{"statusCode":200,"message":"success","data":{"id":"0e9f002a-af87-4ff6-9427-49120f795046","category":{"id":"def8896e-fe17-4d70-b696-320668537c86","title":"ข่าวกรม (Press Release)","slug":"1656067670544"},"thumbnail":"https://www.dbd.go.th/data-storage/image/e3a2c472b91d9872100a49122.jpg","title":" คำชี้แจงมาตรการเชิงรุกในการป้องกันและปราบปรามปัญหาตัวแทนอำพราง (นอมินี)","text":"<p class=\"MsoNormal\" style=\"text-align: center;\"><span style=\"font-size:16.0pt;font-family:&quot;TH SarabunPSK&quot;,sans-serif\"><span style=\"mso-spacerun:yes\">&nbsp;</span><strong><span>คำชี้แจงมาตรการเชิงรุกในการป้องกันและปราบปรามปัญหาตัวแทนอำพราง</span> (<span>นอมินี</span>)</strong></span></p><p class=\"MsoNormal\" style=\"text-align: center;\"><span style=\"font-size:16.0pt;font-family:&quot;TH SarabunPSK&quot;,sans-serif\"><strong><br></strong></span></p><p class=\"MsoNormal\"><span style=\"font-size:16.0pt;font-family:&quot;TH SarabunPSK&quot;,sans-serif\"><strong>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ตามที่ปรากฎการนำเสนอข่าวเกี่ยวกับกลุ่มทุนชาวต่างชาติที่ใช้คนไทยถือหุ้นแทนในลักษณะนอมินี   ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าวส่งผลกระทบและสร้างความเสียหายร้ายแรงต่อระบบเศรษฐกิจไทย บิดเบือนกลไกตลาด และสร้างความเสียหายต่อผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจโดยสุจริต\r\n<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; </strong><u><strong>ข้อเท็จจริง</strong></u><strong> \r\n</strong></span><br><span style=\"font-size:16.0pt;font-family:&quot;TH SarabunPSK&quot;,sans-serif\"><strong>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ‘นอมินี’ เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นและสะสมมาอย่างยาวนานในสังคมไทย หากดูจากสถิตินิติบุคคล     กลุ่มเสี่ยงนอมินี (ต่างชาติลงทุน 0.01 – 49.99%) ปี 2541 มีจำนวน 523 ราย ปี 2551 จำนวน 2,041 ราย  ปี 2561 จำนวน 5,143 ราย ปี 2568 จำนวน 11,746 ราย (ซึ่งมีการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนมียอดสะสม 119,297 ราย ข้อมูล ณ วันที่ 21 มิถุนายน 2569) โดยระหว่างวันที่ 1 มกราคม - 31 พฤษภาคม 2569     นิติบุคคลกลุ่มเสี่ยงลดลง 65% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา จากการที่รัฐบาลนี้ และตลอดระยะเวลาที่นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้ให้ความสำคัญและจริงจังต่อการป้องกันและปราบปรามนอมินี ส่งผลให้การจัดตั้งบริษัทกลุ่มเสี่ยงนอมินีลดลง อย่างต่อเนื่อง โดยได้กำหนดเป็นนโยบายที่ชัดเจนเพื่อขจัดปัญหาที่เกิดขึ้นโดยเห็นผลเป็นรูปธรรม\r\n</strong></span><br><span style=\"font-size:16.0pt;font-family:&quot;TH SarabunPSK&quot;,sans-serif\"><strong>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;</strong><u><strong>ข้อสั่งการนายกรัฐมนตรี (นายอนุทิน ชาญวีรกุล)</strong></u></span><br><span style=\"font-size:16.0pt;font-family:&quot;TH SarabunPSK&quot;,sans-serif\"><strong>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; “ให้กระทรวงพาณิชย์เข้มงวด กวดขัน กับการรับจดทะเบียนการประกอบธุรกิจของผู้ประกอบการอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันปัญหานอมินี รวมทั้งให้พิจารณาความจำเป็นและความเหมาะสมในการดำเนินการแก้ไขปรับปรุงกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว” \r\n</strong></span><br><span style=\"font-size:16.0pt;font-family:&quot;TH SarabunPSK&quot;,sans-serif\"><strong>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;</strong><u><strong>การดำเนินการและมาตรการแก้ไข</strong></u><strong> \r\n</strong></span><br><span style=\"font-size:16.0pt;font-family:&quot;TH SarabunPSK&quot;,sans-serif\"><strong>*กระทรวงพาณิชย์ โดย กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ได้ร่วมลงนาม MOU กับ 23 หน่วยงาน เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2569 ณ ทำเนียบรัฐบาล เพื่อป้องกันและปราบปรามการใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพราง (Nominee) ภายใต้แนวคิด ลบรอยร้าวเศรษฐกิจ ร่วมพิชิตนอมินี เป็นการยกระดับการป้องกันและปราบปรามนอมินี   ผ่านการบูรณาการและเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานเพื่อป้องกันการนำนิติบุคคลไปใช้ในการมิชอบ      หรือประกอบธุรกิจที่ผิดกฎหมาย โดยเน้นที่ 3 ภารกิจหลัก คือ 1) บูรณาการฐานข้อมูล 2) เฝ้าระวัง-ดำเนินคดี    3) สร้างความเชื่อมั่นให้ทุกภาคส่วน \r\n</strong></span><br><span style=\"font-size:16.0pt;font-family:&quot;TH SarabunPSK&quot;,sans-serif\"><strong>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; *แต่อย่างไรก็ตามทุกหน่วยงานได้ดำเนินมาตรการป้องกันและปราบปรามนอมินีอย่างจริงจังมาก่อนหน้าแล้ว โดยกระทรวงพาณิชย์ยกระดับการจดทะเบียนธุรกิจ เน้นที่การคัดกรองก่อนการจดทะเบียนบริษัท โดยได้บังคับใช้มาตรการตรวจสอบเข้มงวดกับนิติบุคคลที่มีคนต่างชาติร่วมถือหุ้นหรือเป็นกรรมการ ออกคำสั่งสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกลาง จำนวน 5 ฉบับ และออกประกาศสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกลาง จำนวน 2 ฉบับ เพื่อป้องกันและปราบปรามนอมินีบัญชีม้า ส่งผลให้จำนวนกลุ่มเสี่ยงที่ใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพราง (นอมินี) ลดลงอย่างชัดเจน โดยหลังจากประกาศ 5 คำสั่ง 2 ประกาศ มีผลบังคับใช้ จำนวนกลุ่มเสี่ยงนิติบุคคลนอมินีลดลง 51.05% (1 ม.ค. – 31 มี.ค. 2568 กลุ่มเสี่ยง 3,618 บริษัท และ 1 ม.ค. – 31 มี.ค 2569 กลุ่มเสี่ยงลดลงเหลือ 1,771 บริษัท) และเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2569 กรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้เพิ่มมาตรการให้นิติบุคคลที่จดทะเบียนธุรกิจต้องยืนยันการลงทุน ส่งผลให้จำนวนกลุ่มเสี่ยงนิติบุคคลลดลง 65.22% (1 ม.ค. – 31 พ.ค. 2568 กลุ่มเสี่ยง 2,102 บริษัท และ 1 ม.ค. – 31 พ.ค 2569 กลุ่มเสี่ยงลดลงเหลือ 731 บริษัท) ทั้งนี้ วันที่ 1 สิงหาคม 2569 กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เตรียมออกมาตรการเข้มเพิ่มเติม (ขณะนี้อยู่ระหว่างรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ซึ่งต้องสร้างสมดุลในการดูแลอำนวย    ความสะดวกให้แก่นักลงทุนชาวต่างชาติที่สุจริตและดำเนินการตามกฎหมาย) เพื่อให้ธุรกิจกลุ่มเสี่ยงนอมินีอีก 35% ที่เหลือหมดสิ้นไป ซึ่งจะส่งผลให้การป้องกันนิติบุคคลกลุ่มเสี่ยงนอมินีมีประสิทธิภาพมากขึ้น\r\n</strong></span><br><span style=\"font-size:16.0pt;font-family:&quot;TH SarabunPSK&quot;,sans-serif\"><strong>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; *การปราบปรามบริษัทกลุ่มเสี่ยงนอมินีรายเดิมที่กระทรวงพาณิชย์ โดย กรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้ส่งข้อมูลซึ่งได้คัดกรองและตรวจสอบเบื้องต้นว่าเป็นกลุ่มเสี่ยงนอมินีให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบังคับใช้ตามกฎหมายของแต่ละหน่วยงาน เช่น กรมสรรพากร ส่งดำเนินการตรวจสอบภาษี 14,800 ราย กรมที่ดิน ตรวจสอบการถือครองอสังหาริมทรัพย์ 17,556 ราย ชุดเฉพาะกิจ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตรวจสอบตามอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายเชิงลึก  2,713 ราย กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ ดำเนินคดีตามกฎหมายกับนิติบุคคลที่เข้าข่ายกระทำผิด 2,257 ราย            กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ดำเนินคดีพิเศษ 2,236 ราย เป็นต้น\r\n</strong></span><br><span style=\"font-size:16.0pt;font-family:&quot;TH SarabunPSK&quot;,sans-serif\"><strong>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; *ลงพื้นที่ตรวจสอบธุรกิจกลุ่มเสี่ยงนอมินีเชิงลึกร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง (1 ต.ค. 2568 – 23 มิ.ย. 2569) จำนวน 35 พื้นที่ รวม 11 จังหวัด (สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต กระบี่ ชลบุรี สมุทรปราการ เชียงใหม่ ราชบุรี สมุทรสาคร สมุทรสงคราม ตาก และ กรุงเทพมหานคร) โดยประเภทธุรกิจกลุ่มเสี่ยงนอมินีที่เน้นตรวจสอบ ได้แก่ สำนักงานบัญชี สำนักงานกฎหมาย วิลล่า ธุรกิจก่อสร้าง ธุรกิจต่างด้าว/นายหน้า ธุรกิจค้าเหล็ก ธุรกิจท่องเที่ยว/นำเที่ยว Co-Working Space โรงงานอุตสาหกรรม ล้งมะพร้าว และธุรกิจร้านอาหาร \r\n</strong></span><br><span style=\"font-size:16.0pt;font-family:&quot;TH SarabunPSK&quot;,sans-serif\"><strong>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; *ข้อมูล ณ วันที่ 23 มิถุนายน 2569 มีนิติบุคคลคงอยู่ 1,002,685 ราย แบ่งเป็น ห้างหุ้นส่วนจำกัด 200,100 ราย บริษัทจำกัด 801,070 ราย (จำนวนนี้มีต่างชาติร่วมทุน 0.01 – 49.99% จำนวน 119,297 ราย) และบริษัทมหาชนจำกัด 1,515 ราย \r\n</strong></span><br><span style=\"font-size:16.0pt;font-family:&quot;TH SarabunPSK&quot;,sans-serif\"><strong>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; * อดีตที่ผ่านมาทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องอาจไม่ได้ให้ความสำคัญกับการป้องกันและปราบปรามนอมินีอย่างจริงจังเท่าที่ควร นอมินีจึงกลายเป็นปัญหาที่สะสมมาอย่างยาวนาน จนทำให้ปัจจุบันมีบริษัทกลุ่มเสี่ยง นอมินีสะสมหลักแสนราย จนมาถึงรัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี และ      นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรว่าการกระทรวงพาณิชย์ (ปีงบประมาณ 2569 : 1 ตุลาคม – ปัจจุบัน) ที่ให้ความสำคัญกับการป้องกันและปราบปรามอย่างจริงจัง จึงมีการนำเสนอข่าวการป้องกันเพื่อไม่ให้บริษัทกลุ่มเสี่ยงนอมินีเกิดขึ้นเพิ่มเติมได้อีก และการปราบปรามนอมินีจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติและหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายทุกหน่วยงานอย่างต่อเนื่อง \r\n</strong></span><br><br><span style=\"font-size:16.0pt;font-family:&quot;TH SarabunPSK&quot;,sans-serif\"><strong>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; </strong><u><strong>สรุป</strong></u><strong></strong></span><br><span style=\"font-size:16.0pt;font-family:&quot;TH SarabunPSK&quot;,sans-serif\"><strong>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; การแก้ไขปัญหานอมินีจำเป็นต้องอาศัยการทำงานร่วมกันของทุกภาคส่วน และไม่สามารถใช้มาตรการทางกฎหมายได้เพียงลำพัง ความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการให้คำแนะนำ ให้คำปรึกษาแก่นักลงทุนชาวต่างชาติที่ต้องการเข้ามาประกอบธุรกิจในประเทศไทย ให้ดำเนินการโดยถูกต้องตามกฎหมายจะเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยส่งเสริมการลงทุนของชาวต่างชาติโดยสุจริต นำมาซึ่งการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศอย่างแท้จริง โดยเฉพาะนอมินี ยุคปัจจุบันมีพัฒนาการใช้วิธีการที่แนบเนียนปิดบังเจ้าหน้าที่รัฐในการลงพื้นที่ตรวจสอบ การจะปราบปรามธุรกิจ  นอมินีต้องอาศัยพลังความร่วมมือทุกภาคส่วน และนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้เป็นเครื่องมือในการกลั่นกรอง ติดตาม เฝ้าระวัง ธุรกิจกลุ่มเสี่ยงอย่างใกล้ชิด ซึ่งจะทำให้การดำเนินการป้องกันและปราบปรามธุรกิจนอมินีเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น \r\n</strong></span><br><span style=\"font-size:16.0pt;font-family:&quot;TH SarabunPSK&quot;,sans-serif\"><strong>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; กระทรวงพาณิชย์ยืนยันว่าจะเดินหน้าตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง หากพบการใช้   คนไทยเป็นนอมินีหรือประกอบธุรกิจโดยฝ่าฝืนกฎหมาย จะดำเนินคดีอย่างเด็ดขาดกับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประเทศ โดยจะดำเนินการมาตรการเชิงรุกเพื่อป้องกันและปราบปรามการใช้โครงสร้างนิติบุคคลอำพรางการถือครองธุรกิจของคนต่างด้าว เป็นมาตรการสำคัญในการคุ้มครองผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของประเทศ สร้างการแข่งขันที่เป็นธรรม และรักษาเสถียรภาพของระบบเศรษฐกิจไทยในระยะยาว ซึ่งเป็นการตัดวงจรนอมินีที่เป็นปัญหาที่สะสมมาอย่างยาวนานของประเทศไทย\r\n</strong></span><br><span style=\"font-size:16.0pt;font-family:&quot;TH SarabunPSK&quot;,sans-serif\"><strong><br></strong></span></p><p class=\"MsoNormal\" style=\"text-align: center;\"><span style=\"font-size:16.0pt;font-family:&quot;TH SarabunPSK&quot;,sans-serif\"><strong>*****************************************************\r\n</strong></span><br><span style=\"font-size:16.0pt;font-family:&quot;TH SarabunPSK&quot;,sans-serif\"><strong><br>\t\t\t\t\t\t\t        </strong></span></p><p class=\"MsoNormal\" style=\"text-align: right;\"><span style=\"font-size:16.0pt;font-family:&quot;TH SarabunPSK&quot;,sans-serif\"><strong>กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์\r\n</strong></span><br><span style=\"font-size:16.0pt;font-family:&quot;TH SarabunPSK&quot;,sans-serif\"><strong>\t\t\t\t\t\t\t\t\t\t   4 กรกฎาคม 2569\r\n</strong></span><br><br><br></p>","slug":"1783319772101","date":"9 สิงหาคม 2569","rawDate":"2026-08-09T15:37:30.000Z","view":257,"favorite":0,"ordering":1,"attachment":[],"gallery":[],"media":[],"related":[{"id":"544b8881-229f-4fd5-a0a9-1d984b0d8fd0","category":{"id":"def8896e-fe17-4d70-b696-320668537c86","title":"ข่าวกรม (Press Release)","slug":"1656067670544"},"thumbnail":"https://www.dbd.go.th/data-storage/image/b77a9d8b4ecff6810525bd3d4.jpg","title":" กรมพัฒนาธุรกิจฯ เดินหน้าโครงการ E-Com Restart Roadshow ดันผู้ประกอบการไทยบุกตลาด Live Commerce คัด 120 ร้านค้าศักยภาพจากภาคเหนือและภาคใต้ ไลฟ์ขายผ่าน","intro":"​กรมพัฒนาธุรกิจฯ เดินหน้าโครงการ E-Com Restart Roadshowดันผู้ประกอ","text":"<p style=\"text-align: center;\">​ก<strong>รมพัฒนาธุรกิจฯ เดินหน้าโครงการ E-Com Restart Roadshow\r\n<br>ดันผู้ประกอบการไทยบุกตลาด Live Commerce คัด 120 ร้านค้าศักยภาพจากภาคเหนือและภาคใต้\r\n<br>ไลฟ์ขายผ่าน Shopee อัดโค้ดส่วนลดกว่า 2 ล้านบาท กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก\r\n<br>ตั้งเป้าสร้างยอดขายทะลุ 100 ล้านบาทใน 1 เดือน</strong><br></p><p style=\"text-align: center;\"><br></p><p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; <strong>กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เดินหน้าต่อยอดความสำเร็จโครงการ “E-Com Restart Roadshow” เปิดเวทีให้ผู้ประกอบการจากภาคเหนือและภาคใต้กว่า 120 ร้านค้า ร่วมกิจกรรมส่งเสริมการตลาดในรูปแบบ Live Marathonและ Live with Influencer นำสินค้าคุณภาพจำหน่ายให้ผู้บริโภค ผ่าน Live Commerce บน Shopee กระตุ้นการจับจ่าย สร้างรายได้ให้ผู้ประกอบการ และผลักดันสินค้าไทยเติบโตบนแพลตฟอร์มออนไลน์ พร้อมมอบโค้ดส่วนลดรวมกว่า 2 ล้านบาท ตลอดเดือนสิงหาคม คาด...สร้างยอดขายทะลุ 100 ล้านบาทใน 1 เดือน</strong><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เผยว่า กรมฯ ให้ความสำคัญกับการยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะ SMEs ให้สามารถใช้เทคโนโลยีและแพลตฟอร์มออนไลน์เป็นเครื่องมือสร้างรายได้ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และขยายฐานลูกค้าไปทั่วประเทศ การจัดกิจกรรมครั้งนี้จึงเป็นอีกก้าวสำคัญในการผลักดันผู้ประกอบการไทยให้สามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืนในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล\r\n<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;สำหรับกิจกรรม Live Marathon จะรวบรวมผู้ประกอบการกว่า 100 ร้านค้า ถ่ายทอดการจำหน่ายสินค้าผ่านการไลฟ์สดระหว่างวันที่ 8 – 17 สิงหาคม 2569 บน Shopee โดยคัดสรรสินค้าคุณภาพหลากหลายประเภท พร้อมมอบโค้ดส่วนลดรวมมูลค่ากว่า 1.5 ล้านบาท เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายและเพิ่มโอกาสให้ผู้บริโภคเข้าถึงสินค้าไทยในราคาสุดคุ้ม\r\n<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ขณะที่กิจกรรม Live with Influencer ได้คัดเลือกผู้ประกอบการดาวเด่นจำนวน 20 ร้านค้า จากหลากหลายหมวดสินค้า อาทิ อาหารและเครื่องดื่ม สินค้าเกษตรแปรรูป สุขภาพและความงาม แฟชั่น และไลฟ์สไตล์ โดยมีอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง อาทิ คุณแต๋ง After Yum และ คุณเชียร์ ฑิฆัมพร ร่วมถ่ายทอดเรื่องราวสินค้า สร้างสีสันและเพิ่มการเข้าถึงผู้บริโภคพร้อมมอบโค้ดส่วนลดรวมมูลค่า 500,000 บาท ในการไลฟ์สดวันที่ 19 สิงหาคม 2569 เวลา 14.00 - 18.00 น. ผ่าน Shopee Live\r\n<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ภายในกิจกรรมยังมีผู้ประกอบการที่มีศักยภาพเข้าร่วม อาทิ “ป้าปี๋” อาหารเหนือที่ครองใจคนเหนือมานานกว่า 30 ปีรสชาติเป็นเอกลักษณ์ สืบทอดจนถึงรุ่นที่ 3 “Snackies” ผลิตภัณฑ์ผักและผลไม้อบแห้งร้านดังในตลาดออนไลน์ “เสื้อเฮีย”ที่โด่งดังจากคำคมและวลีสุดฮิตจากกระแสสังคมต่อยอดเป็นแบรนด์สร้างเป็นธุรกิจ “เจ๊เล็ก น้ำพริกปูม้า” เจ้าดังจากภาคใต้ทำน้ำพริกสดใหม่และทุกสูตรมีเครื่องหมายฮาลาล “Chiangmai Freshmilk” แบรนด์ผลิตภัณฑ์จากน้ำนมโคคุณภาพสูงจากเกษตรกรในภาคเหนือ และ “เจ๊หงส์ มะม่วงแช่อิ่ม” ธุรกิจกว่า 30 ปี ยกระดับสินค้าด้วยการพัฒนาสูตร บรรจุภัณฑ์และขยายตลาดออนไลน์ สะท้อนศักยภาพของสินค้าไทยที่สามารถแข่งขันและสร้างมูลค่าเพิ่มได้บนแพลตฟอร์มดิจิทัล\r\n<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;การดำเนินโครงการครั้งนี้ไม่เพียงช่วยเพิ่มยอดขายให้ผู้ประกอบการเท่านั้น แต่ยังเป็นการเสริมสร้างองค์ความรู้ด้านการตลาดออนไลน์ การสร้างแบรนด์ การสื่อสารกับผู้บริโภค และการขายผ่าน Live Commerce ซึ่งเป็นทักษะสำคัญของการดำเนินธุรกิจในยุคใหม่ พร้อมผลักดันให้ผู้ประกอบการไทยสามารถใช้ประโยชน์จากเศรษฐกิจดิจิทัลได้อย่างเต็มศักยภาพ\r\n<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;“โอกาสนี้ ขอเชิญชวนประชาชนร่วมชมการไลฟ์สด เลือกซื้อสินค้าคุณภาพจากผู้ประกอบการไทย พร้อมรับสิทธิพิเศษจากโค้ดส่วนลดตลอดการจัดกิจกรรม เพื่อร่วมสนับสนุน SMEs ไทย สร้างรายได้ให้ชุมชน และขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากให้เติบโตอย่างเข้มแข็งและยั่งยืน” อธิบดีพูนพงษ์ฯ กล่าวสรุป\r\n<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กองพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า โทรศัพท์ 0 2547 5960 Call Center 1570 และเว็บไซต์กรมพัฒนาธุรกิจการค้า www.dbd.go.th\r\n<br><br></p><p style=\"text-align: right;\">#SuperDBD #กรมพัฒนาธุรกิจการค้า #กระทรวงพาณิชย์\r\n<br><br></p><p style=\"text-align: center;\">************************************************</p><p style=\"text-align: center;\">&nbsp;\r\n<br>ที่มา : กองพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ฉบับที่ 338 / วันที่ 7 สิงหาคม 2569<br></p>","slug":"33807082569","date":"7 สิงหาคม 2569","rawDate":"2026-08-07T02:42:11.966Z","view":48,"favorite":0,"ordering":1},{"id":"984e8578-89b8-4ad1-9834-dae7422d76e6","category":{"id":"def8896e-fe17-4d70-b696-320668537c86","title":"ข่าวกรม (Press Release)","slug":"1656067670544"},"thumbnail":"https://www.dbd.go.th/data-storage/image/8b041f24269fdcf14ab157aa.jpg","title":"พาณิชย์เปิดเกมรุก AI Commerce จัด Thailand e-Commerce Expo 2026  ผนึกกว่า 50 พันธมิตร ปั้นผู้ประกอบการไทยสู่ตลาดโลก คาดเงินสะพัดกว่า 300 ล้านบาท","intro":"พาณิชย์เปิดเกมรุก AI Commerce จัด Thailand e-Commerce Expo 2026 ผนึกกว่า 50 พันธมิ","text":"<p style=\"text-align: center;\"><strong>พาณิชย์เปิดเกมรุก AI Commerce จัด Thailand e-Commerce Expo 2026 \r\n<br>ผนึกกว่า 50 พันธมิตร ปั้นผู้ประกอบการไทยสู่ตลาดโลก คาดเงินสะพัดกว่า 300 ล้านบาท</strong><br></p><p style=\"text-align: justify;\"><strong>&nbsp; &nbsp; กระทรวงพาณิชย์ เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลในการยกระดับเศรษฐกิจดิจิทัลและเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย เปิดเวที Thailand e-Commerce Expo 2026 มหกรรมการค้าออนไลน์แห่งปี ภายใต้แนวคิด “งานเดียวครบ จบเรื่อง e-Commerce” ระหว่างวันที่ 6-7 สิงหาคม 2569 ณ ไอคอนสยาม ฮอลล์ ชั้น 7 ไอคอนสยาม รวมพลังพันธมิตรภาครัฐ ภาคเอกชน และแพลตฟอร์มดิจิทัลชั้นนำกว่า 50 หน่วยงาน ถ่ายทอดองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมด้าน AI Commerce เพื่อยกระดับผู้ประกอบการไทยให้พร้อมแข่งขันในเศรษฐกิจดิจิทัลยุคใหม่ คาดมีผู้เข้าร่วมงานกว่า 3,000 ราย และก่อให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 300 ล้านบาท<br></strong></p><p style=\"text-align: justify;\">&nbsp; &nbsp; &nbsp;นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานเปิดงาน Thailand E-Commerce Expo 2026 (6 สิงหาคม 2569) ณ ไอคอนสยาม ฮอลล์ ชั้น 7 ไอคอนสยาม ว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการใช้เศรษฐกิจดิจิทัลเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ โดยมุ่งส่งเสริมผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ให้สามารถประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจ สร้างโอกาสทางการค้า และขยายตลาดทั้งในและต่างประเทศ สอดรับกับนโยบายของรัฐบาลที่มุ่งยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการไทยสู่เศรษฐกิจฐานนวัตกรรม\r\n<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; ปัจจุบัน ตลาด e-Commerce ของไทยมีมูลค่ากว่า 1 ล้านล้านบาทต่อปี และยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันมาซื้อสินค้าและบริการผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น ขณะเดียวกัน AI กำลังเปลี่ยนรูปแบบการแข่งขันทางการค้าอย่างรวดเร็ว ตั้งแต่การวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้า การสร้างคอนเทนต์ การบริหารร้านค้า การโฆษณา ไปจนถึงการให้บริการลูกค้า ทำให้ผู้ประกอบการจำเป็นต้องเร่งพัฒนาทักษะและนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลก\r\n<br>&nbsp; &nbsp; กระทรวงพาณิชย์ จึงมอบหมายให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้าจัดงาน Thailand e-Commerce Expo 2026 ระหว่างวันที่ 6-7 สิงหาคม 2569 ภายใต้แนวคิด “งานเดียวครบ จบเรื่อง e-Commerce” เพื่อส่งเสริมศักยภาพผู้ประกอบการไทยในยุคดิจิทัลให้สามารถแข่งขันในตลาดออนไลน์อย่างยั่งยืน เพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้า และขยายโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับธุรกิจรายย่อยทั่วประเทศ โดยผนึกกำลังพันธมิตรกว่า 50 หน่วยงาน เร่งยกระดับผู้ประกอบการไทยสู่ AI Commerce พร้อมสร้างระบบนิเวศการค้าออนไลน์ที่แข็งแกร่ง ผลักดันธุรกิจไทยแข่งขันได้ในตลาดโลก\r\n<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;อธิบดีพูนพงษ์ฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า ภายในงานประกอบด้วยกิจกรรมสำคัญ 7 โซน ครอบคลุมทุกมิติของการค้าออนไลน์ ได้แก่ Guru Talk ถ่ายทอดประสบการณ์จากผู้เชี่ยวชาญ อินฟลูเอนเซอร์ และนักธุรกิจชั้นนำ Platform Sharing รวมแพลตฟอร์มดิจิทัลกว่า 18 แห่ง e-Commerce Lab เวิร์กชอปด้าน AI และการตลาดออนไลน์ Pain-Point Fixer รวมผู้ให้บริการกว่า 50 แพลตฟอร์มช่วยแก้ปัญหาการทำธุรกิจออนไลน์ พร้อมสิทธิพิเศษภายในงาน Business Consult ให้คำปรึกษาเชิงลึกจากผู้เชี่ยวชาญ DBD Showcase คัดสรรสินค้าคุณภาพจากผู้ผ่านหลักสูตร Online Marketing Genius รุ่นที่ 6 และ DBD Online Mega Sale มหกรรมโปรโมชันออนไลน์ร่วมกับ Shopee มอบส่วนลดรวมกว่า 300,000 บาท ภายใต้โค้ด \"DBDEXPO\"\r\n<br>นอกจากนี้ ผู้ประกอบการยังจะได้รับโอกาสสร้างเครือข่ายทางธุรกิจ เรียนรู้เทรนด์การค้าออนไลน์ใหม่ทดลองใช้เครื่องมือ AI เพื่อเพิ่มยอดขาย วิเคราะห์ข้อมูลลูกค้า พัฒนาคอนเทนต์ และบริหารธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะช่วยยกระดับศักยภาพการแข่งขันของธุรกิจไทยในระยะยาว\r\n<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; อธิบดีพูนพงษ์ฯ กล่าวในตอนท้ายว่า “กระทรวงพาณิชย์มุ่งผลักดันให้ผู้ประกอบการไทยเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ โดยใช้ AI และเทคโนโลยีเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างมูลค่าเพิ่ม ยกระดับผลิตภาพ และขยายโอกาสทางการค้าในตลาดโลก งาน Thailand e-Commerce Expo 2026 จึงไม่ใช่เพียงเวทีแสดงนวัตกรรม แต่เป็นพื้นที่สร้างโอกาสใหม่ให้ผู้ประกอบการไทยได้เรียนรู้ เชื่อมโยงพันธมิตร และต่อยอดธุรกิจสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลในการสร้างเศรษฐกิจดิจิทัลที่เข้มแข็ง เพิ่มรายได้ให้ผู้ประกอบการ และยกระดับประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจดิจิทัลของภูมิภาค”\r\n<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กองพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า โทรศัพท์ 0 2547 5960 Call Center 1570 และเว็บไซต์กรมพัฒนาธุรกิจการค้า www.dbd.go.th\r\n<br><br></p><p style=\"text-align: right;\">#SuperDBD #กรมพัฒนาธุรกิจการค้า #กระทรวงพาณิชย์\r\n<br><br></p><p style=\"text-align: center;\">****************************\r\n<br><br></p><p>ที่มา : กรมพัฒนาธุรกิจการค้า&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ฉบับที่ 337/ วันที่ 6 สิงหาคม 2569<br></p>","slug":"33706082569","date":"6 สิงหาคม 2569","rawDate":"2026-08-06T07:58:57.458Z","view":56,"favorite":0,"ordering":1},{"id":"ae254a2a-de5b-4be7-9d40-5d3e6e8db1d4","category":{"id":"def8896e-fe17-4d70-b696-320668537c86","title":"ข่าวกรม (Press Release)","slug":"1656067670544"},"thumbnail":"https://www.dbd.go.th/data-storage/image/3ce5767c0aab7cff3f1c10c8a.jpg","title":"กรมพัฒนาธุรกิจฯ เลือกแฟรนไชส์ที่ผ่านการพัฒนา เข้าร่วมงาน Franchise Expo Thailand by Smart SME Expo  พร้อมมอบรางวัล DBD Thailand Franchise Award 2026","intro":"กรมพัฒนาธุรกิจฯ เลือกแฟรนไชส์ที่ผ่านการพัฒนา เข้าร่","text":"<p style=\"text-align: center;\"><strong>กรมพัฒนาธุรกิจฯ เลือกแฟรนไชส์ที่ผ่านการพัฒนา เข้าร่วมงาน Franchise Expo Thailand by Smart SME Expo \r\n<br>พร้อมมอบรางวัล DBD Thailand Franchise Award 2026</strong><br>​<br></p><p style=\"text-align: justify;\"><strong>&nbsp; &nbsp; &nbsp; กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ นำธุรกิจแฟรนไชส์ 50 ราย เข้าร่วมงานใหญ่แห่งปี ‘Franchise Expo Thailand by Smart SME Expo’ ระหว่างวันที่ 6-9 สิงหาคม 2569 ณ Hall 6-8 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี พร้อมจัดพิธีมอบรางวัล DBD Thailand Franchise Award 2026 ให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจแฟรนไชส์ที่อยู่ในการส่งเสริมสนับสนุนของกรมฯ</strong><span>&nbsp;</span></p><p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานเปิดงาน “งานแฟรนไชส์ เอ็กซ์โป ไทยแลนด์ บาย สมาร์ท เอสเอ็มอี เอ็กซ์โป (Franchise Expo Thailand by Smart SME Expo)” ซึ่งเป็นงานแสดงธุรกิจแฟรนไชส์ชั้นนำที่จัดขึ้นโดย บริษัท พีเอ็มจี คอร์ปอเรชัน จำกัด เพื่อยกระดับศักยภาพของผู้ประกอบการและเจ้าของธุรกิจที่ต้องการขยายกิจการผ่านระบบแฟรนไชส์ โดยมุ่งเน้นการนำเสนอโมเดลธุรกิจที่มีมาตรฐาน พร้อมเครื่องมือและโซลูชันที่สอดคล้องกับยุคดิจิทัลและการเปลี่ยนแปลงของโลกธุรกิจ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของงาน Smart SME Expo ที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยในปีนี้กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ได้จัดพาวิลเลียนนำเสนอธุรกิจแฟรนไชส์ที่อยู่ในการสนับสนุนและส่งเสริมของกรมฯ รวมทั้งสิ้น 50 ธุรกิจ 5 ประเภท ได้แก่ อาหาร เครื่องดื่ม ธุรกิจบริการ ความงามและสปา และค้าปลีก พร้อมเตรียมกิจกรรมครบวงจร สำหรับผู้สนใจต่อยอดสร้างอาชีพด้วยธุรกิจแฟรนไชส์ ประกอบด้วย 1) การไลฟ์จากอินฟลูเอนเซอร์ที่มีชื่อเสียงตลอดทั้ง 4 วัน เพื่อเป็นการส่งเสริมการขาย 2) การให้คำปรึกษาด้านการประกอบธุรกิจแฟรนไชส์แบบตัวต่อตัวโดยผู้เชี่ยวชาญ สำหรับผู้ที่ต้องการเริ่มต้นธุรกิจใหม่ด้วยแฟรนไชส์ 3) การอัปเดตเทรนด์ธุรกิจแฟรนไชส์ จากทั้งผู้เชี่ยวชาญ และธุรกิจแฟรนไชส์ที่ประสบความสำเร็จ เพื่อเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างอาชีพด้วยแฟรนไชส์ และยังมีไฮไลท์สำคัญ คือ แคมเปญ “ไทยช่วยไทย แฟรนไชส์สร้างอาชีพ พลัส” รัฐสนับสนุนค่าแพ็กเกจแฟรนไชส์ 50% สูงสุดรายละ 10,000 บาท เมื่อซื้อแพ็กเกจแฟรนไชส์ที่เข้าร่วมแคมเปญ เพื่อเป็นการสร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้กับผู้ที่สนใจลงทุนด้วยธุรกิจแฟรนไชส์ โดยผู้สนใจสามารถศึกษารายละเอียดและเลือกธุรกิจแฟรนไชส์ที่เข้าร่วมโครงการฯ ได้ที่เว็บไซต์ https://ไทยช่วยไทยแฟรนไชส์.dbd.go.th หรือ Line OA @franchisedbdplus”\r\n<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;นอกจากนี้ ยังมีพิธีมอบรางวัล  DBD Thailand Franchise Award 2026 ให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจแฟรนไชส์   เพื่อเชิดชูเกียรติและเป็นขวัญกำลังใจในการดำเนินธุรกิจต่อไปได้อย่างมั่นคง โดยมีผู้เข้าร่วมประกวดทั้งสิ้น 38 แบรนด์ 35 ธุรกิจ และมีผู้ได้รับรางวัลชนะเลิศรวม 8 แบรนด์ จาก 7 ธุรกิจ โดยการมอบรางวัลแบ่งออกเป็น 4 ประเภทรวม 11 รางวัล ได้แก่ รางวัลธุรกิจแฟรนไชส์ไทยยอดเยี่ยมตามขนาด (3 รางวัล) รางวัลธุรกิจแฟรนไชส์ไทยยอดเยี่ยมรายอุตสาหกรรม (4 รางวัล) รางวัลธุรกิจแฟรนไชส์ไทยที่มีความโดดเด่นเฉพาะด้าน (2 รางวัล) และรางวัลสุดยอดแฟรนไชส์ไทยแห่งปี (2 รางวัล)\r\n<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; อธิบดีพูนพงษ์ฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า “สำหรับงาน Franchise Expo Thailand by Smart SME Expo เปรียบเสมือนศูนย์รวมเครื่องมือทางธุรกิจครบวงจรที่ตอบโจทย์ทั้งผู้ที่ต้องการเริ่มต้นธุรกิจหน้าใหม่และเจ้าของธุรกิจที่ต้องการขยายสาขา โดยแบ่งออกเป็นโซนต่างๆ เพื่อให้เข้าถึงได้ง่าย ประกอบด้วย 1) โซนธุรกิจและแฟรนไชส์ พบกับแบรนด์ธุรกิจชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ 2) โซนเทคโนโลยีและสนับสนุน บริการเครื่องมือทางการตลาด ระบบบริหารจัดการบริการสนับสนุนด้านโลจิสติกส์ และโซลูชันการตลาดดิจิทัล 3) โซนสถาบันการเงิน พบกับธนาคารและสถาบันการเงินชั้นนำ พร้อมคำปรึกษาด้านการขอสินเชื่อเพื่อการลงทุน และ 4) กิจกรรมไฮไลท์ มีการจัดอบรมสัมมนาให้ความรู้ พร้อมการเจรจาจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) แบบตัวต่อตัวเพื่อเพิ่มโอกาสในการขยายธุรกิจอีกด้วย” \r\n<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;“กรมพัฒนาธุรกิจการค้า มุ่งหวังเป็นอย่างยิ่งว่า การจัดงานในครั้งนี้จะเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการ  ได้นำเสนอธุรกิจในงานใหญ่ระดับประเทศ เป็นการเสริมสร้างศักยภาพด้านต่างๆ ทั้งการสร้างโอกาสทางธุรกิจและเพิ่มยอดขาย ทำให้แบรนด์เป็นที่รู้จักในวงกว้าง ช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือ ทั้งยังได้ทดสอบตลาดจริง พร้อมรับฟังความคิดเห็นโดยตรงจากผู้ที่สนใจเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการต่างๆ เพื่อนำไปพัฒนาต่อยอดให้ดียิ่งขึ้น รวมทั้งมีโอกาสสร้างเครือข่ายพันธมิตรให้เป็นที่รู้จักกับผู้ประกอบธุรกิจรายอื่น หรือหน่วยงานภาครัฐ/เอกชน ที่อาจเกื้อกูลกันได้ในอนาคต ตลอดจนเกิดการสร้างอาชีพให้กับพี่น้องประชาชนที่สนใจนำธุรกิจแฟรนไชส์ไปสร้างรายได้เพิ่มให้กับตนเองและครอบครัว” อธิบดีพูนพงษ์ฯ กล่าวปิดท้าย\r\n<br>\t#SuperDBD #กรมพัฒนาธุรกิจการค้า #กระทรวงพาณิชย์<span style=\"text-align: center;\">&nbsp;&nbsp;</span></p><p style=\"text-align: center;\">*****************************************\r\n<br>ที่มา : กองส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจ  กรมพัฒนาธุรกิจการค้า&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ฉบับที่ 336 / วันที่ 6 สิงหาคม 2569\r\n<br>&nbsp;</p>","slug":"33606082569","date":"6 สิงหาคม 2569","rawDate":"2026-08-06T05:46:29.164Z","view":65,"favorite":0,"ordering":1},{"id":"f9008cb4-fc70-449c-9576-6b428c8cd53a","category":{"id":"def8896e-fe17-4d70-b696-320668537c86","title":"ข่าวกรม (Press Release)","slug":"1656067670544"},"thumbnail":"https://www.dbd.go.th/data-storage/image/1c99dea83e55cc3c5378e6ee.jpg","title":" กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เตรียมขีดชื่อนิติบุคคลกว่าหมื่นรายสู่สถานะ ‘ร้าง’ เหตุไม่ประกอบการค้าแล้ว / เลิกแต่ไม่เสร็จการชำระบัญชี เตือนประชาชนหากจะติดต่อท","intro":"​กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เตรียมขีดชื่อนิติบุคคลกว่าหม","text":"<p style=\"text-align: center;\"><strong>​กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เตรียมขีดชื่อนิติบุคคลกว่าหมื่นรายสู่สถานะ ‘ร้าง’\r\n<br>เหตุไม่ประกอบการค้าแล้ว / เลิกแต่ไม่เสร็จการชำระบัญชี เตือนประชาชนหากจะติดต่อทำธุรกิจ\r\n<br>ต้องเช็คให้ชัวร์ก่อนว่าคู่ค้ารายนั้นยังมีสถานะ “คงอยู่” หรือไม่</strong> <br></p><p style=\"text-align: center;\"><br></p><p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;<strong>กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เตรียมขีดชื่อนิติบุคคลออกจากทะเบียนจำนวน 11,234 ราย เพื่อให้มีสถานะ ‘ร้าง’ สาเหตุหลักคือมิได้ทำการค้าขายหรือประกอบการงานแล้ว มียอดสูงถึง 8,446 ราย และสาเหตุรองลงมาคือจดทะเบียนเลิกแล้ว แต่ไม่จดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชี รวม 2,788 ราย เป็นเหตุให้นายทะเบียนดำเนินการตามกฎหมายเพื่อปรับปรุงฐานข้อมูลนิติบุคคลให้เป็นปัจจุบัน และปิดกั้นมิจฉาชีพนำข้อมูลเท็จไปหลอกลวงหรือหาประโยชน์จากประชาชน</strong><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมพัฒนาธุรกิจการค้า        เตรียมออกประกาศสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกรุงเทพมหานคร 2 ฉบับ เรื่อง จะขีดชื่อห้างหุ้นส่วนบริษัทออกจากทะเบียนจำนวน 11,234 ราย ซึ่งทั้งหมดเป็นนิติบุคคลที่มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร 2 กรณี คือ 1) ไม่ส่งงบการเงินติดต่อกันนาน 3 ปี นับจากปีปัจจุบันย้อนหลังลงไป ซึ่งเป็นเหตุให้เชื่อว่าไม่ได้ทำการค้าขายหรือประกอบการงานแล้ว จำนวน 8,446 ราย 2) จดทะเบียนเลิกห้างหุ้นส่วนบริษัทแล้ว แต่ไม่มีตัวผู้ชำระบัญชีทำการอยู่ หรือไม่ได้จัดทำรายงานการชำระบัญชี หรือไม่ยื่นจดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชีต่อนายทะเบียนภายในระยะเวลา 3 ปี นับแต่วันรับจดทะเบียนเลิกห้างหุ้นส่วนบริษัท มีอยู่จำนวน 2,788 ราย สำหรับนิติบุคคลที่ตั้งอยู่ในต่างจังหวัด กรมฯ ได้ประสานสำนักงานพาณิชย์จังหวัดให้เร่งตรวจสอบ ก่อนดำเนินการแบบเดียวกัน\r\n<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;โดยวันที่ 19 สิงหาคม 2569 นี้ กรมฯ จะประกาศรายชื่อนิติบุคคลที่จะทำการขีดชื่อผ่านทางเว็บไซต์กรมพัฒนาธุรกิจการค้า www.dbd.go.th หัวข้อ คู่มือการทำธุรกิจ เลือกบริการข้อมูล เลือกจดทะเบียนธุรกิจ และเลือกประกาศถอนทะเบียนร้างและคืนสู่ทะเบียน ทั้งนี้ นิติบุคคลที่มีรายชื่อตามประกาศสามารถยื่นคำชี้แจงต่อนายทะเบียนได้ภายใน 90 วันนับแต่วันที่ออกประกาศ หากพ้นระยะเวลาที่กำหนด จะถูกขีดชื่อออกจากทะเบียนและสิ้นสภาพนิติบุคคลทันที เว้นแต่จะแสดงเหตุให้เห็นเป็นอย่างอื่น เมื่อนิติบุคคลถูกเปลี่ยนเป็นสถานะร้างแล้ว จะไม่สามารถทำนิติกรรมใดๆ ได้อีกต่อไป แต่ความรับผิดของหุ้นส่วนผู้จัดการ ผู้เป็นหุ้นส่วน กรรมการ ผู้จัดการ และผู้ถือหุ้นยังคงมีอยู่และพึงเรียกบังคับได้ อย่างไรก็ตาม นิติบุคคลอาจคืนสู่ทะเบียนได้โดยการร้องขอต่อศาลภายใน 10 ปี นับแต่วันที่นายทะเบียนขีดชื่อออกจากทะเบียน ดังนั้น กรมฯ ขอกำชับให้ปฏิบัติอย่างถูกต้องตามกฎหมายเพื่อร่วมสร้างธุรกิจไทยให้มีความน่าเชื่อถือและมีข้อมูลทางการเงินที่ถูกต้องครบถ้วนเพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่นักลงทุนทั้งไทยและต่างประเทศ\r\n<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;อธิบดีพูนพงษ์ฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า ขอเตือนนิติบุคคลให้ปฏิบัติอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อลดภาระในการดำเนินธุรกิจทั้งการเสียเวลา ค่าใช้จ่าย และค่าปรับต่างๆ เพื่อสร้างบรรทัดฐานที่ดีด้านความโปร่งใสในการทำธุรกิจของประเทศไทย รวมถึงการปรับปรุงฐานข้อมูลนิติบุคคลที่ไม่มีสถานะในการทำธุรกิจแล้วให้เป็นปัจจุบันทุกปี ซึ่งจะช่วยตัดวงจรของการนำข้อมูลนิติบุคคลที่ไม่มีความเคลื่อนไหวทางธุรกิจ หรือนำชื่อไปแอบอ้างหลอกลวงประชาชนของกลุ่มมิจฉาชีพ ซึ่งประชาชนสามารถตรวจสอบข้อมูลหรือสถานะของนิติบุคคลด้วยตนเองได้ตลอด 24 ชั่วโมงทางเว็บไซต์กรมพัฒนาธุรกิจการค้า www.dbd.go.th เลือกหัวข้อบริการออนไลน์ และเลือก DBD Datawarehouse+ หรือตรวจสอบผ่านแอปพลิเคชัน DBD e-Service ผ่านโทรศัพท์มือถือก็ได้เช่นเดียวกัน การันตีความง่าย สะดวก รวดเร็ว รู้ผลทันทีและไม่มีค่าใช้จ่าย \r\n<br><br></p><p style=\"text-align: right;\">#SuperDBD #กรมพัฒนาธุรกิจการค้า #กระทรวงพาณิชย์\r\n<br><br></p><p style=\"text-align: center;\">***********************************</p><p style=\"text-align: center;\">&nbsp;\r\n<br>ที่มา : กองทะเบียนบริษัทมหาชนและหลักประกันทางธุรกิจ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ฉบับที่ 335 / วันที่ 5 สิงหาคม <br></p>","slug":"33505082569","date":"5 สิงหาคม 2569","rawDate":"2026-08-05T02:17:33.765Z","view":146,"favorite":0,"ordering":1},{"id":"a7998869-7aac-42f8-b75a-0507d6d77769","category":{"id":"def8896e-fe17-4d70-b696-320668537c86","title":"ข่าวกรม (Press Release)","slug":"1656067670544"},"thumbnail":"https://www.dbd.go.th/data-storage/image/84a49d82a0fc2829dc79428e.jpg","title":"กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ชวน ภาคธุรกิจและประชาชน ใช้งานระบบ “DBD DataWarehouse+” คลังข้อมูลธุรกิจที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ  ล่าสุด!! ภาคธุรกิจและประชาชนใช้บริ","intro":"​กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ชวน ภาคธุรกิจและประชาชนใช้งาน","text":"<p style=\"text-align: center;\"><strong>​กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ชวน ภาคธุรกิจและประชาชน\r\n<br>ใช้งานระบบ “DBD DataWarehouse+” คลังข้อมูลธุรกิจที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ \r\n<br>ล่าสุด!! ภาคธุรกิจและประชาชนใช้บริการกว่า 84.45 ล้านครั้ง</strong><br></p><p style=\"text-align: center;\"><br></p><p>&nbsp;<strong> &nbsp; &nbsp; &nbsp; กรมพัฒนาธุรกิจการค้าชวนภาคธุรกิจและประชาชน เข้าใช้งานระบบ DBD DataWarehouse+ ซึ่งเป็นคลังข้อมูลธุรกิจที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ โดยผู้ใช้งานจะได้เห็นข้อมูลทางธุรกิจเชิงลึกหลากหลายมุมมอง เช่น ข้อมูลนิติบุคคล ข้อมูลตามประเภทธุรกิจ ข้อมูลการลงทุนของชาวต่างชาติ ข้อมูลคู่ค้าทางธุรกิจ ข้อมูลนิติบุคคลต่างประเทศ โอกาสทางธุรกิจ และสถิตินิติบุคคล เป็นต้น ช่วยประหยัดเวลาในการค้นหาข้อมูลคู่ค้าทางธุรกิจ สถานะทางธุรกิจของนิติบุคคลที่จะร่วมลงทุน และอีกมากมาย ใช้งานง่าย ใช้ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่มีวันหยุด เพียงแค่คลิกเข้าเว็บไซต์กรมพัฒนาธุรกิจการค้า www.dbd.go.th &gt;&gt; บริการออนไลน์ &gt;&gt; DBD DataWarehouse+ (คลังข้อมูลธุรกิจ)</strong> \r\n<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เชิญชวนนักธุรกิจและประชาชนเข้าใช้งานระบบ DBD DataWarehouse+ ซึ่งเป็นคลังข้อมูลธุรกิจที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ ปัจจุบัน (ข้อมูล ณ วันที่ 2 สิงหาคม 2569) \r\n<br>มีผู้เข้าใช้บริการแล้ว 84,454,294 ครั้ง โดยมีนักธุรกิจและประชาชนสนใจเข้าค้นหาข้อมูลอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน กรมฯ ก็ได้มีการปรับปรุงและพัฒนาระบบอย่างต่อเนื่องเช่นเดียวกัน เพื่อให้ใช้งานได้ง่าย สะดวก รวดเร็ว และมีความปลอดภัย \r\n<br>ตอบโจทย์ความต้องการข้อมูลธุรกิจของภาคธุรกิจและภาคประชาชนได้อย่างตรงจุด โดยภาคธุรกิจสามารถนำข้อมูลที่ได้รับไปใช้วิเคราะห์ วางแผน หรือ ประกอบการตัดสินใจลงทุน ทั้งการค้นหาข้อมูลคู่ค้า สถานะทางธุรกิจ ความมั่นคงของนิติบุคคล ผลตอบแทนทางธุรกิจ โอกาสและความเสี่ยงของธุรกิจประเภทต่าง ๆ รวมถึงความยั่งยืนของกิจการ ฯลฯ ในส่วนของประชาชน สามารถนำข้อมูลที่ได้รับไปใช้เป็นเครื่องมือประกอบการพิจารณาเริ่มต้นธุรกิจ แนวโน้มการเติบโตและคู่แข่งทางธุรกิจ รวมถึงข้อมูลบริบทแวดล้อมอื่นที่จำเป็นต่อการลงทุนประกอบธุรกิจ เป็นต้น\r\n<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;อธิบดีพูนพงษ์ฯ กล่าวต่อว่า การค้นหาข้อมูลนิติบุคคลผ่านระบบ DBD DataWarehouse+ ดำเนินการได้ง่ายๆ ผ่านทางเว็บไซต์กรมพัฒนาธุรกิจการค้า www.dbd.go.th &gt;&gt; บริการออนไลน์ &gt;&gt; DBD DataWarehouse+ (คลังข้อมูลธุรกิจ) กรอกชื่อหรือเลขนิติบุคคลที่ต้องการค้นหา จะได้พบกับ \r\n<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;1) ข้อมูลของนิติบุคคล ประกอบด้วย 1.1) ข้อมูลทางทะเบียนนิติบุคคลที่เป็นปัจจุบันและได้รับการอัปเดตอย่างสม่ำเสมอ 1.2) ข้อมูลงบการเงิน ได้แก่ งบแสดงฐานะการเงิน งบกำไรขาดทุน และอัตราส่วนทางการเงิน พร้อมการเปรียบเทียบรายปีและเปรียบเทียบภายในประเภทธุรกิจเดียวกัน ทั้งรูปแบบตารางและรูปแบบกราฟ 1.3) มูลค่าหุ้นและสัดส่วนการลงทุนจำแนกตามสัญชาติ 1.4) ประวัติการเปลี่ยนแปลงชื่อนิติบุคคลและทุนจดทะเบียนย้อนหลัง โดยผู้ค้นหาสามารถพิมพ์ข้อมูลนิติบุคคลและข้อมูลงบการเงินได้ทั้งรูปแบบไฟล์ PDF และ Excel ทั้งนี้ ผู้ประกอบการสามารถตรวจสอบข้อมูลคู่ค้าหรือคู่แข่งได้อย่างแม่นยำ ประชาชนและนักลงทุนสามารถประเมินสถานะทางการเงินและความน่าเชื่อถือของบริษัทก่อนทำสัญญาหรือร่วมลงทุน ช่วยลดความเสี่ยงทางธุรกิจได้อย่างมีนัยสำคัญ\r\n<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;นอกจากข้อมูลนิติบุคคลที่สามารถค้นหาได้แล้ว ยังมีข้อมูลอื่น ๆ ได้แก่ 2) ข้อมูลตามประเภทธุรกิจ ที่วิเคราะห์ภาพรวมอุตสาหกรรมทั้งระบบ โดยผู้ประกอบการสามารถเปรียบเทียบผลการดำเนินงานของตนเองกับค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรม เพื่อทราบตำแหน่งของธุรกิจในตลาด นักลงทุนและสถาบันการเงินสามารถใช้ข้อมูลนี้ประกอบการพิจารณาสินเชื่อและการลงทุนในอุตสาหกรรมที่สนใจได้อย่างรอบด้าน\r\n<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; 3) ข้อมูลการลงทุนของชาวต่างชาติและการจัดอันดับมูลค่าการลงทุนของชาวต่างชาติ โดยผู้ประกอบการและหน่วยงานภาครัฐสามารถติดตามทิศทางการลงทุนจากต่างประเทศ เพื่อวางแผนดึงดูดการลงทุน และระบุโอกาสในการสร้างพันธมิตรทางธุรกิจกับนักลงทุนชาวต่างชาติที่เข้ามาในไทยได้อย่างมีกลยุทธ์\r\n<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;4) ข้อมูลคู่ค้าทางธุรกิจ เป็นการเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานตามประเภทธุรกิจ ผู้ประกอบการ โดยเฉพาะ SME สามารถค้นหาซัพพลายเออร์ ลูกค้า หรือพันธมิตรทางธุรกิจที่เหมาะสมในพื้นที่ใกล้เคียง ช่วยขยายเครือข่ายธุรกิจและเพิ่มโอกาสสร้างรายได้จากการเชื่อมต่อกับธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องในห่วงโซ่อุปทาน\r\n<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; 5) โอกาสทางธุรกิจ วิเคราะห์โอกาสและความเสี่ยงรายพื้นที่และอุตสาหกรรม เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเริ่มต้นธุรกิจสามารถเลือกพิจารณาพื้นที่และประเภทธุรกิจที่มีโอกาสสูงและความเสี่ยงต่ำได้อย่างมีข้อมูลสนับสนุน ผู้ประกอบการที่ดำเนินกิจการอยู่แล้วสามารถประเมินความยั่งยืนของธุรกิจที่อยู่ในอุตสาหกรรมเดียวกันได้\r\n<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; 6) ข้อมูลรายพื้นที่ตามประเภทธุรกิจ รายได้รวมของนิติบุคคลทั่วประเทศ โดยผู้ประกอบการสามารถตรวจสอบพื้นที่ที่มีศักยภาพทางการตลาดสูง เพื่อวางแผนขยายสาขาหรือเจาะตลาดใหม่ ขณะที่ภาครัฐสามารถใช้ข้อมูลนี้ในการวางนโยบายส่งเสริมการลงทุนและพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่ที่มีศักยภาพยังไม่ถูกใช้ประโยชน์เต็มที่\r\n<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; 7) ข้อมูลนิติบุคคลต่างประเทศ นิติบุคคลต่างชาติที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจในไทย ผู้ประกอบการและนักลงทุนสามารถตรวจสอบสถานะทางกฎหมายของธุรกิจต่างชาติก่อนเข้าทำสัญญาหรือร่วมดำเนินกิจการ ช่วยป้องกันความเสี่ยงจากการทำธุรกรรมกับนิติบุคคลที่ไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายไทย\r\n<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; 8) ภาพรวมสถิติและการจัดอันดับนิติบุคคล เป็นข้อมูลสถิติการจดทะเบียนธุรกิจระดับประเทศ ทั้งแบบรายปี จำแนกตามสถานะและประเภทนิติบุคคล เปรียบเทียบข้อมูลรายเดือน รายปี รายพื้นที่ และขนาดธุรกิจ โดยนักวิจัย นักวิเคราะห์ นักศึกษา และหน่วยงานภาครัฐสามารถใช้ข้อมูลสถิติเชิงลึกในการศึกษาแนวโน้มภาคธุรกิจของประเทศ ผู้ประกอบการสามารถนำข้อมูลไปใช้ประกอบการวิเคราะห์ตลาดและวางแผนกลยุทธ์ทางธุรกิจในระยะยาว\r\n<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; นอกจากนี้ DBD DataWarehouse+ ยังได้เชื่อมโยงข้อมูลจากหน่วยงานภายนอกหลายแห่ง เพื่อให้ประชาชนและผู้ประกอบการสามารถตรวจสอบข้อมูลสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการประกอบธุรกิจได้ครบจบในที่เดียว ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลใบอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (กลต.) ข้อมูลการขึ้นทะเบียนเป็นผู้ส่งออก-นำเข้าสินค้าจากกรมการค้าต่างประเทศ ข้อมูลการเป็น Exporter List จากกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ข้อมูลการขึ้นทะเบียนขายตรงจากสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ข้อมูลผู้ประกอบการค้าข้าวจากกรมการค้าภายใน ซึ่งการบูรณาการข้อมูลเหล่านี้ จะช่วยให้การตรวจสอบคู่ค้ามีความรอบคอบและรอบด้านมากขึ้น ลดความคลาดเคลื่อน และเพิ่มความมั่นใจในการทำธุรกรรมทางธุรกิจ\r\n<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;จึงขอเชิญชวนภาคธุรกิจและประชาชนทั่วไป เข้าใช้งานระบบ DBD DataWarehouse+ ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่มีวันหยุด โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ใช้งานง่าย สะดวก ปลอดภัย ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย นอกจากนี้ กรมฯ ยังได้อำนวยความสะดวกแก่ภาคธุรกิจและบุคคลทั่วไปในการค้นหาข้อมูลธุรกิจผ่านโทรศัพท์มือถือและแทปเลทผ่านทางแอปพลิเคชัน DBD e-Service ทั้งระบบ IOS และ Android  \r\n<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;กรมพัฒนาธุรกิจการค้าจะยังคงเดินหน้าพัฒนาระบบบริการข้อมูลอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านความแม่นยำ ความรวดเร็ว ความทันสมัย และประสบการณ์ใช้งาน เพื่อให้ภาคธุรกิจไทยสามารถใช้ข้อมูลเป็นพลังขับเคลื่อนในการแข่งขันในยุคเศรษฐกิจดิจิทัลได้อย่างเต็มศักยภาพ” อธิบดีพูนพงษ์ฯ กล่าวทิ้งท้าย\r\n<br><br></p><p style=\"text-align: right;\">  #SuperDBD #กรมพัฒนาธุรกิจการค้า #กระทรวงพาณิชย์\r\n<br><br></p><p style=\"text-align: center;\">******************************************</p><p style=\"text-align: center;\">&nbsp;\r\n<br>ที่มา : กองข้อมูลธุรกิจ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ฉบับที่ 334 / วันที่ 3 สิงหาคม 2569\r\n<br><br></p>","slug":"33403082569","date":"3 สิงหาคม 2569","rawDate":"2026-08-03T03:42:25.761Z","view":121,"favorite":0,"ordering":1},{"id":"ef18de15-de0f-4322-94f0-cd9ac5734429","category":{"id":"def8896e-fe17-4d70-b696-320668537c86","title":"ข่าวกรม (Press Release)","slug":"1656067670544"},"thumbnail":"https://www.dbd.go.th/data-storage/image/2f6dc5277176a531051f0de45.jpg","title":" กรมพัฒนาธุรกิจฯ ผนึก LINE MAN Wongnai ปั้นร้านอาหารไทยสู่ยุค Data-Driven เปิดอบรม Restaurant Synergy รุ่น 3 ติดอาวุธ Data Analysis เพิ่มกำไร-แข่งขันไ","intro":"กรมพัฒนาธุรกิจฯ ผนึก LINE MAN Wongnai ปั้นร้านอาหารไทยสู่ยุค Data-Dr","text":"<p style=\"text-align: center;\"><strong>กรมพัฒนาธุรกิจฯ ผนึก LINE MAN Wongnai ปั้นร้านอาหารไทยสู่ยุค Data-Driven\r\n<br>เปิดอบรม Restaurant Synergy รุ่น 3 ติดอาวุธ Data Analysis เพิ่มกำไร-แข่งขันได้ในตลาดดิจิทัล</strong><br></p><p style=\"text-align: center;\"><br></p><p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;<strong> กรมพัฒนาธุรกิจการค้า จับมือ LINE MAN Wongnai เดินหน้ายกระดับผู้ประกอบการร้านอาหารไทย เปิดหลักสูตร “Restaurant Synergy รุ่น 3” มุ่งเสริมทักษะการบริหารธุรกิจด้วย “Data Analysis” เพื่อให้ผู้ประกอบการใช้ข้อมูลขับเคลื่อนการตัดสินใจประกอบธุรกิจ ลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพ และสร้างกำไรอย่างต่อเนื่องในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล เปิดรับสมัครแล้ววันนี้ - 24 สิงหาคม 2569 ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย ดีเดย์จัดอบรม 2 กันยายน 2569</strong> \r\n<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เผยว่า กรมฯ เตรียมยกระดับผู้ประกอบการด้วยการนำความรู้ด้านข้อมูล (Data) มาประยุกต์ใช้ในการบริหารธุรกิจ เพราะข้อมูลที่ถูกต้องจะช่วยให้ร้านอาหารเข้าใจลูกค้า วางแผนการตลาดได้อย่างแม่นยำ เพิ่มยอดขาย ลดต้นทุน และสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยต่อยอดความสำเร็จหลักสูตร Restaurant Synergy รวมแก๊งคนทำร้านอาหาร รุ่นที่ 1 และรุ่นที่ 2 พัฒนาหลักสูตร Restaurant Synergy รวมแก๊งคนทำร้านอาหาร รุ่นที่ 3 ร่วมกับ LINE MAN Wongnai ออกแบบเนื้อหาให้ตอบโจทย์การดำเนินธุรกิจร้านอาหารในยุคดิจิทัล ตั้งแต่การวิเคราะห์ข้อมูลร้านอาหารด้วย Restaurant Data Analysis การอ่านพฤติกรรมลูกค้า การสร้างกลยุทธ์การตลาด การใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลเพื่อขยายฐานลูกค้า การบริหารต้นทุน ไปจนถึงการสร้างเครือข่ายทางธุรกิจ (Business Synergy) เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้ได้จริง โดยได้รับเกียรติจากวิทยากรชื่อดังที่มีความเชี่ยวชาญในการบริหารจัดการธุรกิจร้านอาหารและการตลาดสมัยใหม่ อาทิ คุณพรชัย นิตย์เมธาวงศ์ Co-Founder เพจเพื่อนแท้ร้านอาหารและที่ปรึกษาธุรกิจร้านอาหาร ซึ่งจะให้ความรู้เกี่ยวกับ Restaurant Data Analysis การวิเคราะห์ตัวเลขธุรกิจร้านอาหาร คุณยศพล เลิศวิมลชัยศิริ ผู้เชี่ยวชาญด้านโซลูชันดิจิทัล และ คุณกฤตมุข จักรแก้ว ผู้เชี่ยวชาญด้านการวางแผนกลยุทธ์ จาก LINE MAN wongnai มาร่วมแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ เพื่อให้ผู้ประกอบการนำความรู้ที่ได้รับไปปรับใช้ในการบริหารธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งการใช้ข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพจะเป็นหัวใจสำคัญของการดำเนินธุรกิจในปัจจุบัน กรมพัฒนาธุรกิจการค้าจึงมุ่งยกระดับผู้ประกอบการร้านอาหารไทยให้สามารถใช้ Data ขับเคลื่อนธุรกิจ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน \r\n<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;กรมฯ มุ่งหวังว่าหลักสูตร Restaurant Synergy รุ่นที่ 3 จะไม่เพียงแค่ให้ความรู้ แต่ยังเป็นเข็มทิศสำคัญที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการธุรกิจในทุกมิติ ตลอดจนเตรียมความพร้อมยกระดับคุณภาพร้านอาหารให้แข็งแรงและแข่งขันได้ในระดับสากลสอดคล้องกับนโยบายกระทรวงพาณิชย์ในการเสริมสร้างศักยภาพผู้ประกอบการไทยให้พร้อมรับเศรษฐกิจดิจิทัลและก้าวสู่ตลาดโลกได้อย่างมั่นคง\r\n<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;“ทั้งนี้ ธุรกิจร้านอาหารถือเป็นหนึ่งในภาคบริการที่มีบทบาทสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจไทย โดยปัจจุบันมีผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหารที่จดทะเบียนนิติบุคคลกว่า 28,025 ราย สร้างรายได้รวมกว่า 351,944 ล้านบาท และเป็นธุรกิจที่เชื่อมโยงกับภาคการท่องเที่ยว การบริการ และห่วงโซ่อุปทานในหลายอุตสาหกรรม อย่างไรก็ตามผู้ประกอบการร้านอาหารกำลังเผชิญความท้าทายรอบด้าน ทั้งต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้น พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การแข่งขันที่รุนแรง และการเข้ามาของเทคโนโลยีดิจิทัล ส่งผลให้การบริหารธุรกิจในปัจจุบันจำเป็นต้องอาศัย ข้อมูลเป็นเครื่องมือสำคัญในการวางแผนและตัดสินใจ” อธิบดีพูนพงษ์ฯ กล่าวสรุป\r\n<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ผู้ประกอบการร้านอาหารที่สนใจสามารถสมัครเข้าร่วมอบรมหลักสูตร Restaurant Synergy รุ่นที่ 3 ได้ตั้งแต่วันนี้ - 24 สิงหาคม 2569 ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย ทาง www.dbd.go.th เลือกหัวข้อ อบรม/สัมมนา โดยจะประกาศรายชื่อ        ผู้มีสิทธิ์เข้าอบรมวันที่ 26 สิงหาคม 2569 ทางเว็บไซต์ข้างต้น หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กองธุรกิจบริการ โทรศัพท์หมายเลข 0 2547 5985 และ Call Center 1570\r\n<br><br></p><p style=\"text-align: right;\">#SuperDBD #กรมพัฒนาธุรกิจการค้า #กระทรวงพาณิชย์\r\n<br><br></p><p style=\"text-align: center;\">******************************************</p><p style=\"text-align: center;\">&nbsp;\r\n<br>ที่มา : กองธุรกิจบริการ&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ฉบับที่ 333 / วันที่ 2 สิงหาคม 2569<br></p>","slug":"33303082569","date":"3 สิงหาคม 2569","rawDate":"2026-08-03T03:26:38.758Z","view":60,"favorite":0,"ordering":1}]},"elapsedTime":"36 ms"}