Navigation :  ข่าวประชาสัมพันธ์   
 
ต่างชาติมาแล้ว... ก.ค.53 หอบเงินมาลงทุนกว่า 15,000 ล้าน 28-07-2553 15:15 Age: 3 yrs

                                         ต่างชาติมาแล้ว...   ก.ค.53  หอบเงินมาลงทุนกว่า 15,000 ล้าน

 

 

              นายอิทธิพล  ช้างหลำ   รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้าในฐานะผู้ช่วยเลขานุการคณะกรรมการการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวเปิดเผยว่า  ในการประชุมคณะกรรมการฯ  เมื่อวันพุธที่ 21 กรกฎาคม 2553  ที่ประชุมฯ ได้อนุญาตให้บริษัทต่างด้าวประกอบธุรกิจในไทย จำนวน 21 ราย  เป็นผลให้มีการนำเงินมาลงทุนในประเทศถึง 15,024 ล้านบาท  โดยธุรกิจที่อนุญาตเป็นประโยชน์ต่อประเทศในด้านต่างๆ  เช่น

 

              -    ธนาคารสินเอเซีย จำกัด (มหาชน)  (ACL Bank Public Company Limited)  ซึ่งมีผู้ถือหุ้นรายใหญ่จากประเทศจีน  ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจนายหน้าประกันวินาศภัย  ธุรกิจธนาคารพาณิชย์ ธุรกิจหลักทรัพย์และธุรกรรมอนุพันธ์  การทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ และธุรกิจบัตรเครดิต   ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อประเทศไทยในด้านสนับสนุนให้มีการลงทุนในตลาดทุนและช่วยให้สถาบันการเงินมีความมั่นคงมากขึ้น  โดยมีการใช้งบประมาณในการถ่ายทอดเทคโนโลยีเกี่ยวกับระบบการดำเนินธุรกิจของธนาคารพาณิชย์  ระบบอิเล็กทรอนิกส์แบงค์กิ้ง ฯลฯ  ถึงเดือนละเกือบ 2.6 ล้านบาท  นอกจากนี้ยังมี  บริษัท ลีสซิ่งสินเอเซีย จำกัด (Leasing Sinnasia Company Limited)  ซึ่งเป็นบริษัทในเครือได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจให้เช่าซื้อและให้เช่าแบบลีสซิ่งรถยนต์ด้วย

 

              -    บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด  [Nestle (Thai) Ltd.] ซึ่งมีผู้ถือหุ้นรายใหญ่เป็นนักลงทุนจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์  ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจบริการตรวจสอบวิเคราะห์ตัวอย่างอาหารและเครื่องดื่มให้แก่ผู้ผลิตอาหารแบรนด์ดัง “เนสท์กาแฟ”  “น้ำแร่มิเนเร่”  “น้ำดื่มเพียวไลฟ์”  และผู้ส่งออกผลิตภัณฑ์อาหารทะเลแช่แข็ง “TRF”  ซึ่งเป็นประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมการผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคในประเทศ

 

              -    บริษัท เกกี้ คอร์ปอเรชั่น (ไทยแลนด์) จำกัด  [Gagie Corporation (<country-region w:st="on"><place w:st="on">Thailand</place></country-region>) Limited]  ซึ่งมีผู้ถือหุ้นรายใหญ่เป็นนักลงทุนจากประเทศสหราชอาณาจักร  ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจบริการซ่อมแซมหลุมปิโตรเลียม รวมทั้งให้คำปรึกษาแนะนำเกี่ยวกับบริการดังกล่าวให้แก่ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมปิโตรเลียม  ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อผู้ประกอบการอุตสาหกรรมปิโตรเลียม ทำให้การดำเนินงานด้านการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมเป็นไปอย่างต่อเนื่อง  รวมทั้งเป็นผลดีต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ

 

              ทั้งนี้  ในเดือนกรกฎาคม 2553  จำนวนธุรกิจต่างด้าวที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจเพิ่มขึ้นจากเดือนมิถุนายน 2553 ร้อยละ 24  ในขณะที่เงินลงทุนเพิ่มขึ้นถึง 14,712 ล้านบาท  และเมื่อเปรียบเทียบกับเดือนกรกฎาคม 2552 จำนวนผู้ได้รับอนุญาตเพิ่มขึ้นร้อยละ 31 ในขณะที่เงินลงทุนเพิ่มขึ้น 14,607 ล้านบาท  เนื่องจากในเดือนกรกฎาคม 2553 ธุรกิจที่ได้รับอนุญาตส่วนใหญ่เป็นธุรกิจบริการด้านการเงินที่ต้องมีเงินลงทุนสูง

 

              อย่างไรก็ดี  ในปี 2553  ธุรกิจที่ได้รับอนุญาตในรอบ 6 เดือนแรก มีจำนวน 128 ราย  เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปี 2552 ร้อยละ 21  ในขณะที่เงินลงทุนลดลง 1,276 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 25  เนื่องจากในปี 2553 ธุรกิจที่ได้รับอนุญาตส่วนใหญ่เป็นการให้บริการกับบริษัทในเครือ/บริษัทในกลุ่มที่ไม่ต้องมีเงินลงทุนสูง  ในขณะที่ปี 2552 มีการอนุญาตให้คนต่างด้าวประกอบธุรกิจที่ต้องใช้เงินลงทุนสูงจำนวนหลายรายด้วยกัน ได้แก่  ธุรกิจบริการขุดเจาะสำรวจปิโตรเลียม (เงินทุน 916 ล้านบาท)  ธุรกิจขายอาหารแกนดิเนียเวีย (เงินทุน 850 ล้านบาท)  ธุรกิจบริการให้เช่าซื้อและลีสซิ่งเครื่องจักรกลการเกษตร (เงินทุน 700 ล้านบาท)เป็นต้น

 

                                                       **************************************************

 

  ที่มา : สำนักบริหารการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว                                             ฉบับที่ 56 / 23 กรกฎาคม 2553