|
กรมพัฒนาธุรกิจการค้า จัด Road Show ค้าส่ง-ค้าปลีก ลงพื้นที่ภูธร ช่วยผู้ประสบอุทกภัย
กรมพัฒนาธุรกิจการค้า จับมือสมาคมค้าส่ง - ค้าปลีกไทย ผู้ผลิต - ผู้แทนจำหน่าย และร้านค้าส่งสินค้าอุปโภค บริโภคประจำวัน จัดกิจกรรมส่งเสริมการขายและกระจายสินค้าราคาพิเศษต่ำกว่าราคาท้องตลาดกว่าร้อยละ 15 สู่ร้านค้าปลีก 2,000 ราย ในพื้นที่ 38 จังหวัดที่ประสบอุทกภัย ในงาน “ค้าส่งรวมใจ โชห่วยไทยช่วยสังคม” ระหว่างวันที่ 15 ก.พ. - 15 มี.ค. 55 คาดมูลค่าการซื้อขายรวมไม่น้อยกว่า 20 ล้านบาท
นางสาวพิกุล ทักษิณวราจาร รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า จากสถานการณ์มหาอุทกภัยครั้งใหญ่ปลายปี 2554 ส่งผลให้ผู้ประกอบการร้านค้าส่ง – ค้าปลีก ในพื้นที่หลายจังหวัดได้รับความเสียหาย ไม่มีสินค้าจำหน่าย ส่งผลกระทบและสร้างความเดือดร้อนโดยตรงให้กับประชาชนในการหาซื้อสินค้าอุปโภค บริโภคในชีวิตประจำวันเป็นอย่างมาก กรมพัฒนาธุรกิจการค้าในฐานะ เป็นหน่วยงานหลักที่มีบทบาทในการส่งเสริม และสร้างความเข้มแข็งให้กับธุรกิจค้าส่ง-ค้าปลีกของคนไทย มีนโยบายให้ความช่วยเหลือ ฟื้นฟู เป็นการเร่งด่วน โดยขอความร่วมมือจากผู้ผลิตและผู้จำหน่ายสินค้า 46 รายใหญ่ทั่วประเทศ ผลิตและจัดหาสินค้าในราคาต้นทุน ให้ร้านค้าส่ง 15 ราย ใน 13 จังหวัด เพื่อจำหน่ายต่อให้กับร้านค้าปลีกกว่า 2,000 ราย ซึ่งกระจาย อยู่ในพื้นที่ 38 จังหวัดที่ประสบอุทกภัยให้มีสินค้าต้นทุนต่ำจำหน่ายให้กับประชาชน ผู้บริโภค ให้สามารถเลือกซื้อสินค้าราคาต่ำกว่าท้องตลาด เพื่อเป็นการช่วยเหลือ แบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายให้กับประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาน้ำท่วม โดยตั้งเป้ามูลค่าการซื้อขายสะพัดไม่น้อยกว่า 20 ล้านบาท “การจัดงาน ค้าส่งรวมใจ โชห่วยไทยช่วยสังคม ในครั้งนี้ ได้ดำเนินการต่อเนื่องจากปี 2554 ประจวบกับเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่เมื่อปลายปี กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ได้เล็งเห็นความจำเป็นเร่งด่วนในการช่วยเหลือ บรรเทาความเดือดร้อนของเจ้าของธุรกิจค้าส่ง – ค้าปลีก ตลอดจนประชาชน ผู้บริโภคที่ได้รับผลกระทบ จึงร่วมมือกับผู้ผลิตและ ผู้จำหน่ายสินค้ารายใหญ่ ผลิตและจัดหาสินค้าส่งให้กับร้านค้าส่ง 15 รายใน 13 จังหวัด เพื่อให้เป็นแหล่งกระจายสินค้าต้นทุนต่ำไปยังร้านค้าปลีกรายย่อยที่เป็นลูกค้ากว่า 2,000 ราย ครอบคลุมพื้นที่ 38 จังหวัดที่ประสบภัย ทำให้ร้านค้าปลีก มีสินค้าอุปโภค บริโภคต้นทุนต่ำกว่าปกติไม่น้อยกว่าร้อยละ 15 ขายให้กับประชาชน ผู้บริโภค โดยประชาชนสามารถเลือกซื้อสินค้าราคาต่ำกว่าท้องตลาดไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 ซึ่งทุกฝ่ายต่างได้ประโยชน์ร่วมกัน ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายได้โฆษณา ประชาสัมพันธ์สินค้าของตนเอง รวมทั้งได้มีส่วนช่วยเหลือธุรกิจรายย่อยและสังคมโดยรวม ร้านค้าส่งมีสินค้าราคาต้นทุนจำหน่ายให้กับลูกค้าที่เป็นร้านค้าปลีก พร้อมทั้งได้สร้างความร่วมมือ ให้เกิดความเข้มแข็งระหว่างเครือข่ายร้านค้าส่ง ผู้ผลิตและจำหน่ายตลอดจน ร้านค้าปลีก ส่วนร้านค้าปลีกรายย่อยก็มีสินค้าราคาต่ำกว่าท้องตลาดไว้จำหน่ายให้กับประชาชน ผู้บริโภค และท้ายสุดประชาชนซึ่งเป็นผู้บริโภคปลายน้ำ ก็สามารถเลือกซื้อสินค้าที่จำเป็นต่อ การดำรงชีวิตในราคาต่ำกว่าท้องตลาด”
|