กรมพัฒน์ฯ นัดองค์กรชั้นนำหารือแนวทางเชื่อมโยงธุรกิจบริการ เพื่อผลักดันเศรษฐกิจฐานราก

กรมพัฒน์ฯ นัดองค์กรชั้นนำหารือแนวทางเชื่อมโยงธุรกิจบริการ
เพื่อผลักดันเศรษฐกิจฐานราก
 
                      กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ และสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า เชิญหน่วยงานและธุรกิจ Startup แถวหน้าของไทย ร่วมหารือแนวทางความร่วมมือในการเชื่อมโยงธุรกิจบริการเพื่อผลักดันเศรษฐกิจฐานรากให้เติบโต หวังดึงรายได้ เข้าประเทศเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ชุมชนอยู่ดี กินดี มีความมั่นคงในชีวิต
                     นางกุลณี อิศดิศัย อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า ธุรกิจบริการมีความสำคัญต่อโครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศในเชิงมูลค่าทางเศรษฐกิจทั้งในเรื่องสัดส่วนของ GDP จำนวนธุรกิจ และ การจ้างงาน โดยมีข้อมูลอ้างอิงจากสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เมื่อปี 2559 พบว่า ผลิตภัณฑ์รวมในประเทศ (Gross Domestic Product : GDP) มาจากภาคบริการกว่า 8.4 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 58.6 ของ GDP ประเทศ มีธุรกิจบริการมากกว่า 2.4 ล้านราย หรือร้อยละ 81 ของจำนวนธุรกิจทั้งหมดในประเทศ ก่อให้เกิดการจ้างงานกว่า 10 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 73 ของการจ้างงานทั้งประเทศ นอกจากนี้ ธุรกิจบริการยังมีความเกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจฐานรากของประเทศ ซึ่งสามารถเชื่อมโยงกับการท่องเที่ยว และธุรกิจอื่นๆ ได้อีกหลากหลายรูปแบบ
                     "กระทรวงพาณิชย์ ได้กำหนดยุทธศาสตร์ในการพัฒนาธุรกิจบริการให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ ที่มีเป้าหมายให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการลงทุนและการให้บริการของอาเซียน โดยจะเพิ่มการสร้างรายได้จากภาคบริการให้มากขึ้น และกระจายรายได้ไปสู่ชุมชนทั่วประเทศเพื่อให้ประชาชนคนไทยมีความเป็นอยู่ที่ดี มีความมั่นคงในชีวิต โดยจะนำเอาเทคโนโลยีนวัตกรรม และความคิดสร้างสรรค์มาใช้ในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับ 6 กลุ่มธุรกิจบริการเป้าหมาย ประกอบด้วย
                     1) ธุรกิจบริการเพื่อความเป็นอยู่ที่ดีและความงาม (Wellness & Beauty Service) เช่น ธุรกิจสปา นวดเพื่อสุขภาพ ดูแลผู้สูงอายุ และเสริมสวย
                     2) ธุรกิจบริการที่เกี่ยวกับการรับรอง/ ต้อนรับ (Hospitality Service) เช่น ร้านอาหาร ที่พัก
                     3) ธุรกิจบริการสร้างสรรค์ (Creative Service) เช่น ธุรกิจด้านบันเทิง ดิจิทัลคอนเทนต์
                    4) ธุรกิจบริการบริการก่อสร้าง (Construction Service)
                    5) ธุรกิจบริการจัดจำหน่าย (Distribution Service) เช่น ธุรกิจค้าส่ง ค้าปลีก แฟรนไชส์
                    6) ธุรกิจบริการโลจิสติกส์ (Logistics Service) ที่ผ่านมา กรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้ดำเนินการส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจค้าส่งค้าปลีก ธุรกิจ บริการโลจิสติกส์ ธุรกิจสุขภาพและความงาม และธุรกิจร้านอาหาร โดยมุ่งเน้นสร้างความเข้มแข็งและยกระดับมาตรฐานการบริหารจัดการให้มีคุณภาพ ซึ่งมีธุรกิจที่สามารถขยายการลงทุนไปยังตลาดต่างประเทศแล้ว เช่น ธุรกิจแฟรนไชส์ สปา นวดเพื่อสุขภาพ และธุรกิจบริการโลจิสติกส์ ส่วนธุรกิจอื่นๆ ยังสามารถแข่งขันและเจริญเติบโตอยู่เฉพาะภายในประเทศ แต่ปัจจุบันการส่งเสริมพัฒนาธุรกิจบริการจะดำเนินการในรูปแบบเดิมๆ ไม่ได้อีกต่อไป จำเป็นต้องมีการเชื่อมโยงการทำงานร่วมกันกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กรมฯ จึงมีแผนในการส่งเสริมพัฒนาธุรกิจบริการให้เป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น โดยจะเชื่อมโยงธุรกิจบริการกับการท่องเที่ยวไปยังชุมชนต่างๆ ทั่วประเทศ เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจฐานรากผ่านโครงการ Local Thai SELECT และโครงการพัฒนาธุรกิจการค้าชุมชนโดยตั้งเป้าให้ธุรกิจเหล่านี้สามารถดำเนินกิจการได้อย่างเข้มแข็งทั้งภายในประเทศ และสร้างโอกาสในการขยายธุรกิจไปยังตลาดต่างประเทศในอนาคต