างและอุตสาหกรรมขุดเจาะน้ำมัน เป็นต้น ธุรกิจที่ได้รับอนุญาตดังกล่าวได้แก่
1. ธุรกิจบริการ จำนวน 6 ราย (คิดเป็นร้อยละ 35 ของธุรกิจที่ได้รับอนุญาต) มีเงินลงทุนจำนวน 1,137 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นบริการทางการเงิน เช่น ให้กู้ยืมเงิน บริการเกี่ยวกับหลักทรัพย์ในการค้าหลักทรัพย์ จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ เป็นที่ปรึกษาการลงทุน เป็นต้น ประเทศที่เข้ามาลงทุนได้แก่ ญี่ปุ่น สเปน และมาเลเซีย
2. ธุรกิจสำนักงานผู้แทน จำนวน 5 ราย (คิดเป็นร้อยละ 29 ของธุรกิจที่ได้รับอนุญาต) มีเงินลงทุนจำนวน 15 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นการรายงานความเคลื่อนไหวทางธุรกิจเกี่ยวกับสภาวะเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน การตลาด ตลอดจนความต้องการใช้สินค้าและบริการต่างๆ ในประเทศไทยให้สำนักงานใหญ่ทราบ รองลงมาเป็นการให้คำแนะนำในด้านต่างๆ เกี่ยวกับสินค้าของสำนักงานใหญ่ที่จำหน่ายให้แก่ตัวแทนจำหน่ายและผู้ใช้สินค้าในประเทศไทย ประเทศที่เข้ามาลงทุนได้แก่ เวียดนาม สิงคโปร์ สาธารณรัฐประชาชนจีน เยอรมนี และอินเดีย ทั้งนี้ มีบริษัทที่สนใจเข้ามาหาแหล่งจัดซื้อสินค้าในประเทศไทย คือ ซีดเวิร์ค อินเดีย ไพรเวท ลิมิเต็ด (Seedworks India Private Limited) จากประเทศอินเดีย ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจบริการเป็นสำนักงานผู้แทนเพื่อหาแหล่งจัดซื้อเมล็ดพันธุ์พืชในประเทศไทยให้สำนักงานใหญ่และบริษัทในเครือ ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการส่งเสริมการส่งออกสินค้าไทย และมีผลดีต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ
3. ธุรกิจค้าปลีกและค้าส่ง จำนวน 4 ราย (คิดเป็นร้อยละ 24 ของธุรกิจที่ได้รับอนุญาต) มีเงินลงทุนจำนวน 59 ล้านบาท ได้แก่ - การค้าปลีกแม่พิมพ์ที่ใช้ในการผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ เครื่องประกอบชิ้นส่วนรถยนต์ ให้แก่ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมรถยนต์ และการค้าปลีกรถเครนให้แก่ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมก่อสร้างและผู้ประกอบการขุดเจาะน้ำมัน ประเทศที่เข้ามาลงทุนคือ ญี่ปุ่นและสิงคโปร์ - การค้าส่งส่วนผสมและส่วนประกอบของอาหารและเครื่องดื่มที่ผลิตโดยบริษัทในเครือให้แก่ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม และการค้าส่งชิ้นส่วนโลหะปั๊มขึ้นรูปให้แก่ ผู้ประกอบอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ประเทศที่เข้ามาลงทุนคือ สหราชอาณาจักรและญี่ปุ่น 4. คู่สัญญากับภาครัฐ/รัฐวิสาหกิจ จำนวน 2 ราย (คิดเป็นร้อยละ 12 ของธุรกิจที่ได้รับอนุญาต) มีเงินลงทุนจำนวน 596 ล้านบาท ได้แก่ บริการออกแบบ จัดหาวัสดุอุปกรณ์ ติดตั้งและทดสอบอุปกรณ์สำหรับโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมวังน้อยและโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมจะนะ ให้แก่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ประเทศที่เข้ามาลงทุนคือ ญี่ปุ่น
***************************************** ที่มา : สำนักบริการการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว 84/ 2 ธันวาคม 2554
|