{"statusCode":200,"message":"success","data":{"id":"0e9f002a-af87-4ff6-9427-49120f795046","category":{"id":"def8896e-fe17-4d70-b696-320668537c86","title":"ข่าวกรม (Press Release)","slug":"1656067670544"},"thumbnail":"https://www.dbd.go.th/data-storage/image/e3a2c472b91d9872100a49122.jpg","title":" คำชี้แจงมาตรการเชิงรุกในการป้องกันและปราบปรามปัญหาตัวแทนอำพราง (นอมินี)","text":"<p class=\"MsoNormal\" style=\"text-align: center;\"><span style=\"font-size:16.0pt;font-family:&quot;TH SarabunPSK&quot;,sans-serif\"><span style=\"mso-spacerun:yes\">&nbsp;</span><strong><span>คำชี้แจงมาตรการเชิงรุกในการป้องกันและปราบปรามปัญหาตัวแทนอำพราง</span> (<span>นอมินี</span>)</strong></span></p><p class=\"MsoNormal\" style=\"text-align: center;\"><span style=\"font-size:16.0pt;font-family:&quot;TH SarabunPSK&quot;,sans-serif\"><strong><br></strong></span></p><p class=\"MsoNormal\"><span style=\"font-size:16.0pt;font-family:&quot;TH SarabunPSK&quot;,sans-serif\"><strong>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ตามที่ปรากฎการนำเสนอข่าวเกี่ยวกับกลุ่มทุนชาวต่างชาติที่ใช้คนไทยถือหุ้นแทนในลักษณะนอมินี   ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าวส่งผลกระทบและสร้างความเสียหายร้ายแรงต่อระบบเศรษฐกิจไทย บิดเบือนกลไกตลาด และสร้างความเสียหายต่อผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจโดยสุจริต\r\n<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; </strong><u><strong>ข้อเท็จจริง</strong></u><strong> \r\n</strong></span><br><span style=\"font-size:16.0pt;font-family:&quot;TH SarabunPSK&quot;,sans-serif\"><strong>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ‘นอมินี’ เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นและสะสมมาอย่างยาวนานในสังคมไทย หากดูจากสถิตินิติบุคคล     กลุ่มเสี่ยงนอมินี (ต่างชาติลงทุน 0.01 – 49.99%) ปี 2541 มีจำนวน 523 ราย ปี 2551 จำนวน 2,041 ราย  ปี 2561 จำนวน 5,143 ราย ปี 2568 จำนวน 11,746 ราย (ซึ่งมีการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนมียอดสะสม 119,297 ราย ข้อมูล ณ วันที่ 21 มิถุนายน 2569) โดยระหว่างวันที่ 1 มกราคม - 31 พฤษภาคม 2569     นิติบุคคลกลุ่มเสี่ยงลดลง 65% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา จากการที่รัฐบาลนี้ และตลอดระยะเวลาที่นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้ให้ความสำคัญและจริงจังต่อการป้องกันและปราบปรามนอมินี ส่งผลให้การจัดตั้งบริษัทกลุ่มเสี่ยงนอมินีลดลง อย่างต่อเนื่อง โดยได้กำหนดเป็นนโยบายที่ชัดเจนเพื่อขจัดปัญหาที่เกิดขึ้นโดยเห็นผลเป็นรูปธรรม\r\n</strong></span><br><span style=\"font-size:16.0pt;font-family:&quot;TH SarabunPSK&quot;,sans-serif\"><strong>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;</strong><u><strong>ข้อสั่งการนายกรัฐมนตรี (นายอนุทิน ชาญวีรกุล)</strong></u></span><br><span style=\"font-size:16.0pt;font-family:&quot;TH SarabunPSK&quot;,sans-serif\"><strong>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; “ให้กระทรวงพาณิชย์เข้มงวด กวดขัน กับการรับจดทะเบียนการประกอบธุรกิจของผู้ประกอบการอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันปัญหานอมินี รวมทั้งให้พิจารณาความจำเป็นและความเหมาะสมในการดำเนินการแก้ไขปรับปรุงกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว” \r\n</strong></span><br><span style=\"font-size:16.0pt;font-family:&quot;TH SarabunPSK&quot;,sans-serif\"><strong>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;</strong><u><strong>การดำเนินการและมาตรการแก้ไข</strong></u><strong> \r\n</strong></span><br><span style=\"font-size:16.0pt;font-family:&quot;TH SarabunPSK&quot;,sans-serif\"><strong>*กระทรวงพาณิชย์ โดย กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ได้ร่วมลงนาม MOU กับ 23 หน่วยงาน เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2569 ณ ทำเนียบรัฐบาล เพื่อป้องกันและปราบปรามการใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพราง (Nominee) ภายใต้แนวคิด ลบรอยร้าวเศรษฐกิจ ร่วมพิชิตนอมินี เป็นการยกระดับการป้องกันและปราบปรามนอมินี   ผ่านการบูรณาการและเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานเพื่อป้องกันการนำนิติบุคคลไปใช้ในการมิชอบ      หรือประกอบธุรกิจที่ผิดกฎหมาย โดยเน้นที่ 3 ภารกิจหลัก คือ 1) บูรณาการฐานข้อมูล 2) เฝ้าระวัง-ดำเนินคดี    3) สร้างความเชื่อมั่นให้ทุกภาคส่วน \r\n</strong></span><br><span style=\"font-size:16.0pt;font-family:&quot;TH SarabunPSK&quot;,sans-serif\"><strong>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; *แต่อย่างไรก็ตามทุกหน่วยงานได้ดำเนินมาตรการป้องกันและปราบปรามนอมินีอย่างจริงจังมาก่อนหน้าแล้ว โดยกระทรวงพาณิชย์ยกระดับการจดทะเบียนธุรกิจ เน้นที่การคัดกรองก่อนการจดทะเบียนบริษัท โดยได้บังคับใช้มาตรการตรวจสอบเข้มงวดกับนิติบุคคลที่มีคนต่างชาติร่วมถือหุ้นหรือเป็นกรรมการ ออกคำสั่งสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกลาง จำนวน 5 ฉบับ และออกประกาศสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกลาง จำนวน 2 ฉบับ เพื่อป้องกันและปราบปรามนอมินีบัญชีม้า ส่งผลให้จำนวนกลุ่มเสี่ยงที่ใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพราง (นอมินี) ลดลงอย่างชัดเจน โดยหลังจากประกาศ 5 คำสั่ง 2 ประกาศ มีผลบังคับใช้ จำนวนกลุ่มเสี่ยงนิติบุคคลนอมินีลดลง 51.05% (1 ม.ค. – 31 มี.ค. 2568 กลุ่มเสี่ยง 3,618 บริษัท และ 1 ม.ค. – 31 มี.ค 2569 กลุ่มเสี่ยงลดลงเหลือ 1,771 บริษัท) และเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2569 กรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้เพิ่มมาตรการให้นิติบุคคลที่จดทะเบียนธุรกิจต้องยืนยันการลงทุน ส่งผลให้จำนวนกลุ่มเสี่ยงนิติบุคคลลดลง 65.22% (1 ม.ค. – 31 พ.ค. 2568 กลุ่มเสี่ยง 2,102 บริษัท และ 1 ม.ค. – 31 พ.ค 2569 กลุ่มเสี่ยงลดลงเหลือ 731 บริษัท) ทั้งนี้ วันที่ 1 สิงหาคม 2569 กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เตรียมออกมาตรการเข้มเพิ่มเติม (ขณะนี้อยู่ระหว่างรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ซึ่งต้องสร้างสมดุลในการดูแลอำนวย    ความสะดวกให้แก่นักลงทุนชาวต่างชาติที่สุจริตและดำเนินการตามกฎหมาย) เพื่อให้ธุรกิจกลุ่มเสี่ยงนอมินีอีก 35% ที่เหลือหมดสิ้นไป ซึ่งจะส่งผลให้การป้องกันนิติบุคคลกลุ่มเสี่ยงนอมินีมีประสิทธิภาพมากขึ้น\r\n</strong></span><br><span style=\"font-size:16.0pt;font-family:&quot;TH SarabunPSK&quot;,sans-serif\"><strong>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; *การปราบปรามบริษัทกลุ่มเสี่ยงนอมินีรายเดิมที่กระทรวงพาณิชย์ โดย กรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้ส่งข้อมูลซึ่งได้คัดกรองและตรวจสอบเบื้องต้นว่าเป็นกลุ่มเสี่ยงนอมินีให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบังคับใช้ตามกฎหมายของแต่ละหน่วยงาน เช่น กรมสรรพากร ส่งดำเนินการตรวจสอบภาษี 14,800 ราย กรมที่ดิน ตรวจสอบการถือครองอสังหาริมทรัพย์ 17,556 ราย ชุดเฉพาะกิจ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตรวจสอบตามอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายเชิงลึก  2,713 ราย กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ ดำเนินคดีตามกฎหมายกับนิติบุคคลที่เข้าข่ายกระทำผิด 2,257 ราย            กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ดำเนินคดีพิเศษ 2,236 ราย เป็นต้น\r\n</strong></span><br><span style=\"font-size:16.0pt;font-family:&quot;TH SarabunPSK&quot;,sans-serif\"><strong>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; *ลงพื้นที่ตรวจสอบธุรกิจกลุ่มเสี่ยงนอมินีเชิงลึกร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง (1 ต.ค. 2568 – 23 มิ.ย. 2569) จำนวน 35 พื้นที่ รวม 11 จังหวัด (สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต กระบี่ ชลบุรี สมุทรปราการ เชียงใหม่ ราชบุรี สมุทรสาคร สมุทรสงคราม ตาก และ กรุงเทพมหานคร) โดยประเภทธุรกิจกลุ่มเสี่ยงนอมินีที่เน้นตรวจสอบ ได้แก่ สำนักงานบัญชี สำนักงานกฎหมาย วิลล่า ธุรกิจก่อสร้าง ธุรกิจต่างด้าว/นายหน้า ธุรกิจค้าเหล็ก ธุรกิจท่องเที่ยว/นำเที่ยว Co-Working Space โรงงานอุตสาหกรรม ล้งมะพร้าว และธุรกิจร้านอาหาร \r\n</strong></span><br><span style=\"font-size:16.0pt;font-family:&quot;TH SarabunPSK&quot;,sans-serif\"><strong>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; *ข้อมูล ณ วันที่ 23 มิถุนายน 2569 มีนิติบุคคลคงอยู่ 1,002,685 ราย แบ่งเป็น ห้างหุ้นส่วนจำกัด 200,100 ราย บริษัทจำกัด 801,070 ราย (จำนวนนี้มีต่างชาติร่วมทุน 0.01 – 49.99% จำนวน 119,297 ราย) และบริษัทมหาชนจำกัด 1,515 ราย \r\n</strong></span><br><span style=\"font-size:16.0pt;font-family:&quot;TH SarabunPSK&quot;,sans-serif\"><strong>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; * อดีตที่ผ่านมาทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องอาจไม่ได้ให้ความสำคัญกับการป้องกันและปราบปรามนอมินีอย่างจริงจังเท่าที่ควร นอมินีจึงกลายเป็นปัญหาที่สะสมมาอย่างยาวนาน จนทำให้ปัจจุบันมีบริษัทกลุ่มเสี่ยง นอมินีสะสมหลักแสนราย จนมาถึงรัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี และ      นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรว่าการกระทรวงพาณิชย์ (ปีงบประมาณ 2569 : 1 ตุลาคม – ปัจจุบัน) ที่ให้ความสำคัญกับการป้องกันและปราบปรามอย่างจริงจัง จึงมีการนำเสนอข่าวการป้องกันเพื่อไม่ให้บริษัทกลุ่มเสี่ยงนอมินีเกิดขึ้นเพิ่มเติมได้อีก และการปราบปรามนอมินีจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติและหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายทุกหน่วยงานอย่างต่อเนื่อง \r\n</strong></span><br><br><span style=\"font-size:16.0pt;font-family:&quot;TH SarabunPSK&quot;,sans-serif\"><strong>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; </strong><u><strong>สรุป</strong></u><strong></strong></span><br><span style=\"font-size:16.0pt;font-family:&quot;TH SarabunPSK&quot;,sans-serif\"><strong>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; การแก้ไขปัญหานอมินีจำเป็นต้องอาศัยการทำงานร่วมกันของทุกภาคส่วน และไม่สามารถใช้มาตรการทางกฎหมายได้เพียงลำพัง ความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการให้คำแนะนำ ให้คำปรึกษาแก่นักลงทุนชาวต่างชาติที่ต้องการเข้ามาประกอบธุรกิจในประเทศไทย ให้ดำเนินการโดยถูกต้องตามกฎหมายจะเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยส่งเสริมการลงทุนของชาวต่างชาติโดยสุจริต นำมาซึ่งการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศอย่างแท้จริง โดยเฉพาะนอมินี ยุคปัจจุบันมีพัฒนาการใช้วิธีการที่แนบเนียนปิดบังเจ้าหน้าที่รัฐในการลงพื้นที่ตรวจสอบ การจะปราบปรามธุรกิจ  นอมินีต้องอาศัยพลังความร่วมมือทุกภาคส่วน และนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้เป็นเครื่องมือในการกลั่นกรอง ติดตาม เฝ้าระวัง ธุรกิจกลุ่มเสี่ยงอย่างใกล้ชิด ซึ่งจะทำให้การดำเนินการป้องกันและปราบปรามธุรกิจนอมินีเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น \r\n</strong></span><br><span style=\"font-size:16.0pt;font-family:&quot;TH SarabunPSK&quot;,sans-serif\"><strong>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; กระทรวงพาณิชย์ยืนยันว่าจะเดินหน้าตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง หากพบการใช้   คนไทยเป็นนอมินีหรือประกอบธุรกิจโดยฝ่าฝืนกฎหมาย จะดำเนินคดีอย่างเด็ดขาดกับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประเทศ โดยจะดำเนินการมาตรการเชิงรุกเพื่อป้องกันและปราบปรามการใช้โครงสร้างนิติบุคคลอำพรางการถือครองธุรกิจของคนต่างด้าว เป็นมาตรการสำคัญในการคุ้มครองผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของประเทศ สร้างการแข่งขันที่เป็นธรรม และรักษาเสถียรภาพของระบบเศรษฐกิจไทยในระยะยาว ซึ่งเป็นการตัดวงจรนอมินีที่เป็นปัญหาที่สะสมมาอย่างยาวนานของประเทศไทย\r\n</strong></span><br><span style=\"font-size:16.0pt;font-family:&quot;TH SarabunPSK&quot;,sans-serif\"><strong><br></strong></span></p><p class=\"MsoNormal\" style=\"text-align: center;\"><span style=\"font-size:16.0pt;font-family:&quot;TH SarabunPSK&quot;,sans-serif\"><strong>*****************************************************\r\n</strong></span><br><span style=\"font-size:16.0pt;font-family:&quot;TH SarabunPSK&quot;,sans-serif\"><strong><br>\t\t\t\t\t\t\t        </strong></span></p><p class=\"MsoNormal\" style=\"text-align: right;\"><span style=\"font-size:16.0pt;font-family:&quot;TH SarabunPSK&quot;,sans-serif\"><strong>กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์\r\n</strong></span><br><span style=\"font-size:16.0pt;font-family:&quot;TH SarabunPSK&quot;,sans-serif\"><strong>\t\t\t\t\t\t\t\t\t\t   4 กรกฎาคม 2569\r\n</strong></span><br><br><br></p>","slug":"1783319772101","date":"8 ตุลาคม 2569","rawDate":"2026-10-07T17:23:06.000Z","view":699,"favorite":0,"ordering":1,"attachment":[],"gallery":[],"media":[],"related":[{"id":"efb6049a-5f2d-44eb-98a5-9099c38a87f3","category":{"id":"def8896e-fe17-4d70-b696-320668537c86","title":"ข่าวกรม (Press Release)","slug":"1656067670544"},"thumbnail":"https://www.dbd.go.th/data-storage/image/31108aaea44bbcf8cda6f6b23.jpg","title":"น้ำท่วมธุรกิจต้องไม่สะดุด ‘พาณิชย์’ จัดมาตรการอำนวยความสะดวกผู้ประกอบการ ด้วย 3 บริการหลักผ่านช่องทางออนไลน์ 24 ชั่วโมง","intro":"น้ำท่วมธุรกิจต้องไม่สะดุด ‘พาณิชย์’ จัดมาตรการอำนวย","text":"<p style=\"text-align: center;\"><strong>น้ำท่วมธุรกิจต้องไม่สะดุด ‘พาณิชย์’ จัดมาตรการอำนวยความสะดวกผู้ประกอบการ<br>ด้วย 3 บริการหลักผ่านช่องทางออนไลน์ 24 ชั่วโมง</strong></p><p style=\"text-align: justify;\"><strong>&nbsp; &nbsp; &nbsp;กระทรวงพาณิชย์ โดย กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เร่งช่วยเหลือนิติบุคคลที่ประสบภัยน้ำท่วมให้ธุรกิจดำเนินต่อไปได้ไม่สะดุด บรรเทาความเดือดร้อนระหว่างและหลังเกิดอุทกภัย เปิดช่องทางออนไลน์ยื่นจดทะเบียนธุรกิจ การยื่นงบการเงิน/นำส่งสำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น และการขอหนังสือรับรองนิติบุคคล พร้อมตั้งทีมเฉพาะกิจอำนวยความสะดวกให้คำปรึกษา/คำแนะนำภาคธุรกิจและประชาชนเต็มที่</strong></p><p style=\"text-align: justify;\">&nbsp; &nbsp; &nbsp;นายกิตติวัฒน์ ปัจฉิมนันท์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า “จากสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคต่างๆ ของประเทศ ตั้งแต่ปลายเดือนกันยายน 2569 จนถึงปัจจุบัน ได้สร้างความเสียหายแก่นิติบุคคลและประชาชนในพื้นที่ประสบภัยเป็นอย่างมาก โดย นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้กำชับให้ทุกหน่วยงานภายใต้สังกัดกระทรวงพาณิชย์ เร่งดำเนินการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติและได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าว รวมถึงการเยียวยาภาคธุรกิจซึ่งอยู่ในความดูแลของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าอย่างเร่งด่วน โดยนิติบุคคลที่มีสำนักงานแห่งใหญ่ตั้งอยู่ในเขตประสบภัยพิบัติ ไม่สามารถเดินทางมาดำเนินการจดทะเบียน นำส่งงบการเงิน สำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น หรือดำเนินการอื่นใดต่อสำนักงานพาณิชย์จังหวัดภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดในช่วงเวลาที่เกิดอุทกภัย</p><p style=\"text-align: justify;\">&nbsp; &nbsp;กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ได้ออกมาตรการบรรเทาความเดือดร้อนแก่ผู้ประกอบธุรกิจที่ประสบภัยและได้รับผลกระทบ โดยมีมาตรการฯ ดังนี้</p><p style=\"text-align: justify;\">&nbsp; 1. อำนวยความสะดวกการจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนบริษัทจำกัด โดยห้างหุ้นส่วนบริษัทจำกัดที่มีสำนักงานใหญ่ในจังหวัดที่ประสบภัยพิบัติ สามารถยื่นคำขอจดทะเบียนจัดตั้งใหม่ แก้ไขเปลี่ยนแปลง เลิก และเสร็จการชำระบัญชีของนิติบุคคล ได้ที่ www.dbd.go.th เลือกหัวข้อจดทะเบียนธุรกิจออนไลน์ และระบบจดทะเบียนนิติบุคคลดิจิทัล (ฺDBD Biz Regist) โดยมีขั้นตอนง่ายๆ เมื่อผู้ใช้งานสมัครสมาชิก/ยืนยันตัวตนผ่านช่องทางออนไลน์ อาทิ แอปพลิเคชัน DBD e-Service หรือ ThaiD หรือเป๋าตัง ก็สามารถจองชื่อนิติบุคคลที่ปัจจุบันเป็นระบบอัตโนมัติรู้ผลทันที ไม่ต้องรอนายทะเบียนตรวจสอบก่อน พร้อมกรอกข้อมูลรายละเอียดนิติบุคคลในรูปแบบ e-Form ที่สะดวก รวดเร็ว และมีข้อความสำเร็จรูปให้เลือกใช้โดยไม่ต้องเสียเวลาพิมพ์เอง รวมถึงระบบจะเชื่อมโยงข้อมูลเพื่อตรวจสอบความถูกต้องกับหน่วยงานต่างๆ อาทิ ข้อมูลบุคคลกับกรมการปกครอง ทั้งนี้ กรมฯ ได้จัดเจ้าหน้าที่ให้คำปรึกษาแก่ภาคธุรกิจและประชาชน ผ่าน 2 ช่องทาง ได้แก่ Call Center กรมพัฒนาธุรกิจการค้า 1570 และ Line Official Account : @dbd1570</p><p style=\"text-align: justify;\">&nbsp; &nbsp; 2. อำนวยความสะดวกการนำส่งงบการเงิน และสำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ DBD e-Filing ได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยผู้ใช้บริการสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการนำส่งงบการเงินและสำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น ได้ที่ Line Application : @sxw0580y และ Call Center กรมพัฒนาธุรกิจการค้า 1570 หรือ โทรสายตรง 0 2547 4377, 0 2547 5978 และ e-Mail: efiling.training@gmail.com</p><p style=\"text-align: justify;\">&nbsp; &nbsp; 3. อำนวยความสะดวกการให้บริการหนังสือรับรองนิติบุคคล ในรูปแบบไฟล์อิเล็กทรอนิกส์ ตั้งแต่เวลา 06.00 น. - 23.00 น. ทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดราชการ โดยภาคธุรกิจและประชาชนสามารถดำเนินการขอหนังสือรับรองนิติบุคคล และรับรองสำเนาเอกสารผ่านระบบ DBD e-Service ได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้ผู้รับบริการสามารถเข้าถึงเอกสารได้สะดวก รวดเร็ว และสอดคล้องกับรูปแบบการดำเนินธุรกิจที่เน้นความคล่องตัวในยุคดิจิทัล สามารถนำไปใช้ทำธุรกรรมได้แบบทันทีทันใด ไม่ต้องรอเวลาการเปิดทำการของหน่วยงานราชการ โดยสอบถามเพิ่มเติมได้ทางแอปพลิเคชัน DBD e-Service ทั้งระบบ IOS และ Android, Call Center กรมพัฒนาธุรกิจการค้า 1570 หรือ โทร. 0 2547 5994, 0 2547 5160, 0 2547 4367, 0 2547 4387 และ e-Mail : onlinedocument@dbd.go.th<span>&nbsp;</span></p><p style=\"text-align: justify;\">&nbsp; &nbsp;อธิบดีกิตติวัฒน์ฯ กล่าวทิ้งท้ายว่า “กรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้มีการพัฒนาระบบจดทะเบียนธุรกิจและการให้บริการด้านต่างๆ โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลมาอำนวยความสะดวก ข้อมูลมีความถูกต้อง รวดเร็ว และทันสมัย เพื่อเพิ่มช่องทางและลดอุปสรรคให้ผู้ประกอบธุรกิจได้รับบริการอย่างเต็มรูปแบบ ไม่จำกัดเวลา และสถานที่ โดยกรมฯ มีความมุ่งหมายให้ช่องทางออนไลน์ช่วยอำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบธุรกิจและช่วยให้การดำเนินธุรกิจเป็นไปอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ กรณีที่ผู้ประกอบธุรกิจต้องการติดต่อกับสำนักงานพาณิชย์จังหวัดในพื้นที่ประสบเหตุอุทกภัย แต่ไม่สามารถเดินทางได้ สามารถดำเนินการผ่านช่องทางออนไลน์ของสำนักงานพาณิชย์จังหวัดหรือกรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้ ทั้งนี้ กรมฯ ขอเป็นกำลังใจให้ผู้ประกอบการและประชาชนที่ประสบเหตุอุทกภัยครั้งนี้ทุกท่าน และพร้อมจับมือก้าวพ้นวิกฤตนี้ไปด้วยกัน”</p><p style=\"text-align: justify;\">#SuperDBD #กรมพัฒนาธุรกิจการค้า #กระทรวงพาณิชย์</p><p style=\"text-align: center;\"><br>********************************</p><p style=\"text-align: center;\"><br>ที่มา : กรมพัฒนาธุรกิจการค้า&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ฉบับที่ 1 / วันที่ 6 ตุลาคม 2569<br></p>","slug":"00106102569","date":"6 ตุลาคม 2569","rawDate":"2026-10-06T03:00:08.435Z","view":57,"favorite":0,"ordering":1},{"id":"62849dc6-df0b-4a5a-923c-27649ebb9941","category":{"id":"def8896e-fe17-4d70-b696-320668537c86","title":"ข่าวกรม (Press Release)","slug":"1656067670544"},"thumbnail":"https://www.dbd.go.th/data-storage/image/a8ea29816833311de6abcba5.jpg","title":"กรมพัฒนาธุรกิจฯ เปิดให้บริการหนังสือรับรองนิติบุคคลทุกวันไม่มีวันหยุด ตั้งแต่ 6 โมงเช้าถึงห้าทุ่ม  และเพิ่มความสะดวกไปอีกขั้น...ขอหนังสือรับรองนิติบุค","intro":"​กรมพัฒนาธุรกิจฯ เปิดให้บริการหนังสือรับรองนิติบุค","text":"<p style=\"text-align: center;\"><strong>​กรมพัฒนาธุรกิจฯ เปิดให้บริการหนังสือรับรองนิติบุคคลทุกวันไม่มีวันหยุด ตั้งแต่ 6 โมงเช้าถึงห้าทุ่ม \r\n<br>และเพิ่มความสะดวกไปอีกขั้น...ขอหนังสือรับรองนิติบุคคล ‘สาขา’ รูปแบบไฟล์อิเล็กทรอนิกส์ \r\n<br>ไม่ต้องเดินทาง ลดเวลารอเอกสาร เพิ่มความคล่องตัวให้ภาคธุรกิจ</strong><br></p><p style=\"text-align: center;\"><br></p><p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; <strong>&nbsp;กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เดินหน้ายกระดับบริการ e-Service เปิดให้บริการหนังสือรับรองนิติบุคคลทุกวันไม่มีวันหยุด ตั้งแต่เวลา 06.00 น. – 23.00 น. พร้อมขยายการให้บริการออกหนังสือรับรองนิติบุคคล ประเภทระบุที่ตั้งสำนักงานแห่งใหญ่และสาขาในรูปแบบไฟล์อิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Service ได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป เพื่อเพิ่มความสะดวกให้ภาคธุรกิจ ช่วยลดระยะเวลารอรับเอกสาร ลดการใช้กระดาษ และเพิ่มความคล่องตัวในการดำเนินธุรกิจ</strong><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมพัฒนาธุรกิจการค้าให้ความสำคัญกับการพัฒนาบริการภาครัฐในรูปแบบดิจิทัล เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนและภาคธุรกิจ โดยเฉพาะการให้บริการหนังสือรับรองนิติบุคคลผ่านระบบ e-Service ซึ่งปัจจุบันเปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 06.00 น. - 23.00 น. ทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดราชการ ‘ขอปุ๊บได้ปั๊บ’ เพื่อให้ผู้รับบริการสามารถเข้าถึงเอกสารได้สะดวก รวดเร็ว และสอดคล้องกับรูปแบบการดำเนินธุรกิจที่เน้นความคล่องตัวในยุคดิจิทัล สามารถนำไปใช้ทำธุรกรรมได้แบบทันทีทันใด ไม่ต้องรอเวลาการเปิดทำการของหน่วยงานราชการ\r\n<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;อธิบดีพูนพงษ์ฯ กล่าวต่อว่า “ล่าสุดกรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้ขยายการให้บริการผ่านระบบ e-Service สำหรับการออกหนังสือรับรองนิติบุคคล ประเภทระบุทั้งที่ตั้งสำนักงานแห่งใหญ่และสำนักงานสาขา โดยผู้ใช้บริการสามารถเลือกรับเอกสารในรูปแบบไฟล์อิเล็กทรอนิกส์ได้ จากเดิมที่สามารถเลือกรับเอกสารได้ 3 ช่องทาง ได้แก่ 1) จัดส่งทางไปรษณีย์ (EMS) 2) รับด้วยตนเอง (Walk-in) และ 3) จัดส่งโดยพนักงานกรม (Delivery) การเพิ่มช่องทางการรับไฟล์อิเล็กทรอนิกส์จะช่วยให้ผู้ประกอบธุรกิจได้รับความสะดวกโดยสามารถรับเอกสารได้รวดเร็วขึ้น และสามารถนำไปใช้ดำเนินธุรกิจและทำธุรกรรมต่างๆ ได้อย่างคล่องตัว”\r\n<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;“สำหรับวิธีเข้าใช้บริการ ผู้รับบริการสามารถเข้าสู่ระบบ DBD e-Service และเลือกเมนู ‘เลือกเอกสารด้วยตนเอง’ จากนั้นระบุเลขทะเบียนหรือชื่อนิติบุคคลที่ต้องการ เลือกหัวข้อ ‘หนังสือรับรอง’ และเลือก ‘ที่ตั้งสำนักงานแห่งใหญ่’ โดยกรณีนิติบุคคลที่มี 1 - 10 สาขา ระบบจะแสดงสำนักงานสาขาทั้งหมดโดยอัตโนมัติ ส่วนกรณีมี 11 สาขาขึ้นไป ผู้รับบริการสามารถเลือกสำนักงานสาขาที่ต้องการได้ด้วยตนเอง เมื่อชำระค่าธรรมเนียมแล้ว สามารถเข้าสู่ระบบเพื่อดาวน์โหลดเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ได้ทันที โดยไม่ต้องรออีเมลแจ้ง”\r\n<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;“การขยายบริการหนังสือรับรองนิติบุคคลประเภทระบุที่ตั้งสำนักงานแห่งใหญ่และสาขา ในรูปแบบไฟล์อิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้ ทำให้ผู้ใช้บริการสามารถขอรับบริการได้ทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดราชการ ช่วยลดระยะเวลาในการรอรับเอกสาร ลดการใช้กระดาษ และลดข้อจำกัดด้านการเดินทาง สอดคล้องกับการยกระดับบริการภาครัฐสู่ระบบดิจิทัล เพื่อให้ภาคธุรกิจสามารถเข้าถึงบริการได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และนำเอกสารไปใช้ดำเนินธุรกรรมได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมสนับสนุนให้การดำเนินธุรกิจมีความคล่องตัวและทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกธุรกิจ”” \r\n<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;“ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถใช้บริการผ่านระบบ DBD e-Service ได้แล้ววันนี้ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ Call Center 1570 หรือ เว็บไซต์กรมพัฒนาธุรกิจการค้า www.dbd.go.th” อธิบดีพูนพงษ์ฯ กล่าวทิ้งท้าย\r\n<br><br></p><p style=\"text-align: right;\">#SuperDBD #กรมพัฒนาธุรกิจการค้า #กระทรวงพาณิชย์\r\n<br><br></p><p style=\"text-align: center;\">**********************************************</p><p style=\"text-align: center;\">&nbsp;\r\n<br>ที่มา : กองข้อมูลธุรกิจ&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ฉบับที่ 378 / วันที่ 30 กันยายน 2569<br></p>","slug":"37830092569","date":"30 กันยายน 2569","rawDate":"2026-09-30T09:21:20.385Z","view":164,"favorite":0,"ordering":1},{"id":"99768d5f-868e-4147-b29e-fd59ed18e19d","category":{"id":"def8896e-fe17-4d70-b696-320668537c86","title":"ข่าวกรม (Press Release)","slug":"1656067670544"},"thumbnail":"https://www.dbd.go.th/data-storage/image/b35e5abc8825b5215e7db4107.jpg","title":"พาณิชย์ หวังดึง 43 สถานทูตในประเทศไทย ร่วมดูแลนักลงทุนต่างชาติ ส่งข้อมูลบริษัทจำกัดให้กว่า 100,000 ราย","intro":"​พาณิชย์ หวังดึง 43 สถานทูตในประเทศไทย ร่วมดูแลนักลงทุ","text":"<p style=\"text-align: center;\">​พาณิชย์ หวังดึง 43 สถานทูตในประเทศไทย ร่วมดูแลนักลงทุนต่างชาติ\r\n<br>ส่งข้อมูลบริษัทจำกัดให้กว่า 100,000 ราย<br></p><p style=\"text-align: center;\"><br></p><p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;กระทรวงพาณิชย์ เดินหน้าแก้ไขปัญหานอมินีต่อเนื่อง ล่าสุดส่งข้อมูลบริษัทจำกัดที่มีกรรมการเป็นชาวต่างชาติหรือมีผู้ถือหุ้นชาวต่างชาติร่วมลงทุน ให้ 43 สถานทูตในประเทศไทยร่วมดูแลและอำนวยความสะดวกในการประกอบธุรกิจของนักธุรกิจ/นักลงทุนสัญชาติของตน รวมทั้งเพื่อให้บริษัทปฏิบัติได้อย่างถูกต้องเป็นไปตามระเบียบและกฎหมายการประกอบธุรกิจในประเทศไทย เชื่อ!! จะช่วยส่งเสริมการลงทุนในประเทศไทย สร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนทั้งชาวไทยและต่างชาติ พร้อมช่วยแก้ไขปัญหานอมินีที่กำลังเกิดขึ้นได้อย่างเป็นรูปธรรม\r\n<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เดินหน้าป้องกันและปราบปรามนอมินีอย่างต่อเนื่อง รวมถึงดำเนินการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างเร่งด่วน เพื่อสร้างความเป็นธรรมในการประกอบธุรกิจแก่นักลงทุนทั้งชาวไทยและต่างชาติที่ประกอบธุรกิจโดยสุจริต โดยร่วมมือกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายลงพื้นที่ตรวจสอบนอมินีกลุ่มเสี่ยงทั่วประเทศ และมีการบังคับใช้กฎหมายของแต่ละหน่วยงานอย่างเคร่งครัดเพื่อตัดวงจรนอมินีให้หมดสิ้นไปหรือทุเลาเบาบางลง\r\n<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; อธิบดีพูนพงษ์ฯ กล่าวต่อว่า “ล่าสุด กรมฯ ได้ส่งข้อมูลบริษัทจำกัดที่มีกรรมการเป็นชาวต่างชาติหรือมีผู้ถือหุ้นสัญชาติต่างๆ ร่วมลงทุน ไปถึง 43 สถานทูตประจำประเทศไทย รวม 48 สัญชาติ จำนวนกว่า 100,000 ราย เพื่อให้ข้อมูลและจะได้ร่วมกันดูแลและอำนวยความสะดวกในการประกอบธุรกิจของนักธุรกิจ/นักลงทุนสัญชาติของตน รวมทั้งเพื่อให้บริษัทเหล่านี้ปฏิบัติได้อย่างถูกต้องเป็นไปตามระเบียบและกฎหมายการประกอบธุรกิจในประเทศไทย ซึ่งเชื่อว่าเป็นนโยบายของรัฐบาลทุกประเทศที่พร้อมสนับสนุนคนในชาติให้ทำธุรกิจอย่างถูกต้องในประเทศอื่นๆ โดยกรมฯ ได้จัดส่งข้อมูลตามสัดส่วนการถือครองหุ้นของชาวต่างชาติ แบ่งออกเป็น 3 ช่วง คือ 1) ชาวต่างชาติถือหุ้น 0.01 - 49.99% 2) ชาวต่างชาติถือหุ้น 50.00 - 99.99% และ 3) ชาวต่างชาติถือหุ้น 100% โดยข้อมูลที่กรมฯ ได้จัดส่งให้ทั้ง 43 สถานทูต เป็นเพียงข้อมูลเบื้องต้นทั่วไปจากการตรวจสอบตามอำนาจหน้าที่ของกรมฯ มิได้หมายความว่าธุรกิจหรือนักลงทุนดังกล่าวมีการกระทำที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมายหรือมีการกระทำความผิดกรณีมีคนไทยถือหุ้นแทนในลักษณะนอมินีแต่อย่างใด”\r\n<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; “ทั้งนี้ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า มีภารกิจในการจดทะเบียนนิติบุคคล กำกับดูแล และติดตามตรวจสอบนิติบุคคลให้ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 รวมถึงการตรวจสอบการใช้คนไทยถือหุ้นแทนคนต่างด้าวในลักษณะนอมินีในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ ตลอดจนเฝ้าระวังและป้องกันการประกอบธุรกิจที่หลีกเลี่ยงกฎหมายที่อยู่ในความรับผิดชอบ”\r\n<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; “กรมฯ ขอขอบคุณสถานทูตทุกแห่งที่ให้ความสำคัญต่อประเด็นการดำเนินธุรกิจที่ถูกต้องตามกฎหมายและประเด็นปัญหานอมินีที่เกิดขึ้นในประเทศไทย โดยกรมฯ พร้อมอำนวยความสะดวกอย่างเต็มที่แก่นักธุรกิจและนักลงทุนชาวต่างชาติที่เข้ามาประกอบธุรกิจในประเทศไทยโดยสุจริต และขอฝากถึงผู้ประกอบธุรกิจชาวต่างชาติที่ประสงค์จะเข้ามาประกอบธุรกิจในประเทศไทย หรือผู้ให้คำแนะนำการลงทุนให้ปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมาย และคนไทยที่มีพฤติกรรมช่วยเหลือหรือมีส่วนสนับสนุนให้ต่างชาติกระทำความผิดในลักษณะนอมินีอยากให้เลิกพฤติกรรมดังกล่าว โดยขอให้เห็นประโยชน์ของประเทศชาติเป็นสำคัญ ทั้งนี้ คนไทยที่มีพฤติกรรมเอื้อประโยชน์ยอมรับเงินหรือผลประโยชน์ โดยยินยอมเป็นนอมินีอำพรางให้ชาวต่างชาติจะต้องถูกดำเนินคดีอาญาอย่างเด็ดขาดตามมาตรา 36 พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับตั้งแต่ 100,000 ถึง 1,000,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และในส่วนของคนต่างด้าวที่ลักลอบประกอบธุรกิจโดยไม่ได้รับอนุญาต จะมีโทษตามมาตรา 37 ในอัตราโทษเดียวกัน ซึ่งที่ผ่านมามีต่างชาติเข้ามาลงทุนหรือประกอบธุรกิจในประเทศไทยโดยถูกต้องตามกฎหมายอยู่จำนวนมาก” อธิบดีพูนพงษ์ฯ กล่าวทิ้งท้าย \r\n<br><br></p><p style=\"text-align: right;\">#SuperDBD #กรมพัฒนาธุรกิจการค้า #กระทรวงพาณิชย์\r\n<br><br></p><p style=\"text-align: center;\">***********************************</p><p style=\"text-align: center;\">&nbsp;\r\n<br>ที่มา : กองข้อมูลธุรกิจ&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ฉบับที่ 377 / วันที่ 30 กันยายน 2569\r\n<br><br></p>","slug":"37730092569","date":"30 กันยายน 2569","rawDate":"2026-09-30T06:30:19.692Z","view":174,"favorite":0,"ordering":1},{"id":"a311f0e7-947c-47a2-b849-89ad591b00ef","category":{"id":"def8896e-fe17-4d70-b696-320668537c86","title":"ข่าวกรม (Press Release)","slug":"1656067670544"},"thumbnail":"https://www.dbd.go.th/data-storage/image/2d7c2a4b651e5510704088dba.jpg","title":"​กรมพัฒนาธุรกิจฯ เตรียม ‘ปิดตำนาน Walk-In’ จดทะเบียนห้างหุ้นส่วนและบริษัทจำกัด มุ่งสู่บริการออนไลน์ 100% ดีเดย์ 1 พฤศจิกายน 2569","intro":"​กรมพัฒนาธุรกิจฯ เตรียม ‘ปิดตำนาน Walk-In’ จดทะเบียนห้างห","text":"<p style=\"text-align: center;\"><strong>​กรมพัฒนาธุรกิจฯ เตรียม ‘ปิดตำนาน Walk-In’ จดทะเบียนห้างหุ้นส่วนและบริษัทจำกัด\r\n<br>มุ่งสู่บริการออนไลน์ 100% ดีเดย์ 1 พฤศจิกายน 2569</strong><br></p><p style=\"text-align: center;\"><br></p><p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;<strong>\tกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เดินหน้าปรับรูปแบบการให้บริการสู่ดิจิทัลเต็มรูปแบบ หลังภาคธุรกิจตอบรับระบบ DBD Biz Regist อย่างต่อเนื่อง โดยเดือนสิงหาคม 2569 มีผู้ใช้บริการจดทะเบียนนิติบุคคลผ่านระบบออนไลน์สูงถึง 95.15% สะท้อนความพร้อมของภาคธุรกิจในการทำธุรกรรมออนไลน์ ขณะที่ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 เป็นต้นไป กรมฯ จะขออนุญาตให้บริการจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนและบริษัทจำกัดผ่านระบบ DBD Biz Regist ทางช่องทางออนไลน์เพียงช่องทางเดียว เพื่อยกระดับงานบริการภาครัฐ ลดภาระและต้นทุนของภาคธุรกิจ พร้อมขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ Digital Government อย่างเต็มรูปแบบ</strong><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา กรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้ปรับรูปแบบงานให้บริการเฉพาะการจัดตั้งห้างหุ้นส่วนและตั้งบริษัทให้เป็นการจดทะเบียนผ่านระบบ DBD Biz Regist เพียงช่องทางเดียว และยุติการรับจดทะเบียนดังกล่าวในรูปแบบกระดาษ (Walk-in) ซึ่งได้รับการตอบรับจากภาคธุรกิจเป็นอย่างดี โดยเห็นได้จากสถิติงานให้บริการที่ผ่านมาพบว่า มีผู้ใช้บริการจดทะเบียนจัดตั้งนิติบุคคลใหม่ในรูปแบบออนไลน์ (DBD Biz Regist) ณ เดือนสิงหาคม 2569 สูงถึง 99.99% ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจที่มีต่อระบบจดทะเบียนดิจิทัลของกรมฯ ที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการในการทำธุรกรรมผ่านช่องทางออนไลน์ ที่มีความสะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพ\r\n<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;อธิบดีพูนพงษ์ฯ กล่าวต่อว่า “กรมฯ ได้เล็งเห็นความพร้อมของผู้ใช้บริการที่ได้ปรับตัวเข้าสู่ระบบบริการออนไลน์ผ่านระบบ DBD Biz Regist ได้อย่างดีเยี่ยม ซึ่งสอดรับกับเป้าหมายการให้บริการผ่านระบบออนไลน์ของกรมฯ ที่ได้ตั้งเป้าหมายไว้ โดยตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 เป็นต้นไป งานให้บริการจดทะเบียนธุรกิจของกรมฯ พร้อมก้าวไปอีกขั้นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการและขับเคลื่อนหน่วยงานราชการไทยสู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัล (Digital Government) อย่างเต็มรูปแบบ โดยขออนุญาตประชาชนและภาคธุรกิจเตรียมพร้อมสำหรับการให้บริการจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนและบริษัทจำกัดทุกประเภทคำขอในรูปแบบออนไลน์ ผ่านระบบ DBD Biz Regist เพียงช่องทางเดียวเท่านั้น (ข้อมูล ณ เดือนกันยายน 2569 มีการใช้บริการจดทะเบียนทุกประเภทคำขออยู่แล้วสูงถึง 95.80%)”\r\n<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; “สำหรับช่วงเวลาล่วงหน้า 1 เดือนนี้ ภาคธุรกิจและประชาชนสามารถทำความเข้าใจและศึกษารูปแบบการใช้งานระบบ DBD Biz Regist ผ่านเว็บไซต์ www.dbd.go.th เลือกหัวข้อ จดทะเบียนนิติบุคคลดิจิทัล (ฺDBD Biz Regist) ซึ่งจะมีทั้งคู่มือ และคลิปวิดีโอที่อธิบายการเข้าใช้งานอย่างละเอียด ซึ่งจะช่วยลดข้อผิดพลาดให้ผู้ใช้บริการเมื่อต้องเข้าใช้งานระบบจริง ทั้งนี้ กรมฯ ยังได้จัดเตรียมเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญเพื่อให้คำปรึกษา แนะนำ และช่วยเหลือผู้ประกอบการตลอดการใช้งานระบบ หากมีข้อสงสัยหรือต้องการคำแนะนำเกี่ยวกับการจดทะเบียนนิติบุคคลและการใช้งานระบบจดทะเบียนนิติบุคคลดิจิทัล DBD Biz Regist สามารถสอบถามข้อมูลได้ที่ Call Center 1570 หรือผ่านช่องทาง LINE Official Account : @DBD1570 เพื่อรับคำปรึกษาและความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ได้โดยตรง”\r\n<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp;“ระบบจดทะเบียน DBD Biz Regist ไม่ได้เป็นเพียงระบบจดทะเบียนนิติบุคคลออนไลน์เท่านั้น แต่ยังเป็นกลไกสำคัญที่จะเปลี่ยนแปลง ‘การเริ่มต้นธุรกิจ’ ของประเทศไทยจากเอกสารกระดาษ สู่ระบบดิจิทัลที่สะดวก รวดเร็ว ตรวจสอบได้ และลดต้นทุนได้ทั้งภาคธุรกิจและภาครัฐ และเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะขับเคลื่อนงานบริการของภาครัฐสู่ดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ พร้อมยกระดับมาตรฐานการจดทะเบียนธุรกิจของไทยให้มีความโปร่งใส ปลอดภัย และน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น โดยนำเทคโนโลยีการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางอิเล็กทรอนิกส์มาใช้ร่วมกับการเชื่อมโยงและตรวจสอบข้อมูลกับหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ช่วยเพิ่มความมั่นใจในตัวตนของผู้ทำธุรกรรม ลดช่องว่างและความเสี่ยงจากการปลอมแปลงเอกสาร รวมถึงการนำข้อมูลหรือสิทธิของบุคคลอื่นไปใช้โดยมิชอบ ประกอบกับผู้ใช้บริการสามารถใช้งานผ่านระบบออนไลน์ได้ตลอด 24 ชั่วโมงทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดราชการ ครอบคลุมบริการตั้งแต่การยื่นคำขอจดทะเบียน แก้ไข เปลี่ยนแปลงนิติบุคคล ติดตามและตรวจสอบสถานะ ไปจนถึงการรับเอกสารในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ได้จากทุกที่ โดยไม่จำเป็นต้องเดินทางมาติดต่อด้วยตนเอง” อธิบดีพูนพงษ์ฯ กล่าวทิ้งท้าย\r\n<br><br></p><p style=\"text-align: right;\">#SuperDBD #กรมพัฒนาธุรกิจการค้า #กระทรวงพาณิชย์\r\n<br><br></p><p style=\"text-align: center;\">**********************************************</p><p style=\"text-align: center;\">&nbsp;\r\n<br>ที่มา : กองทะเบียนธุรกิจ&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ฉบับที่ 376 / วันที่ 30 กันยายน 2569\r\n<br><br></p>","slug":"37630092569","date":"30 กันยายน 2569","rawDate":"2026-09-30T02:36:15.912Z","view":371,"favorite":0,"ordering":5},{"id":"496b8759-7e0f-43c4-962d-e2cae911f38c","category":{"id":"def8896e-fe17-4d70-b696-320668537c86","title":"ข่าวกรม (Press Release)","slug":"1656067670544"},"thumbnail":"https://www.dbd.go.th/data-storage/image/6dc4895b93c5115b5819d945.jpg","title":"กรมพัฒนาธุรกิจฯ ผนึกพันธมิตร จัดทัพ...ธุรกิจดูแลผู้สูงอายุไทยสู่มาตรฐานสากล ช่วยดึงเงินลงทุนเสริมแกร่งธุรกิจ Silver Economy ","intro":"กรมพัฒนาธุรกิจฯ ผนึกพันธมิตร จัดทัพ...ธุรกิจดูแลผู้สู","text":"<p style=\"text-align: center;\"><strong>กรมพัฒนาธุรกิจฯ ผนึกพันธมิตร จัดทัพ...ธุรกิจดูแลผู้สูงอายุไทยสู่มาตรฐานสากล<br>ช่วยดึงเงินลงทุนเสริมแกร่งธุรกิจ Silver Economy รองรับกลุ่มคนวัยเก๋าขยายตัว</strong></p><p style=\"text-align: center;\"><strong><br></strong></p><p style=\"text-align: justify;\"><strong>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ร่วมกับสมาคมการค้าและการบริการสุขภาพผู้สูงอายุไทย (SHSTA) และสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ เดินหน้ายกระดับธุรกิจดูแลผู้สูงอายุไทยรับการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรและการเติบโตของเศรษฐกิจสูงวัย (Silver Economy) จัดสัมมนาวิชาการประจำปี 2569 ภายใต้แนวคิด ‘ยกระดับธุรกิจการดูแลผู้สูงอายุเพื่อความเป็นมืออาชีพ ผสานมาตรฐานการดูแลสุขภาพและการบริการแบบไทย’ มุ่งเสริมองค์ความรู้ผู้ประกอบการเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตวัยเก๋า ชูการนำเทคโนโลยี นวัตกรรม และความรู้ด้านกฎหมายมาปรับใช้ หวังปั้นสถานประกอบการดูแลผู้สูงอายุไทยให้เป็นมืออาชีพ พร้อมดึงดูดกำลังซื้อทั้งในและต่างประเทศ</strong></p><p style=\"text-align: justify;\">&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;นายสถาพร ร่วมนาพะยา รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดภายหลังเป็นประธานเปิดงานสัมมนาวิชาการประจำปี 2569 ในหัวข้อ ‘ยกระดับธุรกิจการดูแลผู้สูงอายุ เพื่อความเป็นมืออาชีพ ผสานมาตรฐานการดูแลสุขภาพและการบริการแบบไทย’ (Sharpening Senior Healthcare Business: Where Professional Excellence Meets Healthcare Standards &amp; Thai Hospitality 2026) ณ อาคารหอประชุม ชั้น 3 สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ ว่า การจัดงานในวันนี้ (25 กันยายน 2569) เป็นความร่วมมือระหว่าง กรมพัฒนาธุรกิจการค้า สมาคมการค้าและการบริการสุขภาพผู้สูงอายุไทย (SHSTA) และสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ เพื่อรับมือกับการก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งปัจจุบันประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้วัยอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของโครงสร้างประชากร โดยปี 2569  มีประชากรผู้สูงอายุกว่า 14 ล้านคน หรือคิดเป็นร้อยละ 22 ของประชากรทั้งประเทศ และคาดว่าในปี 2576 ประเทศไทยจะเข้าสู่สังคมสูงอายุระดับสุดยอด (Super-Aged Society) มีประชากรสูงอายุประมาณ 28% ดังนั้น ธุรกิจดูแลผู้สูงอายุจึงจำเป็นต้องเร่งปรับตัวเพื่อดูแลผู้สูงอายุได้อย่างมีคุณภาพ บนมาตรฐานสากล และเข้าใจถึงความต้องการของตลาดอย่างรอบด้าน</p><p style=\"text-align: justify;\">&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; รองอธิบดีสถาพรฯ กล่าวต่อว่า “การจัดงานสัมมนาครั้งนี้มุ่งเน้นหัวใจสำคัญ 3 ด้าน เพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุอย่างยั่งยืน ได้แก่ 1) การยกระดับคุณภาพชีวิตและสุขภาพ โดยเป็นการบรรยายแนวทางจัดกิจกรรมเพื่อการบำบัด และหลักโภชนาการแนวทางการจัดอาหารในศูนย์ดูแลผู้สูงอายุได้อย่างเป็นมืออาชีพ สอดรับกับมาตรฐานสากล และผสมผสานกับบริบทของประเทศไทย ซึ่งจะทำให้มาตรฐานธุรกิจสามารถเดินควบคู่ไปพร้อมกับเอกลักษณ์การบริการแบบไทยที่มีจุดเด่นด้านความเอาใจใส่ ความสุภาพ ความเข้าใจ และการให้คุณค่ากับผู้สูงอายุ        2) การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม โดยสนับสนุนให้ผู้ประกอบการนำเทคโนโลยีอย่าง AI และ Age Tech มาใช้สนับสนุนการบริการอย่างเหมาะสมเพื่อลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพ ภายในงานยังมีการจัดแสดงสินค้า และบริการจากกว่า 20 บูท นำเสนอนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ธุรกิจ เช่น แพลตฟอร์ม On-demand Matching, ผลิตภัณฑ์อาหารปั่นพร้อมทานสำหรับผู้มีปัญหาการกลืน และแพลตฟอร์มบริการจับคู่ธุรกิจระหว่างประเทศ เป็นต้น และ 3) การบริหารความเสี่ยงทางกฎหมายและคุ้มครองสิทธิ ถือเป็นเรื่องสำคัญที่ธุรกิจจะต้องมีความรู้ความเข้าใจด้านกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสถานประกอบการผู้สูงอายุ โดยจะเรียนรู้ผ่านการบรรยายในหัวข้อ ‘รู้กฎหมาย รู้ความเสี่ยง:     แนวทางการบริหารศูนย์ดูแลผู้สูงอายุอย่างปลอดภัย’ และเวทีเสวนา ‘ความเสี่ยงทางด้านกฎหมายของศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ’ โดยมีทั้งอัยการ ทนายความ และผู้เชี่ยวชาญมาร่วมให้ความรู้เพื่อเป็นแนวทางรับมือกับข้อร้องเรียน ลดความเสี่ยงในการดำเนินงาน และสร้างความเชื่อมั่นสูงสุดแก่ผู้ใช้บริการ”</p><p style=\"text-align: justify;\">&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;“ปัจจุบันมีนักลงทุนที่สนใจเร่งรุกเข้าสู่ตลาดเศรษฐกิจสูงวัย หรือ Silver Economy ซึ่งเป็นธุรกิจที่เกิดขึ้นมาเพื่อรองรับความต้องการ ความจำเป็น และไลฟ์สไตล์ของผู้สูงอายุที่มีจำนวนมากขึ้น ซึ่งมีธุรกิจบางส่วนได้กระโดด เข้ามาในตลาดตามกระแสโดยปราศจากการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกส่งผลให้สินค้าและบริการไม่ตอบโจทย์พฤติกรรมที่แท้จริงของผู้บริโภค นำมาซึ่งความเสี่ยงในการสูญเสียโอกาสทางธุรกิจและเงินลงทุน กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ในฐานะส่วนหนึ่งของกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจสุขภาพ จึงมุ่งมั่นยกระดับผู้ประกอบการให้สามารถก้าวข้ามความเสี่ยงดังกล่าวผ่าน 3 กลยุทธ์หลัก คือ 1) การยกระดับการบริหารจัดการธุรกิจอย่างมืออาชีพ 2) ขับเคลื่อนนวัตกรรม และ 3) สร้างเครือข่ายธุรกิจเชื่อมโยงพันธมิตรในห่วงโซ่อุปทานเศรษฐกิจสูงวัย เพื่อสร้างโอกาสทางการค้าและการขยายตลาดร่วมกัน นอกจากนี้ ยังได้ร่วมมือกับภาคีเครือข่าย รวมถึงสมาคมการค้าและการบริการสุขภาพผู้สูงอายุไทย เพื่อพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ การสร้างองค์ความรู้ และการส่งเสริมธุรกิจอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งแต่ปี 2554 - 2569 กรมฯ ได้ดำเนินการพัฒนาศักยภาพธุรกิจบริการผู้สูงอายุไปแล้วรวมทั้งสิ้น 1,674 ราย”</p><p style=\"text-align: justify;\">&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; “ทั้งนี้ ในปี 2570 กรมฯ ได้เตรียมจัดโครงการสร้างโอกาสการตลาดธุรกิจเพื่อผู้สูงอายุ (SMART SILVER BIZ+) โดยมุ่งเน้นยกระดับผู้ประกอบการธุรกิจสุขภาพและ Wellness ให้เข้าใจลูกค้ากลุ่มผู้สูงอายุอย่างลึกซึ้ง สามารถออกแบบประสบการณ์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้สูงอายุยุคใหม่ โดยการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ทันสมัยมายกระดับมาตรฐานผลิตภัณฑ์และบริการสุขภาพให้เป็นต้นแบบธุรกิจใหม่ รวมถึงการขยายตลาดและสร้างรายได้เพิ่มเพื่อรองรับความต้องการของชาวไทยและกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีกำลังซื้อสูงที่ต้องการเข้ามาพำนักระยะยาว ผลักดันให้ธุรกิจสินค้าและบริการสำหรับผู้สูงอายุไทยสามารถแข่งขันในระดับสากลได้อย่างยั่งยืน”</p><p style=\"text-align: justify;\">&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; “ธุรกิจดูแลผู้สูงอายุในประเทศไทยมีอัตราการเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยในปี 2569 (ข้อมูล ณ วันที่ 31 ส.ค.69 จาก DBD DataWarehouse+) พบว่า มีนิติบุคคลดำเนินธุรกิจนี้จำนวน 938 ราย เพิ่มขึ้น 14% จากปี 2568 ทุนจดทะเบียนกว่า 4,911 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13% จากปี 2568 ขณะที่ปี 2567 มีรายได้รวม 2,070 ล้านบาท          สำหรับผู้ประกอบการที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ส่วนนโยบายและแผนธุรกิจบริการ    กองธุรกิจบริการ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ หมายเลขโทรศัพท์ 02 547 5158 สายด่วน 1570 และ www.dbd.go.th” รองอธิบดีสถาพรฯ กล่าวทิ้งท้าย</p><p style=\"text-align: right;\"><br>#SuperDBD #กรมพัฒนาธุรกิจการค้า #กระทรวงพาณิชย์</p><p style=\"text-align: center;\">**********************************************<br>ที่มา : กองธุรกิจบริการ&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ฉบับที่ 375 / วันที่ 25 กันยายน 2569</p>","slug":"37525092569","date":"25 กันยายน 2569","rawDate":"2026-09-25T07:35:06.952Z","view":83,"favorite":0,"ordering":1},{"id":"5cf692bb-0214-48de-9da7-974fbf1d29cd","category":{"id":"def8896e-fe17-4d70-b696-320668537c86","title":"ข่าวกรม (Press Release)","slug":"1656067670544"},"thumbnail":"https://www.dbd.go.th/data-storage/image/4b6100184f88d4844140b853c.jpg","title":"พาณิชย์ ลงพื้นที่ดินแดง..ตรวจนอมินีต่อเนื่อง  พบแรงงานต่างด้าวลักลอบทำงานผิดกฎหมาย 4 ราย","intro":"​พาณิชย์ ลงพื้นที่ดินแดง..ตรวจนอมินีต่อเนื่อง พบแรงง","text":"<p style=\"text-align: center;\"><strong>​พาณิชย์ ลงพื้นที่ดินแดง..ตรวจนอมินีต่อเนื่อง \r\n<br>พบแรงงานต่างด้าวลักลอบทำงานผิดกฎหมาย 4 ราย</strong><br></p><p style=\"text-align: center;\"><br></p><p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; <strong>&nbsp; กระทรวงพาณิชย์ สนธิกำลัง คณะกรรมาธิการการป้องกันปราบปรามการฟอกเงินและยาเสพติด นำโดย นายพิทักษ์เดช เดชเดโช และหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย ลงพื้นที่เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร ตรวจสอบธุรกิจเข้าข่ายนอมินีและแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย ป้องกันปัญหาอาชญากรรมและการประกอบธุรกิจของชาวต่างชาติที่ผิดกฎหมาย เบื้องต้น พบแรงงานต่างด้าวลักลอบทำงานโดยผิดกฎหมาย 4 ราย ส่งดำเนินคดีเรียบร้อย</strong><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า โดย ทีมปราบนอมินี สนธิกำลังร่วมกับคณะกรรมาธิการการป้องกันปราบปรามการฟอกเงินและยาเสพติด นำโดย นายพิทักษ์เดช เดชเดโช และหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย ได้แก่ กรมการจัดหางาน สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) สำนักงานเขตดินแดง สถานีตำรวจนครบาลดินแดง และคณะกรรมการอาหารและยา     ลงพื้นที่ตรวจสอบพฤติการณ์การประกอบธุรกิจและการประกอบอาชีพของกลุ่มคนต่างด้าวในพื้นที่เป้าหมายอย่างละเอียด นอกจากนี้ ยังเป็นการเฝ้าระวังและประเมินความเสี่ยง กรณีที่อาจมีการใช้บุคคลสัญชาติไทยเป็น \"ตัวแทนอำพราง\" หรือ \"นอมินี\" ในการบังหน้าเพื่อประกอบธุรกิจแทนคนต่างด้าว ซึ่งพฤติการณ์ดังกล่าวถือเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายอย่างร้ายแรง และสร้างผลกระทบต่อความมั่นคงทางระบบเศรษฐกิจของประเทศโดยรวม ซึ่งเป็นไปตามนโยบายด้านการสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจและลดปัญหาอาชญากรรมของรัฐบาล\r\n<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;อธิบดีพูนพงษ์ฯ กล่าวต่อว่า เบื้องต้นได้เข้าตรวจสอบอาคารพาณิชย์สองชั้นที่เปิดเป็นสถานประกอบกิจการรับเย็บผ้า เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าไปภายในอาคารพาณิชย์ดังกล่าว พบกลุ่มแรงงานต่างด้าวกำลังประกอบอาชีพและปฏิบัติงานอยู่ตามจุดต่างๆ ทีมปราบนอมินี กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ได้ตรวจสถานะการประกอบธุรกิจ พบว่า มีเจ้าของกิจการเป็นคนไทย แต่ไม่ได้จดทะเบียนจัดตั้งในรูปแบบนิติบุคคล ขณะที่กรมการจัดหางาน และสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ได้ทำการตรวจค้นสถานประกอบการตามอำนาจหน้าที่ พร้อมทั้งเรียกตรวจเอกสารประจำตัว หนังสือเดินทาง รวมถึงใบอนุญาตทำงาน (Work permit) ของกลุ่มแรงงานทั้งหมดอย่างเข้มงวด\r\n<br>ทั้งนี้ จับกุมผู้กระทำความผิดรวมทั้งสิ้น 4 ราย โดย แบ่งออกเป็น แรงงานสัญชาติกัมพูชา 2 ราย จากการตรวจสอบประวัติพบว่าไม่มีใบอนุญาตทำงานที่ถูกต้องตามกฎหมาย เนื่องจากใบอนุญาต (Work permit) ของทั้ง 2 รายได้หมดอายุลงไปแล้วตั้งแต่เมื่อเดือนมีนาคม 2569 ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ยังได้ตรวจพบแรงงานสัญชาติสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) อีกจำนวน 2 ราย ที่ลักลอบทำงานในราชอาณาจักรไทยโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน อีกทั้ง ยังไม่มีตราประทับตรวจลงตรา (Visa) สำหรับการอนุญาตให้พำนักอยู่ในราชอาณาจักรไทยแต่อย่างใด\r\n<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมทั้งจากกรมการจัดหางานและสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ได้ใช้อำนาจตามกฎหมายเข้าควบคุมแรงงานต่างด้าวผู้กระทำความผิดทั้ง 4 ราย และได้เชิญนายจ้างไปให้ปากคำที่สำนักงานเขตดินแดง พร้อมกันนี้ได้ทำการรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ก่อนจะนำตัวผู้กระทำความผิดทั้งหมดส่งมอบให้แก่พนักงานสอบสวน เพื่อเตรียมดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมายคนเข้าเมืองและกฎหมายว่าด้วยการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าวต่อไป\r\n<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;อธิบดีพูนพงษ์ฯ เน้นย้ำว่า กรมพัฒนาธุรกิจการค้าจะบูรณาการทำงานร่วมกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อกำกับดูแลการประกอบธุรกิจให้เป็นไปตามกฎหมาย คุ้มครองผู้ประกอบการไทย และป้องกันการใช้ช่องว่างทางกฎหมายเพื่อหลีกเลี่ยงการขออนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว \r\n<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ทั้งนี้ การถือหุ้นแทนคนต่างชาติถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายและกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ ประชาชนสามารถร่วมเป็นหูเป็นตาและแจ้งเบาะแสธุรกิจที่เข้าข่ายนอมินีได้ผ่านทางเว็บไซต์กรมพัฒนาธุรกิจการค้า www.dbd.go.th หัวข้อ รับเรื่องร้องเรียนปัญหานอมินี เพื่อร่วมกันสร้างระบบการค้าที่โปร่งใสและเป็นธรรม\r\n<br><br></p><p style=\"text-align: right;\">#SuperDBD #กรมพัฒนาธุรกิจการค้า #กระทรวงพาณิชย์\r\n<br><br></p><p style=\"text-align: center;\">**********************************************</p><p style=\"text-align: center;\">&nbsp;\r\n<br>ที่มา : กรมพัฒนาธุรกิจการค้า&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ฉบับที่ 374 / วันที่ 25 กันยายน 2569\r\n<br><br></p>","slug":"37425092569","date":"25 กันยายน 2569","rawDate":"2026-09-25T02:52:31.496Z","view":135,"favorite":0,"ordering":1}]},"elapsedTime":"41 ms"}