พาณิชย์สนธิกำลังพันธมิตรลุยภูเก็ต...เดินหน้าปราม 5 บริษัท เสี่ยงซุกนอมินี และเชื่อมโยงทัวร์ศูนย์เหรียญ

พาณิชย์สนธิกำลังพันธมิตรลุยภูเก็ต...เดินหน้าปราม 5 บริษัท
เสี่ยงซุกนอมินี และเชื่อมโยงทัวร์ศูนย์เหรียญ
 
                    กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้าสนธิกำลังลงพื้นที่ร่วมกับพันธมิตร ตรวจสอบธุรกิจในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตสแกน 5 บริษัท ต้องสงสัยตามข้อร้องเรียนจากประชาชนถึงนายก เบื้องต้นยังไม่พบการกระทำผิดตามพ.ร.บ. การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว ซึ่งกรมฯ จะตรวจสอบเชิงลึกต่อไป ทั้งนี้ พบการกระทำผิดในลักษณะอื่นอีกเพียบ!! โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเดินหน้าจัดการตามกฎหมายเพื่อกระตุ้นความเชื่อมั่นให้นักลงทุน
                    นางสาวผ่องพรรณ เจียรวิริยะพันธ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2559 ที่ผ่านมากรมฯ ได้รับการประสานงานจากกองบังคับการตำรวจท่องเที่ยวว่ามีผู้ร้องเรียนไปยังนายกรัฐมนตรีเกี่ยวกับทัวร์ศูนย์เหรียญซึ่งอาจมีส่วนในการใช้ตัวแทนอำพรางหรือนอมินีเพื่อประกอบธุรกิจ ทั้งธุรกิจท่องเที่ยว ธุรกิจจำหน่ายที่นอนยางพาราและอัญมณีในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต จึงได้จัดส่งเจ้าหน้าที่ของกรมฯ ลงพื้นที่ตรวจสอบอย่างเร่งด่วนร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้แก่ เจ้าหน้าที่กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับคุ้มครองผู้บริโภค กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ กรมสรรพากร หน่วยทหารจากมณฑลทหารบกที่ 41 และกองทัพเรือภาค 3 โดยมีการสนธิกำลังพลประมาณ 100 นาย จัดชุดปฏิบัติการเข้าตรวจสอบธุรกิจจำหน่ายที่นอนยางพาราและอัญมณีจำนวน 5 บริษัทที่มีชาวต่างชาติถือหุ้นร่วมกับคนไทยโดยบูรณาการตรวจสอบตามภารกิจที่แต่ละหน่วยงานรับผิดชอบ
                     ผลการตรวจสอบในเบื้องต้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถจับกุมหรือเอาผิดตามกฎหมายกับ ผู้ประกอบธุรกิจที่มีลักษณะกระทำผิดซึ่งหน้าได้หลายกรณีอาทิ การประกอบอาชีพมัคคุเทศก์โดยไม่ได้รับอนุญาต 3 ราย ไม่แสดงบัตรมัคคุเทศก์ขณะปฏิบัติหน้าที่ 1 ราย คนต่างด้าวเดินทางเข้ามาและทำงานในประเทศไทยโดยไม่ได้รับอนุญาต 20 ราย คนต่างด้าวทำงานผิดประเภท 2 ราย ไม่พกเอกสารอนุญาตทำงานติดตัวขณะทำงาน 1 ราย การขายสินค้าโดยไม่มีสลากหรือมีสลากแต่ไม่ถูกต้อง 2 ราย รวมถึงผลิตและจำหน่ายยาปลอม 1 ราย รวมทั้งสิ้นจำนวน 30 ราย นอกจากนี้ ยังได้มีการยึดบัญชีและเอกสารเพื่อตรวจสอบการเสียภาษีอีกด้วย
                     สำหรับการตรวจสอบในส่วนของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ในเบื้องต้นยังไม่พบการกระทำความผิด ตามพ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว อย่างไรก็ดี กรมฯ ได้ประสานไปยังกรมสรรพากรเพื่อขอความร่วมมือในการตรวจสอบการเสียภาษีของนิติบุคคลดังกล่าวเพื่อขยายผลการตรวจสอบข้อมูลเชิงลึก ทั้งนี้จากการ ประเมินผลของคณะที่ร่วมบูรณาการตรวจสอบครั้งนี้มีความเห็นว่า ในภาพรวมได้ผลเป็นที่น่าพอใจโดยสามารถจับกุมหรือเอาผิดตามกฎหมายที่เป็นลักษณะความผิดซึ่งหน้าได้หลายกรณีซึ่งจะเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับ นักลงทุนหรือนักท่องเที่ยวและอาจมีการดำเนินการร่วมกันในลักษณะเช่นนี้อีกในจังหวัดท่องเที่ยวแห่งอื่นต่อไป
                      ดังนั้น จึงขอเตือนคนไทยที่ให้ความช่วยเหลือสนับสนุนหรือถือหุ้นแทนคนต่างด้าว เพื่อให้คนต่างด้าว ประกอบธุรกิจโดยหลีกเลี่ยงหรือฝ่าฝืนกฎหมาย ซึ่งจะมีความผิดโทษจำคุกไม่เกิน ๓ ปี หรือปรับตั้งแต่ ๑๐๐,๐๐๐